ค็อกซ์บาซาร์
ประเทศบังกลาเทศเป็นดินแดนที่บางคนบอกว่าไม่น่าไป แต่ก็มีเสียงตอบรับจากผู้ชมรายการโลก 300 องศา บอกว่า
โดย...ทีมงานโลก 300 องศา [email protected]
ประเทศบังกลาเทศเป็นดินแดนที่บางคนบอกว่าไม่น่าไป แต่ก็มีเสียงตอบรับจากผู้ชมรายการโลก 300 องศา บอกว่า อยากไปลองลุยประเทศนี้ดูบ้าง เพื่อเป็นข้อมูลอีกหนึ่งมิติในการประกอบการตัดสินใจ เราก็เลยขอนำเสนออีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของที่นี่ นั่นก็คือเมืองที่ชื่อว่า “ค็อกซ์บาซาร์” ซึ่งเป็นที่ตั้งของชายหาดที่ยาวที่สุดในโลก
ค็อกซ์บาซาร์ เป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่สุดของบังกลาเทศ ตั้งอยู่ในจิตตะกองดิวิชั่นทางตะวันออกเฉียงใต้ติดกับประเทศเมียนมา หากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสนใจจะเดินทางมาที่นี่ ก็ต้องบินไปเริ่มต้นที่กรุงธากาก่อน จากนั้นก็ค่อยเลือกว่าอยากจะเดินทางต่อมาที่ค็อกซ์บาซาร์ด้วยวิธีไหน ซึ่งประหยัดเงินที่สุดก็ต้องนั่งรถบัสแบบธรรมดา ค่าโดยสารเที่ยวเดียว ประมาณ 700-800 ตากาหรือประมาณ 400 บาทไทย ดีขึ้นมาหน่อยก็เป็นรถบัสปรับอากาศ ราคาตั้งแต่ 1,000-3,000 ตากา อย่างไรก็ตามการเดินทางด้วยวิธีนี้ต้องใช้เวลากว่า 12 ชม. จากกรุงธากา
นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติส่วนใหญ่ จึงยอมเดินทางด้วยเครื่องบินจากกรุงธากา สนนราคาตั๋วต่อเที่ยวบินประมาณ 6,000 ตากา หรือ 3,000 บาทไทย เพื่อทุ่นเวลาเพื่อไปยังสนามบินค็อกซ์บาซาร์ ซึ่งเป็นสนามบินภายในประเทศขนาดไม่ใหญ่นัก ที่ถูกสร้างในสมัยที่ยังอยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษ
ด้วยความที่เป็นเมืองท่องเที่ยว และเป็นเมืองท่าชายฝั่งของอ่าวเบงกอล ทำให้ค็อกซ์บาซาร์มีการพัฒนาทางเศรษฐกิจและมีชีวิตชีวาไม่แพ้ธากา แต่จะดีกว่าก็ตรงที่ไม่วุ่นวายและแออัดเท่า ซึ่งผู้คนที่นี่ก็มีทางเลือกเพิ่มในการทำอาชีพบริการนักท่องเที่ยว แต่อาชีพหลักก็ยังเป็นเกษตรกรรม และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำประมงนั้นในแต่ละวันจะมีเรือประมงจำนวนมากนำปลาที่หาได้มาส่งที่ตลาดปลาค็อกซ์บาซาร์ที่เต็มไปด้วยพ่อค้าคนกลางและพ่อค้ารายย่อย ต่างมารอคอยเพื่อแย่งกันซื้อปลาที่พวกเขาต้องการ ในขณะที่ชาวประมงก็ต้องรีบขนปลามาขายให้เร็วที่สุด เพื่อรักษาความสดไว้ ก่อนที่ราคาจะตก ทำให้บรรยากาศที่นี่เต็มไปด้วยความวุ่นวายและมีชีวิตชีวาในแบบบังกลาเทศ
