จากสาวไอที สู่พีอาร์กูรู : แอน ปิยะหทัย เผยเคล็ดลับความสำเร็จธุรกิจ PR "The Marcom Pro"
เปิดใจ แอน ปิยะหทัย อัชญาวัฒน์ ผู้เปลี่ยนเส้นทางจากผู้ดูแลระบบซอฟแวร์โรงแรม สู่ผู้ก่อตั้ง The Marcom Pro เอเจนซี่ PR ชั้นนำ เผยเคล็ดลับความสำเร็จด้วยวิสัยทัศน์และความไม่หยุดนิ่ง
แอน ปิยะหทัย อัชญาวัฒน์ หญิงเก่งมากความสามารถและเปี่ยมด้วยวิสัยทัศน์ ผู้ที่พลิกผันเส้นทางอาชีพจากสายงานไอที สู่การเป็นผู้บริหารโรงแรมชั้นนำ และก้าวสู่การเป็นเจ้าของบริษัท เดอะ มาร์คอม โปร จำกัด เอเจนซี่ด้านการตลาดและการสื่อสาร ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในปัจจุบัน เรื่องราวของเธอเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้คนจำนวนมาก ด้วยความมุ่งมั่น ไม่ย่อท้อ และความกล้าที่จะออกจาก Comfort Zone เพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ
จุดเริ่มต้นที่แตกต่าง: จาก Computer Science สู่ Hotel Operations Software
ปิยะหทัย (แอน) อัชญาวัฒน์ ผู้ก่อตั้ง และกรรมการผู้จัดการ บริษัท เดอะ มาร์คอม โปร จำกัด เล่าให้ฟังว่าเธอจบการศึกษาด้าน Computer Science จากประเทศสหรัฐอเมริกา และเริ่มต้นอาชีพด้วยการเป็นผู้ดูแลระบบซอฟแวร์โรงแรมนานถึง 6 ปี เธอได้ทำงานกับบริษัท Fidelio ซึ่งเป็นผู้พัฒนาระบบซอฟต์แวร์โรงแรมจากเยอรมัน ในตำแหน่ง Product Manager ดูแลซอฟต์แวร์ในแผนกการขายและการจัดเลี้ยง (Sales & Catering) ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอได้คลุกคลีและเชื่อมโยงกับธุรกิจโรงแรม 5 ดาวชั้นนำ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่นำไปสู่เส้นทางในวงการโรงแรมในเวลาต่อมา
การก้าวเข้าสู่วงการโรงแรมอย่างเต็มตัว: มุ่งมั่นและไม่หยุดนิ่ง
แม้จะมีความปรารถนาที่จะทำงานในโรงแรมมาตลอด เธอเสริมว่าในช่วงแรกที่กลับจากสหรัฐฯ เธอพยายามสมัครงานในตำแหน่งไอทีของโรงแรม แต่ไม่มีตำแหน่งว่าง เธอจึงต้องเริ่มต้นจากการเป็นเลขานุการ ซึ่งไม่ตรงกับความชอบของเธอ จึงตัดสินใจออกจากงานและหันไปทำงานกับ Fidelio เป็นเวลา 6 ปี
จุดเปลี่ยนที่สำคัญเกิดขึ้นเมื่อโรงแรม Shangri-La ชักชวนให้เธอเข้ามาร่วมงานในตำแหน่ง Director of Marketing Services ซึ่งเป็นการเริ่มต้นทำงานในสายงานโรงแรมอย่างจริงจัง เธอรับผิดชอบดูแลโปรแกรม Loyalty ของโรงแรม และยังคงช่วยดูแลระบบ Fidelio เนื่องจาก Shangri-La ใช้ซอฟต์แวร์ตัวเดียวกันนี้ ด้วยความที่เป็นคนชอบทำงานเกิน Job Scope และต้องการแสดงศักยภาพ แอนได้เริ่มโปรเจกต์ใหม่ๆ เช่น การจัดงานเพื่อสมาชิกของ Loyalty program ทำ partnership กับห้างสรรพสินค้าเพื่อมอบสิทธิพิเศษ ซึ่งไม่ใช่งานในความรับผิดชอบโดยตรงของเธอ แต่สิ่งเหล่านี้ทำให้นายเห็นถึงความสามารถและความมุ่งมั่น
บทบาทที่หลากหลายในโรงแรมชั้นนำ : ผู้บุกเบิกและสร้างสรรค์
หลังจากนั้นไม่นาน แอนได้รับการชักชวนให้ย้ายไปที่ Sheraton Grande Sukhumvit ในตำแหน่ง Director of Marketing Communications (MarCom) ซึ่งเป็นสายงานที่เธอไม่มีพื้นฐานมาก่อนเลย แต่ด้วยความเชื่อมั่นในตัวเองและความสนับสนุนจากผู้บริหาร เธอเรียนรู้ทุกอย่างด้วยตัวเองจากการอ่านหนังสือ เนื่องจากในยุคนั้นอินเทอร์เน็ตยังไม่แพร่หลายและไม่มี Google การทำงานอย่างหนักและการสร้างเครือข่ายความสัมพันธ์กับสื่อมวลชนเป็นสิ่งสำคัญ เธอใช้เวลา 6 เดือนแรกกับการทำงานอย่างหนัก เพื่อสร้างความคุ้นเคยกับโรงแรมและสร้าง Connection ให้ได้มากที่สุด
