โพสต์ทูเดย์ มากกว่าข่าว ทุกเรื่องราวคุณมีส่วนร่วม กลับสู่ โพสต์ทูเดย์ดอทคอม

ข่าวประชาคมอาเซียน

เหล้าแช่ง

  • 18 ธันวาคม 2556 เวลา 14:08 น.
  • | เปิดอ่าน 458
  • | ความคิดเห็น 0
Share on Google+

โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์

เมื่อสถานการณ์บ้านเมืองเริ่มคลายความระอุ ลมหนาวค่อยๆ พัดปกคลุมหลายพื้นที่ โฆษณา "ให้เหล้าเท่ากับแช่ง" ก็เริ่มออกมา ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ทางโทรทัศน์

ยิ่งช่วงนี้เป็นช่วงเทศกาลมอบ "กระเช้าปีใหม่" เชื่อว่าหลายท่าน คงกำลังง่วนกับการคิดกันใหญ่ว่าปีนี้จะให้อะไรดี

หากดูจากสถิติการดื่ม อย่างที่ผมเคยเขียนไปแล้วในคอลัมน์เมื่อ วันพุธช่วงกลางปีที่ผ่านมา ศูนย์วิจัยสุรา ระบุว่า อัตราการบริโภค เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของไทยต่อคนต่อปี "สูงที่สุดในอาเซียน" เฉลี่ยเราดื่มอยู่ที่ 7.1 ลิตรแอลกอฮอล์ หรือกระเช้าแอลกอฮอล์จะเป็น กระเช้าที่ตอบโจทย์?

พอไล่ดูรายละเอียดในกระเช้า จะพบว่าทั้งเหล้า ทั้งเบียร์ ทั้งไวน์ ตลอดจนแชมเปญจากเมืองนอกเมืองนา ถือเป็นสินค้าที่แอบแทรกอยู่ในหลายกระเช้า หรือจริงๆ แล้ว การ "แช่งผู้รับ" จะเป็นเรื่อง ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้?

ในอาเซียนเอง เทรนด์แบบนี้อาจจะคล้ายคลึงกับเราอยู่บ้าง กระเช้าปีใหม่ของเขามีไวน์และแชมเปญเช่นเดียวกัน เพียงแต่ไม่ได้นิยม "ให้แช่ง" กันเท่าใด เนื่องจากวัฒนธรรมบางประเทศโดยเฉพาะประเทศที่มีชาวมุสลิมจำนวนมาก ไม่ทานเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กันอยู่แล้ว ก็ไม่รู้จะให้กันทำไม

แต่พอมาดูมูลค่านำเข้าสินค้าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของอาเซียน ข้อมูลจากกรมการค้าระหว่างประเทศของแคนาดา เคยศึกษาเรื่องดังกล่าวไว้ (เพื่อหวังเจาะตลาดอาเซียน) พบว่า อาเซียนนำเข้าแอลกอฮอล์จากต่างประเทศสูงถึง 8.33 หมื่นล้านบาทในปี 2552 สูงขึ้นจาก 5.03 หมื่นล้านบาทในปี 2548 คำถามคือ ทั้งที่บางประเทศ ไม่ค่อยดื่มแต่ทำไมตัวเลขยัง "พุ่งปรี๊ด"

สาเหตุหนึ่ง มาจากเขตการค้าเสรีอาเซียน (อาฟตา) ที่กำหนดให้ลดภาษีศุลกากรสินค้าแอลกอฮอล์ระหว่างกันจนเหลือ 0% ในปี 2554 ไทยเองจึงต้องทยอยลดภาษีศุลกากรเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ลงจาก 60% เหลือเพียง 0% ในที่สุด แน่นอนว่าตัวเลขนำเข้าสินค้าแอลกอฮอล์จากอาเซียนเติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ประเทศอื่นในอาเซียนเองก็ประสบพบเทรนด์เดียวกัน

นั่นหมายความว่า การค้าเสรีของเราเป็นปัจจัยเอื้อให้คนอาเซียนดื่มแอลกอฮอล์มากขึ้น

ตลาดนำเข้าแอลกอฮอล์อาเซียนในปีดังกล่าว ยังมีมูลค่ามากกว่าการนำเข้าของญี่ปุ่น จีน และอินเดียในปีเดียวกัน หากจะบอกว่าอาเซียนกลายเป็นภูมิภาคที่ "เมากว่า" ก็อาจไม่ผิดนัก

ดังนั้น การมุ่งโฆษณาแคมเปญ "ให้เหล้าเท่ากับแช่ง" ต่อไป จึง ไม่น่าจะลดการมอบเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กันของคนไทยและคนอาเซียนลงได้ ตราบใดที่ "ของนอก" ยังคงเป็นสินค้าราคาไม่แพง และสามารถโผล่มา "ยั่ว" บนกระเช้าได้ไม่ยากเย็น

ผู้ทำแคมเปญ เช่น สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ควรเสนอไปยังตัวแทนเจรจาการค้าเสรีของไทยผ่านไปถึงเวทีอาเซียน เพื่อให้ประชาคมกลับมาพิจารณาใหม่ร่วมกันว่า การเปิดเสรีกลุ่มสินค้าแอลกอฮอล์เป็นประโยชน์ต่อประชาชนในแต่ละประเทศหรือไม่ หรือแท้จริงแล้วให้ประโยชน์เฉพาะ "ผู้ค้า" ในการขยายตลาด จะได้กลับมาเก็บภาษีศุลกากรกันใหม่ให้ "จั๋งหนับ"

และหากต้องการลดกระเช้าของขวัญที่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่ผลิตในประเทศด้วย ก็อาจเสนอพิจารณาเก็บภาษีประเภทต่างๆ แก่กระเช้าที่มีสินค้าแอลกอฮอล์ เพื่อให้ผู้บริโภคตัดสินใจหันไปซื้อกระเช้าสินค้าประเภทอื่นมอบให้กันแทน

พอสินค้าแอลกอฮอล์แพงขึ้นมาก คนก็จะซื้อเป็นของขวัญให้กันน้อยลง หรืออย่างน้อยที่สุด ก็ซื้อให้ในจำนวนลดลง

แล้วเราก็จะได้โฆษณาใหม่ "ให้เหล้า กระเป๋าสตางค์แห้ง" เพิ่มมาสำหรับอีกหนึ่งแคมเปญ (ฮา)

แชร์ข่าวนี้

Share on Google+