โพสต์ทูเดย์ มากกว่าข่าว ทุกเรื่องราวคุณมีส่วนร่วม กลับสู่ โพสต์ทูเดย์ดอทคอม

เปิดประตูค้าชายแดน

อำลา สื่อโพสต์ทูเดย์ ที่ทรงคุณค่า

  • 30 มิถุนายน 2565 เวลา 18:58 น.
  • | เปิดอ่าน 53
  • | ความคิดเห็น 0
Share on Google+

อำลา สื่อโพสต์ทูเดย์ ที่ทรงคุณค่า

คอลัมน์ เปิดประตูค้าชายแดน

เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา ผมได้รับแจ้งจากคุณจิ๊บ ชนิกา เจ้าหน้าที่ที่ดูแลผมเรื่องคอลัมม์ที่ผมต้องเขียนส่งทุกอาทิตย์ว่า หนังสือพิมพ์จำเป็นจะต้องปิดตัวลง ในวันที่ 30 มิถุนายนนี้แล้ว ทำให้ผมถึงกับใจหายหวาบ  

เพราะผมและแฟนคลับหลายๆท่าน ได้เป็นผู้ที่ติดตามหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์มาเป็นเวลาช้านาน ซึ่งก็มีความรู้สึกว่าเสียดายที่สื่อที่ดีๆและมีคุณภาพอันทรงคุณค่าฉบับนี้ จำเป็นต้องปิดตัวลงเสียแล้ว

ผมเองเป็นสมาชิกหรือผู้ที่รับหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์มายาวนานมาก ก่อนที่ผมจะได้มีโอกาสเขียนบทความเสียด้วยซ้ำไป เพราะผมเป็นมนุษย์ที่ไม่ชอบอะไรที่เยิ่นเย้อ โพสต์ทูเดย์เป็นหนังสือพิมพ์ฉบับเดียว ที่ลงข่าวหนังสือพิมพ์โดยตัดเอาเนื้อหาสำคัญๆมาลงเท่านั้น ประเภทน้ำๆไม่มีจะมีแต่เนื้อๆ ซึ่งแตกต่างกับหนังสือพิมพ์หัวสีทุกฉบับ  จึงทำให้มีผู้ติดตามหนังสือพิมพ์ฉบับนี้มากพอสมควร

แต่ด้วยพิษร้ายของวิวัฒนาการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ทำให้หนังสือพิมพ์ถูกแทนที่ด้วยระบบไอทีไปเรียบร้อย ก็คงเหลืออยู่แต่เพียงหนังสือพิมพ์ที่เป็นฉบับกระดาษใหญ่ๆไม่กี่ฉบับเท่านนั้น นอกนั้นก็เป็นอันต้องล้มหายไปหลายฉบับ หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ก็มีวิวัฒนาการเช่นเดียวกัน ที่ไม่สามารถทานกระแสของการเปลี่ยนแปลงนี้ได้ จึงได้ถูกระงับการพิมพ์บนกระดาษไป และส่งลงในระบบออนไลน์แทน ซึ่งการลงตีพิมพ์ทางออนไลน์ ก็ยังคงทำให้ต้องแบกภาระต้นทุนที่หนักหน่วงเช่นเดิม

จนกระทั่งต้องถึงแก่วาระสุดท้าย ที่ต้องปิดตัวลงเช่นกัน ก็ทำให้พวกเราใจหายและเสียดายเป็นอย่างยิ่งครับ

ผมจำได้ว่าในช่วง 6-7 ปีที่แล้ว ผมได้ไปร่วมสัมมนาในวันเศรษฐศาสตร์ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้มีน้องผึ้ง(จำชื่อจริงไม่ได้แล้ว) นักข่าวของหนังสือพิมพ์ฉบับนี้ ได้เข้ามาทาบทามผม

และถามผมว่าสนใจที่จะเขียนบทความลงในหนังสือพิมพ์หรือไม่? ในช่วงนั้นผมเองยังไม่เคยเขียนหนังสือในลักษณะของคอลัมน์มาก่อนเลย ก็ไม่ค่อยจะมั่นใจว่าจะทำได้ แต่น้องผึ้งก็ให้กำลังใจบอกว่า

เขาเชื่อว่าผมน่าจะเขียนได้ เลยให้ผมทดลองเขียนบทความลงในหนังสือพิมพ์ฉบับนี้ จึงเป็นที่มาของคอลัมน์นิสต์หน้าใหม่อย่างผม ได้มีโอกาสแจ้งเกิดที่หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์นี่แหละครับ

ในช่วงแรกๆน้องผึ้งถามผมว่า สามารถเขียนเรื่องราวของประเทศเมียนมาได้หรือไม่? ผมก็บอกว่าจะลองพยายามทำดู โดยอาศัยพื้นฐานของการที่ได้ทำการค้าอยู่ที่ประเทศเมียนมามากว่าสามสิบปี โดยการเขียนเรื่องราวที่คนไทยเราน่าจะไม่ค่อยได้รับรู้เรื่องราวต่างๆของเขา

ผมจึงนำเอาเรื่องราวของสังคม วัฒนธรรม การเป็นอยู่ของเขา มาเล่าให้ผู้อ่านได้รับรู้ ซึ่งก็ได้รับผลตอบรับอย่างดีครับ นี่เป็นจุดเริ่มต้นของการเป็นนักเขียนคอลัมม์ของผมครับ

ช่วงที่ทำให้ผมโด่งดังเป็นที่รู้จัก น่าจะเป็นช่วงที่นักลงทุนจากประเทศไทย สนใจที่จะเข้าไปลงทุนในเมียนมานั่นเอง และต่อมาพอเริ่มมีการเลือกตั้งในประเทศเมียนมาครั้งที่ 2 ในยุคที่พรรค NLD ของท่านดอร์ ออง ซาน ซูจี ชนะการเลือกตั้ง

นักข่าวหลายสำนักก็เริ่มติดต่อเข้ามา เพื่อสัมภาษณ์ก็เลยทำให้มีผู้คนสนใจจนเป็นที่รู้จักทั่วไป และพอเริ่มมีการระบาดของโรคร้ายโควิด-19 ต่อด้วยการเปลี่ยนแปลงการปกครอง มีการประท้วงครั้งที่ผ่านมา ก็ยิ่งทำให้คนยิ่งหันมามองประเทศเมียนมามากขึ้น แหล่งข่าวที่นักข่าวสนใจ จึงเป็นที่มาของการออกสื่อมากขึ้นนั่นเองครับ

อย่างไรก็ตาม แม้หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์จะต้องปิดตัวลง ด้วยเหตุความจำเป็นอันมิอาจก้าวล่วงได้ ผมก็จะยังคงพยายามเขียนบทความต่อไปในคอลัมน์อื่นๆ โดยหาทางลงในหนังสือพิมพ์ฉบับอื่นๆต่อไปครับ ท่านที่เป็นแฟนคลับ น่าจะยังสามารถหาอ่านบทความผมได้ในทางหน้าสื่อต่างๆต่อไปนะครับ

ผมต้องขออาลัยรักและสำนึกในบุญคุณของหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ ที่ได้สร้างหนังเขียนคอลัมม์ตัวเล็กๆคนนี้มาตลอดหลายปีมานี้ครับ

ขอความสุขสวัสดี จงมีแด่ท่านผู้บริหารและเพื่อนๆพนักงานทุกท่าน รวมทั้งท่านแฟนคลับผู้อ่านทุกท่านด้วยเทอญ!!!!!!

แชร์ข่าวนี้

Share on Google+