โพสต์ทูเดย์ มากกว่าข่าว ทุกเรื่องราวคุณมีส่วนร่วม กลับสู่ โพสต์ทูเดย์ดอทคอม

เปิดประตูค้าชายแดน

การประกวดข้าว มลฑลเฮยหลงเจียง (จบ)

  • 16 พฤศจิกายน 2562 เวลา 09:00 น.
  • | เปิดอ่าน 373
  • | ความคิดเห็น 0
Share on Google+

การประกวดข้าว มลฑลเฮยหลงเจียง (จบ)

ครั้งที่ผ่านมาผมได้เล่าถึงการได้รับเชิญมาเป็นกรรมการการประกวดข้าวที่เมืองฮาบิ้น มลฑลเฮยหลงเจียง พอดีพื้นที่กระดาษหมด เลยต้องมาต่ออีกครั้งนะครับ

เพื่อให้ได้เห็นภาพและวิธีการของเขาครับ การประกวดครั้งนี้นอกจากเขาจะเข้มงวดกับกรรมการผู้ให้คะแนนแล้ว เขายังเข้มงวดกับผู้เข้าประกวดด้วย เพราะก่อนที่จะถึงรอบสุดท้ายที่ให้กรรมการผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศให้คะแนนที่มาของคณะกรรมการก็มาจากหลากหลายประเทศ

เช่น จากญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ใต้หวัน ไทย สหรัฐอเมริกาและจากเกือบทุกมลฑลของประเทศจีน ที่มาจากกองพัฒนาพันธุ์ข้าว หน่วยงานส่งเสริมการปลูกข้าว หน่วยงานตรวจสอบคุณภาพข้าว และหน่วยงานที่ออกใบรับรองคุณภาพอาหารเป็นต้น ส่วนข้าวที่ส่งเข้ามาประกวด ปีนี้มีทั้งหลายประเทศด้วยกัน

แต่ผมคิดว่าจากประเทศกลุ่มเขตโซนร้อนที่รวมถึงไทยด้วยไม่ผ่านเข้ารอบสู่กลุ่มผู้ชนะ เพราะคะแนนที่ให้นั้น มาจากคุณสมบัติที่ข้าวจากโซนเขตร้อนแทบจะปิดประตูตายเลยครับ คือ มาจาก 1.ความเหนียวนุ่ม ซึ่งข้าวเราสู้ข้าวโซนเขตหนาวไม่ได้แน่นอน 2. เมล็ดกลมสวยงาม ข้าวเราก็เมล็ดเรียวยาวอีกต่างหาก ความเงางาม 3.รสชาติอร่อย 4.ความหอมของข้าว อันนี้ข้าวไทยพอไหว

แต่เจ้ากรรมอันสุดท้ายนี่ซิ คือ 5. พอข้าวเย็นแล้วยังต้องคงสภาพเหนียวนุ่ม ไม่แปรสภาพ โอ้ย...ข้าวหอมมะลิเราจะเอาอะไรไปสู้เขาละครับคราวนี้

ผู้จัดการโรงงานผมที่ไปด้วยกัน พอผมออกมานอกห้องและเล่าให้ฟัง เขาบอกว่าคุณกริชทำไมไม่ประท้วงละ ผมบอกว่าเราเสียงเดียว เขาตั้งสาม-สี่สิบเสียง เขาเชิญเรามาก็เป็นบุญแล้ว ยังจะให้ใส่เกือกประท้วงอีกเหรอ เดี๋ยวปีหน้าเขาก็จะไม่เชิญเรานะซิ เงียบเถอะทำงานไป

สิ่งที่ผมได้เปรียบและสามารถให้คะแนนข้าวเมล็ดสั้นได้ถูกต้อง น่าจะเป็นเพราะว่าที่บริษัท C&A Ricemill Co.,Ltd ของผมขายข้าวญี่ปุ่นตราช้างทิพย์มานานกว่ายี่สิบปี (ขอโอกาสโฆษณาสินค้าเสียเลย)
เลยต้องชิมข้าวญี่ปุ่นมาตลอด ทำให้คุ้นเคยกับความเหนียวนุ่มของข้าวเมล็ดสั้นได้เป็นอย่างดีครับ เลยให้คะแนนได้ถูกต้อง ไม่ถูกเชิญออกนอกห้องตัดสิน

ส่วนข้าวที่เขาส่งเข้าประกวดทั้งหมด ทางผอ.กองพัฒนาพันธุ์ข้าว มิสซิสจาง ท่านเป็นคนกำหนดหมายเลขและเก็บใว้เป็นความลับ ดังนั้นกรรมการทุกท่านที่ลงคะแนน จะไม่มีโอกาสทราบเลยว่าข้าวหมายเลขต่างๆที่ให้คะแนนไปเป็นของเจ้าไหน เพื่อเป็นการป้องกันการทุจริตหรือเล่นพวกครับ

