โพสต์ทูเดย์ มากกว่าข่าว ทุกเรื่องราวคุณมีส่วนร่วม กลับสู่ โพสต์ทูเดย์ดอทคอม

บทวิเคราะห์อาเซียน

การพัฒนาทูตพาณิชย์มืออาชีพ

  • 10 เมษายน 2563 เวลา 16:30 น.
  • | เปิดอ่าน 248
  • | ความคิดเห็น 0
Share on Google+

การพัฒนาทูตพาณิชย์มืออาชีพ

โดย สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (ITD)www.itd.or.th

ปัจจุบัน นโยบายเศรษฐกิจในหลายประเทศมักจะให้ความสำคัญกับการทูตเชิงเศรษฐกิจ (Economic Diplomacy) หรือการทูตเชิงพาณิชย์ (Commercial Diplomacy) ซึ่งถือเป็นการทูตแนวใหม่ที่ใช้เศรษฐกิจเป็นเครื่องมือทางการทูตและใช้การทูตส่งเสริมเศรษฐกิจ

สำหรับนโยบายเศรษฐกิจของไทยก็ให้ความสำคัญกับการทูตเชิงพาณิชย์เช่นเดียวกัน ดังจะเห็นได้จากนโยบายขับเคลื่อนกระทรวงพาณิชย์ของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฐ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2562 ซึ่งกล่าวถึงทูตพาณิชย์ว่าเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายให้สามารถเดินหน้าไปได้

โดยมองว่าทูตพาณิชย์ต้องเป็นมืออาชีพและเป็นทัพหน้าสำคัญให้ภาคเอกชนสามารถนำรายได้จากการส่งออกเป็นสำคัญ

นอกจากนี้ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฐ์ ยังมอบหน้าที่ให้ทูตพาณิชย์ทั่วโลกทำหน้าที่ส่งเสริมการขาย และ สนับสนุนภาคเอกชนให้สามารถเพิ่มศักยภาพการส่งออกของประเทศ โดยให้ทำงานควบคู่กับทูตเกษตร ซึ่งมอบหมายให้ดูเรื่องการกำหนดมาตรฐานสินค้าเกษตร และช่วยเจรจาเพื่อขอขยายเวลาหรือเงื่อนไขต่างๆ ที่เป็นอุปสรรคทางการค้า พร้อมทั้งเร่งรัดเจรจามาตรฐานสินค้าและแก้ไขปัญหาการตรวจสินค้า

ทั้งนี้ ในปี 2562 ศูนย์พาณิชยกรรมระหว่างประเทศ (International Trade Centre หรือ ITC) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่จัดตั้งขึ้นจากความร่วมมือระหว่างอังค์ถัดและองค์การการค้าโลก ได้จัดทำและเผยแพร่ “คู่มือการทูตเชิงพาณิชย์” (A Guide to Commercial Diplomacy) เพื่อใช้เป็นแนวทางในการฝึกอบรมทูตพาณิชย์หรือผู้แทนทางการค้าของประเทศต่างๆ ที่เพิ่งเริ่มปฏิบัติหน้าที่ เพื่อช่วยให้ทำหน้าที่ส่งเสริมการค้าการลงทุนในต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โดยคู่มือฉบับนี้ได้อธิบายถึง การวางแผนและการกำหนดทางเลือกเชิงยุทธศาสตร์การสร้างเครือข่ายหรือพันธมิตร การให้บริการข้อมูลข่าวสารทางการตลาดและกิจกรรมส่งเสริมการค้าการลงทุน ตลอดจนการเตรียมความพร้อมก่อนออกประจำการเพื่อปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมืออาชีพ

อย่างไรก็ดี ขอบข่ายกิจกรรมของสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (องค์การมหาชน) ตามความตกลงว่าด้วยความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยและอังค์ถัด ซึ่งลงนามตั้งแต่วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2543 ก็ให้ความสำคัญกับการทูตเชิงพาณิชย์โดยหวังว่าจะช่วยให้ประเทศกำลังพัฒนาได้รับประโยชน์สูงสุดจากระบบการค้าระหว่างประเทศ

โดยการมีส่วนร่วมในการเจรจาและปกป้องสิทธิประโยชน์ของตนอย่างมีประสิทธิภาพในการปฏิบัติตามความตกลงว่าด้วยการค้าและการลงทุนต่างๆ ทั้งในภูมิภาคและระหว่างประเทศ

หากสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (องค์การมหาชน) และศูนย์พาณิชยกรรมระหว่างประเทศ ร่วมมือกันพัฒนาหลักสูตรการทูตเชิงพาณิชย์สำหรับอบรมผู้ที่กำลังจะเป็นทูตพาณิชย์ ผู้แทนทางการค้า รวมถึงทูตเกษตรของประเทศไทยและประเทศในอาเซียน

เชื่อว่าก็จะช่วยส่งเสริมให้บรรยากาศของการค้าการลงทุนระหว่างกันในอาเซียน หรือระหว่างอาเซียนกับประเทศคู่ค้าอื่นๆ เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้นได้

แชร์ข่าวนี้

Share on Google+