โพสต์ทูเดย์ มากกว่าข่าว ทุกเรื่องราวคุณมีส่วนร่วม กลับสู่ โพสต์ทูเดย์ดอทคอม

บทวิเคราะห์อาเซียน

Merimies กระเป๋าแบรนด์ไทยสีสันเอเชีย

  • 11 ตุลาคม 2559 เวลา 16:46 น.
  • | เปิดอ่าน 5,550
  • | ความคิดเห็น 0
Share on Google+

Merimies กระเป๋าแบรนด์ไทยสีสันเอเชีย

โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล

หลังจากกระเป๋าแบรนด์สัญชาติไทย Merimies เมอริมิส เปิดตัวพร้อมทำตลาดในไทยร่วม 5 ปี และเป็นที่รู้จักอย่างดีในกลุ่มเป้าหมายนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่ชื่นชอบงานดีไซน์ผลิตภัณฑ์กระเป๋าที่มีสีสันและกลิ่นอายความสนุกสนานที่สะท้อนถึงความเป็นชาวตะวันออกได้เป็นอย่างดี ปัจจุบัน เมอริมิส ยังได้ขยายสาขาไปยังประเทศเพื่อนบ้านทั้งในอาเซียนและเอเชียด้วย  

ประพัฒน์ ศรีวณิชชากร ผู้ร่วมก่อตั้งและผู้บริหาร บริษัท อาร์ต ยูนิต ผู้บริหารกระเป๋าแบรนด์เมอริมิส (Merimies) เปิดเผยว่า ธุรกิจเริ่มดำเนินกิจการมาตั้งแต่ 5 ปีก่อน โดยเปิดตัวสาขาแรกในศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 ด้วยวางเป้าหมายหลักเจาะกลุ่มลูกค้านักท่องเที่ยวชาติต่างๆ ที่นิยมหาแหล่งช็อปปิงสินค้าของที่ระลึกในศูนย์การค้าดังกล่าว ที่ยังช่วยการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รับรู้ในกลุ่มชาวต่างชาติได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะไต้หวันและชาวเอเชียประเทศต่างๆ ซึ่งมีการจดเครื่องหมายการค้าสินค้าแบรนด์ดังกล่าวใน 11 ประเทศแล้ว

เมื่อไม่นานมานี้ แบรนด์เมอริมิส ยังได้ขยายสาขาใหม่เพิ่มเป็นแห่งที่ 2 ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ในรูปแบบเอ็กซ์คลูซีฟ เอเยนต์ (Exclusive Agent) ซึ่งใช้ระยะเวลาในการร่วมตกลงการทำธุรกิจ (ดีล) ไม่ต่ำกว่า 3 เดือน จากก่อนหน้านี้แบรนด์เมอริมิสให้ความสำคัญในการทำตลาดออนไลน์และสามารถสร้างแบรนด์ทำให้เป็นที่รู้จักและจดจำในกลุ่มเป้าหมายทั้งในและต่างประเทศได้ระดับที่น่าพอใจ อาทิ ไต้หวัน จีน  มาเลเซีย เป็นต้น

“เมอริมิสวางแนวคิดแบบสากลในการสร้างแบรนด์ ด้วยเราเป็นแบรนด์ โอนเนอร์ มีศักยภาพเพียงพอที่จะขยายและทำธุรกิจได้ทันที ทำให้แนวทางการทำตลาดต่างประเทศจะไม่แตกต่างมากนักกับในไทย” ประพัฒน์ กล่าว

ขณะที่การดำเนินธุรกิจร่วมกับ เอ็กซ์คลูซีฟ เอเยนต์ ในมาเลเซียนั้น บริษัทจะยังเข้าไปช่วยสนับสนุนพัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้าใหม่ไปจนถึงการทำตลาดร่วมกัน โดยเปิดสาขาร้านเมอริมิส ในย่านซันเวย์ พีระมิด กรุงกัวลาลัมเปอร์ ในรูปแบบร้านสแตนด์อะโลน บนพื้นที่ราว 25 ตร.ม. จับกลุ่มเป้าหมายลูกค้าท้องถิ่น กลุ่มนักออกแบบรุ่นใหม่ อายุระหว่าง 15-30 ปี ซึ่งจะคล้ายคลึงกับในไทย พร้อมสินค้าไม่ต่ำกว่า 170 รายการ

