โพสต์ทูเดย์ มากกว่าข่าว ทุกเรื่องราวคุณมีส่วนร่วม กลับสู่ โพสต์ทูเดย์ดอทคอม

เปิดประตูค้าชายแดน

ความรุนแรงของโรคระบาด COVID-19

  • 21 พฤศจิกายน 2563 เวลา 08:53 น.
  • | เปิดอ่าน 162
  • | ความคิดเห็น 0
Share on Google+

ความรุนแรงของโรคระบาด COVID-19

โดย กริช วิฑูรสถิตย์

หลังจากที่การเลือกตั้งในเมียนมาได้เสร็จสิ้นลง ในวันที่ 8 พ.ย.ที่ผ่านมา ทางทีมงานผมได้มีความกังวลใจเป็นอย่างยิ่งในการระบาดของเจ้าวายร้าย COVID-19ระลอกสอง ซึ่งเราได้เห็นภาพผู้คนออกมาลงคะแนนเสียงกัน ฃ

แม้แต่ช่วงที่อยู่ในคูหาเลือกตั้ง ก็ยังไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง แต่พอเริ่มนับคะแนนเสียงนี่สิ ผู้คนต่างออกมาแสดงความยินดีในชัยชนะ ซึ่งไม่ว่าฝ่ายไหนได้ชัยชนะในการเลือกตั้ง ก็ต้องมีกองเชียร์ออกมาร่วมแสดงความยินดีด้วยการเต้นรำทำเพลงเป็นธรรมดา เมื่อผลที่ออกมาเป็นทางฝ่ายของ NLD ชนะอย่างถล่มทลาย ก็เป็นเหมือนที่คิดไว้ แต่คนที่จะแพ้คือพวกที่ออกไปรับเชื้อกลับมาเป็นของแถมนี่แหละครับ

ในช่วงก่อนการเลือกตั้ง ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายวันจะมีประมาณ 1,000 คน และทุกวันอาจารย์วรวัฒน์จะทำกราฟส่งมาให้ผมดูทุกวัน ซึ่งผมดูแล้วก็เกิดความกังวลมาก บางวันผมก็แค่ผ่านตาเท่านั้น ไม่อยากดูครับ เพราะดูแล้วเครียดครับ ทั้งๆที่ไม่ใช่บ้านเกิดเมืองนอนของผม

แต่ธุรกิจของผมที่อยู่ในเมืองย่างกุ้ง ที่ยังต้องดูแลน้องๆที่บริษัทอีกสามร้อยกว่าชีวิต ยังมองไม่เห็นช่องทางหรือวันเวลาที่แน่นอนว่าจะเขาไปได้ พอหลังเลือกตั้ง 10วัน จำนวนผู้ติดเชื้อกระโดดขึ้นไปเป็นพันห้าร้อยกว่าคนแล้ว

ผมมีเพื่อนๆพี่ๆน้องๆที่เข้าไปทำธุรกิจที่เมียนมาอีกหลายๆคน ก็ติดต่อมาที่ผมตลอด บางคนถามว่า “พี่จะเข้าไปได้เมื่อไหร่” ผมเองก็จนปัญญาที่จะตอบได้จริงๆครับ อีกคนหนึ่งคือคุณชบา ก็ถามว่าเธอต้องการจะเข้าไปเมืองย่างกุ้ง เพราะยังมีภารกิจที่จะต้องทำอีกเยอะ แต่เดินทางไม่ได้ จึงได้ไปขอลงชื่อไว้ที่สถานฑูตไทยประจำเมืองย่างกุ้งและสถานฑูตเมียนมาประจำประเทศไทย แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบสักที

ถามผมมาว่าจะทำอย่างไรดี ผมก็ได้แต่บอกว่า ตามหลักการ คุณต้องไปยื่นความจำนงค์ที่สถานทูตเมียนมาประจำประเทศไทย เพื่อขอวีซ่าเข้าเมียนมาก่อน เมื่อเขาอนุญาตแล้วก็ไปลงชื่อเพื่อขอซื้อตั๋วเครื่องบิน ในกรณีที่มีเครื่องบินที่จะบินไปย่างกุ้ง

จากนั้นเมื่อใกล้ถึงวันเดินทาง ต้องถามไปที่สถานทูตว่า คุณจะต้องใช้ใบรับรองการตรวจสุขภาพก่อนกี่วัน ก็ทำตามที่เขากำหนดก็น่าจะได้นะ แต่ถ้าเป็นผม ผมจะยังไม่ขอเดินทางไปในช่วงนี้หรอก เพราะถ้าไปช่วงนี้แม้เขาจะอนุญาตให้ไปได้ ก็จะถูกกักกันบริเวณอีก 21วัน เสียเวลาเปล่าๆ

