โพสต์ทูเดย์ มากกว่าข่าว ทุกเรื่องราวคุณมีส่วนร่วม กลับสู่ โพสต์ทูเดย์ดอทคอม

บทวิเคราะห์อาเซียน

แก้ววงษ์ เซียค สตรีผู้กุมธุรกิจความงามกัมพูชา

  • 19 กันยายน 2559 เวลา 16:39 น.
  • | เปิดอ่าน 17,224
  • | ความคิดเห็น 0
Share on Google+

แก้ววงษ์ เซียค  สตรีผู้กุมธุรกิจความงามกัมพูชา

โดย...ปิยนุช ผิวเหลือง

แก้ววงษ์ เซียค (Keo Vong Siek) ประธานบริหารและผู้ก่อตั้งบริษัท เมกาเบลล์ คลินิก (Megabelle Clinic) และในฐานะนักธุรกิจหญิงที่ได้รับรางวัล “เอาต์สแตนดิ้ง ซีอีโอ อวอร์ด” ผู้บริหารที่มีความโดดเด่น ประจำปี 2559 ของประเทศกัมพูชา ด้านกิจการที่เติบโตในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางอย่างรวดเร็ว โดย Megabelle Clinic ถือเป็นบริษัทผู้นำเข้าเครื่องสำอางและสถาบันความงามครบวงจร ที่นำเข้าสินค้าเครื่องสำอางจากฝรั่งเศส เกาหลี และญี่ปุ่น เป็นหลัก

แก้ววงษ์ ได้ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นว่า ก่อนจะเข้าสู่วงการธุรกิจเครื่องสำอาง เธอเคยทำธุรกิจ ค้าขายแบตเตอรี่โทรศัพท์และอุปกรณ์อื่นๆ มาตั้งแต่ปี 2542 และเมื่อธุรกิจซบเซาลงจากการเข้ามาของสมาร์ทโฟนในประเทศกัมพูชา จึงได้เริ่มต้นมองหาธุรกิจใหม่ ซึ่งได้แนวคิดจากการเดินทางไปรักษาผิวพรรณที่ประเทศฝรั่งเศส ทำให้ได้เรียนรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางคุณภาพสูง ที่วางจำหน่ายในประเทศฝรั่งเศส พร้อมเกิดความคิดจะทำตลาดในกัมพูชา ด้วยการนำผลิตภัณฑ์หลายชนิดกลับสู่ประเทศ กระทั่งสามารถเปิดร้านเครื่องสำอาง ได้ในปี 2548 จากการนำเข้า 2 แบรนด์หลัก คือ Erison Laboratoire ของฝรั่งเศส และแบรนด์ Dibi จากอิตาลี

ขณะที่ในช่วงเวลานั้น ชาวกัมพูชาเองก็เริ่มดูแลผิวพรรณมากขึ้น มีการเดินทางไปยังต่างประเทศเพื่อรักษาผิวพรรณใบหน้า สอดคล้องกับกำลังซื้อในประเทศที่ขยายตัวขึ้น จากการศึกษาที่ทั่วถึง ผู้คนมีอาชีพ และเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจของประเทศ โดยการดูแลรักษาผิวพรรณด้วยผลิตภัณฑ์สกินแคร์เป็นที่นิยมในกลุ่มวัยทำงาน ที่ใบหน้าและรูปลักษณ์มีส่วนช่วยในการส่งเสริมความมั่นใจ รวมถึงการสื่อสารกับผู้คนในพื้นที่สาธารณะ

จากแนวโน้มดังกล่าว เป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันให้อุตสาหกรรมความงาม และเครื่องสำอางในกัมพูชาเติบโตอย่างรวดเร็ว แน่นอนว่าเมื่อตลาดเติบโตขึ้น การแข่งขันย่อมสูงขึ้นด้วย แต่เธอมองว่าไม่เป็นอุปสรรค แต่คือความท้าทายในการทำการตลาด ที่จะต้องสื่อสารถึงจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ต่อผู้บริโภคให้ได้ โดยซีอีโอหญิง กล่าวว่าไม่ได้เน้นการขายในพื้นที่ออนไลน์อย่างเฟซบุ๊ก แต่เน้นการขายหน้าร้าน พร้อมประชาสัมพันธ์ในเว็บไซต์ เนื่องจากเครื่องสำอางและครีมบำรุงที่ขายอยู่บนเฟซบุ๊ก ยังไม่มีการควบคุมที่ดี มีผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยได้รับอันตรายจากเครื่องสำอางที่ไม่มีคุณภาพ ทำให้แบรนด์เครื่องสำอางอื่นที่จำหน่ายบนพื้นที่ออนไลน์ได้รับความเสียหายไปด้วย และความเชื่อถือของผู้บริโภคลดลง

ดังนั้น การตลาดของเธอจึงเน้นการขายหน้าร้านที่สามารถแนะนำผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมแก่ลูกค้าแต่ละบุคคล ซึ่งมีปัญหาผิวหลากหลายรูปแบบแตกต่างกันไป โดยช่วงเริ่มต้นค่อนข้างมีอุปสรรคในการทำการตลาดจากการที่ลูกค้าไม่ได้เชื่อมั่นในคุณภาพของเครื่องสำอางมากนัก จึงได้ทดสอบประสิทธิภาพเครื่องสำอางแก่ลูกค้า ตั้งแต่ช่วงก่อน และหลังการใช้งาน รวมถึงรับประกันความพึงพอใจแก่ลูกค้า ซึ่งปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์หลายชนิดในตลาดกัมพูชา และพร้อมสำหรับการแข่งขันในตลาด ด้วยความเชื่อมั่นในคุณภาพสินค้า

สำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจของตนเอง เธอแนะนำว่า การเริ่มต้นร้านไม่จำเป็นต้องเป็นนักธุรกิจ และไม่จำเป็นต้องมีทักษะทางด้านการเงิน แต่ต้องมีความมุ่งมั่น มีความรักในสิ่งที่ทำ และความเชื่อมั่นในคุณภาพของผลิตภัณฑ์ เพื่อทำธุรกิจของตนเองให้ประสบความสำเร็จ และเริ่มต้นเรียนรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ต้องการจะขาย

เมื่อไม่นานมานี้ ยังได้ขยายธุรกิจจากศูนย์ความงามเป็นคลินิกความงามครบวงจรไปจนถึงการศัลยกรรม โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากเกาหลี และกัมพูชา อีกทั้งมีแผนขยายร้านเครื่องสำอางในพื้นที่จังหวัดที่แตกต่างกัน พร้อมมุ่งมั่นพัฒนาแบรนด์สินค้าต่อเนื่อง ในอนาคตยังวางแผนเปิดโรงงานเพื่อผลิตเครื่องสำอางแบรนด์ของตนเองโดยตรงออกสู่ท้องตลาด

ถือเป็นอีกเป้าหมายหนึ่งในการพัฒนาธุรกิจสู่ความยั่งยืน

แชร์ข่าวนี้

Share on Google+