นี่คือการทำงานของคณะกรรมการจัดการแข่งขันที่น่าชื่นชมมากๆครับ ปรากฎว่าเมื่อการแข่งขันสิ้นสุดลง สื่อมวลชนจากทั่วประเทศจีนหลายสิบสำนัก ได้เข้ามาทำข่าว และมีการขอสัมภาษณ์คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ ผมก็เลยพลอยถูกสัมภาษณ์ไปด้วย เลยได้ลงหนังสือพิมพ์และออกทีวีในประเทศจีนหลายช่องเหมือนกัน ดังไปเลยครับ

และมีการจัดแถลงอย่างเป็นทางการด้วยครับ เนื้อหาโดยย่อๆก็ประมาณว่าผมคิดว่าความต่างของข้าวหอมมะลิไทยกับข้าวหวู่ฉาง ต้าวฮัวเซียง (ข้าวที่ดังที่สุดของประเทศจีน) มีความแตกต่างกันอย่างไร?
คิดว่าข้าวของเขาสามารถนำเข้ามาขายในประเทศไทยได้หรือไม่? ตลาดข้าวหอมมะลิไทยในประเทศจีนอนาคตจะเป็นอย่างไร?

ผมก็เลยโม้ไปเลยครับว่าของทั้งสองประเทศมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน.........เราต้องให้เกียรติเขานะครับ เพราะเขาอุตส่าห์เชิญเรามาแล้วยังมีค่าตอบแทนอีก ขืนหักหน้าเขา ปีหน้าเขาก็จะไม่เชิญเราอีกนะซิครับ
ผลการตัดสินครั้งนี้ ข้าวหวู่ฉางต้าวฮัวเซียงของคนที่เสนอชื่อให้ผมมาเป็นกรรมการ และญี่ปุ่นพันธ์โคชินิกิริจากนิกะตะเคน ได้รางวัลเหรียญทองทั้งสองเจ้า เพราะคะแนนเท่ากัน หักกันไม่ลงจริงๆ

ส่วนรางวัลอื่นๆผมคงไม่บรรยายนะครับ เปลื่องเนื้อที่ครับ หลังจากนั้นท่านผู้ว่าการมลฑลเฮยหลงเจียง ท่านได้มามอบรางวัลด้วยตนเอง เสียดายที่ตอนมอบรางวัล ทางเมียนมาได้มีธุระด่วน ผมเลยต้องกลับเข้าห้องพักเพื่อรีบสั่งงานเลยไม่ได้ร่วมงานและแสดงความยินดีกับมิสเตอร์หยาง ที่เชิญผมมาในครั้งนี้

หลังจากนั้นอีกหนึ่งวันเจอหน้ากัน เขาบอกผมว่าเขาได้รางวัลเหรียญทองอีกปีเป็นการได้เหรียญทองสองปีซ้อนครับ สิ่งที่ทำให้ผมประหลาดใจมากๆ คือ มิสเตอร์หยางเล่าให้ผมฟังว่า เขาส่งเข้าประกวดสองชุด ชุดที่ได้รางวัลเหรียญทองเขาไม่ได้คาดหวังเลย ในขณะที่ชุดที่เขาคาดหวังกลับไม่ได้รางวัลติดมือแม้แต่รางวัลชมเชยปลอบใจ

ผมเลยถามเขาว่าเพราะอะไร? เขาบอกว่าชุดที่เขาคาดหวังเป็นข้าวที่ทานแล้ว นอกจากหอม เหนียวนุ่ม หลังทานไปแล้วความหอมและหวานจะติดอยู่ที่ลิ้นอีกนาน ส่วนชุดที่ได้เหรียญทองมีแต่ความหอม และเหนียวนุ่ม อร่อยเท่านั้น

ผมได้เล่าให้เขาฟังครับว่า ทางคณะจัดงานเขาส่งตัวอย่างข้าวเข้ามาให้กรรมการผู้เชี่ยวชาญทดลองชิมครั้งละหกตัวอย่าง ตัวอย่างละหนึ่งถ้วย และให้เวลาในการตัดสินยี่สิบนาทีต่อครั้ง

พอชุดที่หนึ่งตัดสินเสร็จ เขาจะส่งชุดที่สองเข้ามาต่อเลย ทั้งหมดเก้าชุดในวันเดียว คงไม่สามารถจะรู้ได้หรอกว่าหลังทานแล้วจะมีผลตามมาหลังทานเป็นอย่างไร เพราะเร่งรีบมากเลย เขาเลยถึงบางอ้อครับ

แชร์ข่าวนี้

Share on Google+