อีกทั้งหากดวงตกเจอเจ้าวายร้าย COVID-19 เข้าไป แฮ่ๆๆๆ...แบบว่ากลัวตายครับ เอวังก็มีด้วยประการชะนี้แล... อยู่บ้านเราทำใจร่มๆไปเถอะครับ เชื่อผมเถอะ ช่วงนี้ของเขาแรงจริงๆ

หลังจากที่ออกมาฉลองชัยชนะของพรรค NLD กลุ่มของเราก็ได้รับคำเตือนจากอาจารย์วรวัฒน์ ที่แจ้งว่า ให้ดูหลังเลือกตั้ง 10 วันก็จะเห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้นครับ อีกทั้งกราฟที่ขยับขึ้นมาตามวันเวลาที่ใกล้วันที่ 10 ทุกวัน

จนกระทั่งเมื่อสามวันที่ผ่านมา จำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มเป็นเกินกว่า 1,500 คน อีกทั้งเมื่อหลายคืนก่อนผมเองก็ได้ไลน์คุยกับอาจารย์วรวัฒน์ ท่านก็มีความกังวลใจถึงแนวโน้มจากนี้ไปครับ

ในวันที่ 18 พ.ย.มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น 1,592 คน ติดเชื้อสะสมทั้งหมด 73,322คน ในขณะที่คนที่ได้รับการรักษาหายมีทั้งหมด 54,764 คน โดยหายเพิ่ม 490 คน เสียชีวิตเพิ่ม 25 คน เสียชีวิตสะสมทั้งหมด 1,650 คน

ถ้าหากเรานำเอาทั้งหมดทั้งมวลมาวิเคราะห์ตามวิธีของอาจารย์วรวัฒน์ เราจะเห็นว่า ภายในวันที่ 25 พ.ย.นี้ ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด ก้จะได้เห็นผู้ติดเชื้อสะสมจะต้องมีถึง 80,000 คน และในวันที่ 3 ธันวาคม อาจจะมากถึง 90,000 คน และในวันที่ 11 ธันวาคม อาจจะต้องทะลุ 100,000 คนแน่นอน

ฟังแล้วเป็นไงครับ เราคงจะต้องระมัดระวังตัวกันไว้นะครับ เพราะสิ่งที่จะตามมาหากเกิดเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้จริง ก็คือจะมีการไหลเข้ามาประเทศไทยของผู้ตื่นกลัวภัยโรคระบาดชาวเมียนมาหนีเข้าสู่ประเทศไทยเรา

การแพร่ระบาดในประเทศเราจะควบคุมได้ยากขึ้น นี่ต่างหากที่น่ากลัว ดังนั้นเราทุกคนต้องช่วยกันดูแลสอดส่อง อีกทั้งต้องระมัดระวังสุขภาพของตนเองด้วย ต้องการ์ดอย่าตกโดยเด็ดขาดนะครับ

เช้าวันที่ 19 พ.ย.นี้ ทางน้องที่บริษัทผมที่ย่างกุ้ง ได้ส่งข่าวมาว่า ทางการเมียนมาได้ประกาศให้ประชาชน Stay and Work at Home นี่ก็เป็นลักษณะหนึ่งของการล็อกดาวน์นั่นแหละครับ โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 21พ.ย.นี้ถึงวันที่ 5 ธ.ค. และจากผลที่ทางการขอให้ทุกคนอย่าออกจากบ้านที่ได้เคยทำมาแล้วหนึ่งครั้ง ซึ่งครั้งนั้นการค้าการขายหยุดชะงักทั้งระบบ เพราะทางปลายน้ำคือร้านค้าย่อยปิด ถนนไม่มีรถวิ่ง ขนส่งไม่ทำงาน จึงเกิดปัญหาขายของไม่ได้ อีกทั้งพนักงานขายก็ไม่กล้าที่จะออกนอกออฟฟิต

ต้นน้ำคือรถที่ส่งสินค้าทางด่านเมียวดี ก็ลำบากอย่างยิ่ง อีกทั้งพอขนส่งข้ามเขต คนขับรถก็ไม่ค่อยมีใครอยากขับรถให้ จะเห็นว่าระบบ Supply Chan ชะงักหมดทั้งระบบ นี่คือผลพวงของคำสั่งในครั้งนั้น เชื่อว่าคำสั่งนี้คงจะกระทบไม่น้อยกว่าครั้งที่ผ่านมา แต่ถ้าหากไม่ดำเนินการล็อกดาวน์ก็อาจจะสูญเสียอีกมากมาย

ดังนั้นหากแลกกับความสูญเสีย แน่นอนว่าประกาศล็อกดาวน์ก็ยังดีกว่าเยอะครับ

แชร์ข่าวนี้

Share on Google+