สิ่งสำคัญที่จะทำให้ประสบความสำเร็จ แอนย้ำชัดว่าการทำงานหนักเป็นสิ่งสำคัญ ส่วนตัวเธอไม่เชื่อใน Work-Life Balance แบบตายตัวในบางช่วงเวลาที่ต้องการสร้างผลลัพธ์ที่โดดเด่น ซึ่งในช่วงเวลาที่เธอทำงานอยู่ที่ Sheraton Grande Sukhumvit โรงแรมมีโปรเจคใหม่ ๆ เกิดขึ้นมากมาย หนึ่งในโปรเจคสำคัญที่สุดตอนนั้นคือการเปิดตัวบาร์แจ๊ส The Living Room ซึ่งช่วยสร้างชื่อเสียงให้กับโรงแรมอย่างมาก
หลังจากทำงานที่ Sheraton Grande Sukhumvit เกือบ 4 ปี แอนย้ายไป Royal Orchid Sheraton ในตำแหน่ง Director of Marketing Communications เช่นเดิม และสามปีต่อมา แอนได้ก้าวขึ้นเป็น Director of Sales & Marketing ของโรงแรมเชอราตัน พัทยา (ปัจจุบันคืออินเตอร์คอน พัทยา) ซึ่งเป็นก้าวสำคัญที่ไม่เคยมีใครในสาย Marcom เคยทำมาก่อน เธอเรียนรู้และปรับตัวอย่างรวดเร็ว แม้จะไม่เคยมีประสบการณ์ด้านการขายมาก่อน แต่เธอมองว่าการขายนั้นอยู่ในทุกแง่มุมของชีวิต เช่นเดียวกับการทำ PR ที่ต้อง "ขาย" ความน่าสนใจ
ด้วยความที่ไม่ชอบทำอะไรซ้ำๆ ทุก 3 ปี แอนจะมองหาความท้าทายใหม่ๆ เสมอ เธอไม่เคยอยู่ใน Comfort Zone และมักจะผลักดันตัวเองให้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ การเป็น Director of Rooms ที่ The Athenee Luxury Collection Hotel เป็นอีกหนึ่งความท้าทายที่สำคัญ เธอต้องบริหารจัดการพนักงานกว่า 80 คนในแผนกที่ใหญ่มาก แม้จะไม่มีพื้นฐานด้าน Operation มาก่อน แต่ด้วยแนวคิดที่เปิดกว้างและการสื่อสารที่ชัดเจน เธอพิสูจน์ให้ทีมเห็นว่าเธอสามารถทำได้
จุดเปลี่ยนสู่ผู้ประกอบการ: The Marcom Pro
การทำงานหนักถึง 12-14 ชั่วโมงต่อวัน โดยแทบไม่มีเวลาให้ตัวเองและครอบครัว ทำให้เธอเริ่มตั้งคำถามกับเส้นทางอาชีพของตัวเอง และด้วยความต้องการอยากมีเวลาให้ตัวเองและครอบครัวมากขึ้น ทำให้เธอตัดสินใจออกมาตั้งบริษัทเองในปี 2014 ด้วยการใช้องค์ความรู้และคอนเนคชั่นที่มี
The Marcom Pro ถือกำเนิดขึ้น โดยที่ยังไม่มีลูกค้าแม้แต่รายเดียว ด้วยความเชื่อมั่นในศักยภาพของตัวเองและคอนเนกชันที่สั่งสมมานาน ลูกค้ารายแรกๆ คือเพื่อนร่วมงานในวงการโรงแรม แอนรับงานทุกอย่าง ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ เพื่อสร้างโอกาสและพิสูจน์ตัวเอง
กุญแจสู่ความสำเร็จของ The Marcom Pro โนว์ฮาวและความยืดหยุ่น
ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา The Marcom เติบโตอย่างต่อเนื่อง จากการบอกต่อแบบ ปากต่อปาก และ Connection ที่แข็งแกร่ง ลูกค้าของเธอมีหลากหลายระดับ แต่ทุกคนมีความสำคัญเท่ากัน เธอเชื่อว่าปัจจัยสำคัญที่ทำให้ลูกค้าบอกต่อ ๆ กันไปคือ:
● องค์ความรู้ (Know-how): ด้วยประสบการณ์ในวงการโรงแรมในหลาย ๆ ตำแหน่ง ทำให้เธอเข้าใจธุรกิจของลูกค้าอย่างลึกซึ้ง สามารถให้คำแนะนำที่ตรงจุด และเหมาะสมกับลูกค้าแต่ละเจ้า
● ความยืดหยุ่น (Flexibility): The Marcom Pro. สิ่งใดที่เป็นประโยชน์กับลูกค้า ถึงแม้จะอยู่นอกขอบเขตงาน The MarCom Pro ก็จะไม่ปฏิเสธที่จะทำให้
● คอนเนกชัน (Connection) และอินฟลูเอนเซอร์ (Influencer): เธอมีความสัมพันธ์ที่ดีกับสื่อมวลชนและอินฟลูเอนเซอร์ ซึ่งเป็น Organic Relationship ซึ่งลูกค้าของเธอจะได้ประโยชน์ตรงนี้อย่างเต็มที่
การปรับตัวในยุคดิจิทัลและความมุ่งมั่นในอนาคต
บอสใหญ่แห่ง เดอะ มาร์คอม โปร ยอมรับว่าการปรับตัวในยุคดิจิทัลเป็นเรื่องที่ท้าทาย เนื่องจากข้อจำกัดในการลงข่าวของสื่อมีมากขึ้น และบทบาทของอินฟลูเอนเซอร์ก็เข้ามามีส่วนสำคัญ อย่างไรก็ตาม เธอโชคดีที่ปรับตัวได้ทัน และลูกค้าส่วนใหญ่ก็เข้าใจว่าในบางครั้งจำเป็นต้องมีงบประมาณสำหรับการประชาสัมพันธ์เพื่อผลลัพธ์ที่ดีขึ้น