ทั้งนี้ ประพัฒน์ ได้มองธุรกิจต่อไปในอีก  5 ปีข้างหน้า ที่จะยังมุ่งสร้างแบรนด์เมอริมิส ให้มีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ที่จะไม่จำกัดแนวทางในการออกแบบเพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้ทุกกลุ่ม ที่สามารถนำเสนอสินค้าได้ค่อนข้างชัดและรวดเร็ว ด้วยการใช้ไอเดียเข้ามามีส่วนร่วมในการทำงานหรือผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์เมอริมิส

นอกจากนี้ ยังวางเป้าหมายที่จะสร้างแบรนด์เมอริมิส ให้เป็นแบรนด์ระดับสากล อินเตอร์เนชั่นแนล แบรนด์ ผ่านกลยุทธ์การทำตลาดร่วมกับพันธมิตรท้องถิ่น เพื่อให้ลูกค้าจดจำได้เป็นอย่างดีว่า เป็นแบรนด์สินค้าท้องถิ่นของในแต่ละประเทศเหล่านั้นที่เข้าไปทำตลาด ด้วยการพัฒนาผลิตสินค้ารุ่นจำนวนจำกัด (ลิมิเต็ด เอดิชั่น) ขึ้น เพื่อทำตลาดในแต่ละประเทศเฉพาะ

โดยปัจจุบัน กระเป๋าแบรนด์เมอริมิส ได้เข้าไปทำตลาดต่างประเทศ อาทิ ไต้หวัน มาเลเซีย และจีน โดยในอนาคตยังอยู่ระหว่างศึกษาตลาดในประเทศเวียดนาม เพื่อนำสินค้าเข้าไปทำความรู้จักพร้อมทำตลาดด้วย ซึ่งในประเทศเพื่อนบ้านหลังดังกล่าว บริษัทได้ทดลองนำสินค้าเข้าไปวางจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าโรบิน เพื่อดูกระแสตอบรับจากกำลังซื้อผู้บริโภคในพื้นที่ดังกล่าว

สำหรับตลาดในประเทศ แบรนด์เมอริมิส เปิดให้บริการราว 7 สาขา โดยในปี 2560 บริษัทวางแผนการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่จดจำในกลุ่มลูกค้าชาวไทยมากยิ่งขึ้น เพื่อให้เป็นแบรนด์ผลิตภัณฑ์ของคนไทยที่อยู่ในใจผู้บริโภค ภายใต้คอนเซ็ปต์แบรนด์ คือ คัลเลอร์ เอฟรี่แวร์ (Color Everywhere) จากจุดเด่น สีสัน และความสนุกสนานของดีไซน์ที่ต้องการสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะวัยรุ่น ด้วยเป็นไลฟ์สไตล์แบรนด์ที่มีความสนุกสนาน ไม่จำเจ สามารถกลับมาซื้อซ้ำได้   

ประพัฒน์ เสริมว่า ความยากง่ายในการทำตลาดต่างประเทศ หากมองในภาพรวมแล้วค่อนข้างไม่ง่าย ด้วยต้องทำงานหนักตลอดเวลา เพื่อแสดงให้เห็นว่าเรามีความพร้อมจริง โดยเฉพาะการให้ความสำคัญในด้านการออกแบบสินค้า ที่เชื่อว่าจะมีส่วนสำคัญในการผลักดันแบรนด์ให้ไปสู่เป้าหมายที่วางไว้ได้ รวมไปถึงการสร้างเครือข่าย (เน็ตเวิร์ก) ระดับโลก (โกลบอล)

ทั้งหมดนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของแผนงานที่จะผลักดันให้ เมอริมิส สามารถไต่ระดับขึ้นไปสู่การเป็นแบรนด์ระดับสากลได้ ซึ่งต้องยอมรับว่าเป็นโจทย์ใหญ่ที่ท้าทายให้ทุกฝ่ายของทีมเมอริมิส จะต้องคิดอยู่เสมอ

ขณะที่ในแต่ละปี บริษัทวางเป้าหมายการเติบโตทางธุรกิจในอัตรา 2 หลักอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2559 คาดจะเติบโตจากปี 2558 ไม่ต่ำกว่า 40-50%

แชร์ข่าวนี้

Share on Google+