เสน่ห์สำคัญที่ดึงดูดผู้คนทั่วประเทศให้สนใจมาท่องเที่ยวที่นี่ นั่นก็คือหาดค็อกซ์บาซาร์ ที่หันหน้าไปยังทิศตะวันตก เข้าหาอ่าวเบงกอล ดังนั้นช่วงเวลาเช้าก็มีแดดไม่ร้อนมาก ในขณะที่ช่วงเวลาบ่ายถึงเย็นก็จะเป็นช่วงเวลาที่สวยที่สุดในการชมพระอาทิตย์ตกที่นี่ สิ่งที่เหนือความคาดหมายเลยก็คือว่าเรื่องความสะอาดของชายหาดที่นี่ แทบจะไม่ค่อยมีขยะเลย ทำให้ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวชาวบังกลาเทศเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวที่นี่นับล้านคนเลยทีเดียว
ของฝากหรือของที่ระลึกที่นี่ไม่ได้มีให้เลือกมากนัก ส่วนใหญ่ก็เป็นผลผลิตจากท้องทะเล ไม่ว่าจะเป็นงานประดิษฐ์จากเปลือกหอยและปะการัง ซึ่งจะว่าไปแล้วก็ไม่เป็นผลดีนักในการสนับสนุนสินค้าเหล่านี้ ส่วนใครที่อยากได้ข้าวของเครื่องใช้ก็ต้องเข้ามาในตลาด เพราะที่นี่มีทุกอย่างทั้งของกินของใช้ ไปจนถึงปลาเค็มแห้งตัวโตๆ มิหนำซ้ำยังมีข้าวของเครื่องใช้ของชาวเมียนมาเป็นทางเลือกอีกด้วย ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่าคนแถวนี้มีจำนวนไม่น้อยที่สืบเชื้อสายมาจากเมียนมา ซึ่งเราก็จะสังเกตได้ไม่ยากเพราะสีผิวและโครงหน้าจะแตกต่างไปจากชาวเบงกาลีโดยสิ้นเชิง
แม้ว่าประชากรกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ของประเทศนี้จะนับถือศาสนาอิสลาม แต่ในเขตจิตตะกองโดยเฉพาะที่ค็อกซ์บาซาร์ ก็มีชุมชนชาวพุทธขนาดใหญ่ที่มาจากเมียนมา รวมถึงมีวัดพุทธเก่าแก่อยู่มากมายให้ได้เยี่ยมเยือนสักการะ ดังเช่น “วัดมหาจินดากรี” เป็นวัดพุทธที่ใหญ่สุดในค็อกซ์บาซาร์ มีสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งศิลปะในการออกแบบก็ได้รับอิทธิพลมาจากศิลปะของวัดพุทธในเมียนมา มากไปกว่านั้นที่นี่มีความเงียบสงบและร่มรื่นของธรรมชาติ จึงเป็นศูนย์รวมความศรัทธาของพุทธศาสนิกชนกว่า 4 แสนคน ที่อาศัยในละแวกนี้ โดยในช่วงที่ไม่ได้มีเทศกาลทางศาสนาทุกเช้าจะมีภิกษุณีมาคอยสอนหนังสือและสอนธรรมะให้กับเด็กๆ ในขณะที่พุทธศาสนิกชนผู้ใจบุญก็จะมาร่วมทำบุญในโอกาสนี้ด้วย
ในเขตจิตตะกอง ดิวิชั่นนั้น เป็นพื้นที่ซึ่งมีชาวพุทธอาศัยอยู่มาก นอกจากค็อกซ์บาซาร์แล้วก็ยังมีอีกพื้นที่หนึ่งเรียกว่า “รามู” เป็นชุมชนที่มีชาวพุทธ และมีวัดพุทธใหญ่ๆ อยู่ถึง 10 กว่าแห่งด้วยกัน ถ้ามีเวลาพอก็แนะนำให้เที่ยวชมทุกวัด แต่ถ้ามีเวลาไม่มากพอหรือมีเวลาจำกัด ก็แนะนำให้มาที่วัดลัลชิงไมตรีวิหารเพิ่งถูกบูรณะขึ้นมาใหม่ หลังจากเหตุการณ์ความไม่สงบเมื่อปี 2012 ปัจจุบันก็ยังไม่เสร็จสมบูรณ์นัก แต่ก็เปิดให้เข้าชมได้และมีการปรับเป็นศูนย์วิปัสสนาวิมุตติ
งานทอดกฐินถูกจัดอย่างยิ่งใหญ่ทุกปีในรามูโดยเฉพาะอย่างยิ่งในปีนี้ ที่รามู เซ็นทรัล สีมาวิหาร ได้มีการนิมนต์พระสงฆ์จากต่างประเทศมาร่วมประกอบศาสนพิธีด้วย ก็ยิ่งทำให้ผู้คนจากทั่วทุกสารทิศมาร่วมงานกันอย่างเนืองแน่น ภายหลังจากพิธีถวายภัตตาหารแด่คณะสงฆ์แล้ว เจ้าภาพผู้มีจิตศรัทธาก็เปิดพื้นที่โรงทานให้ผู้มาร่วมบุญได้รับประทานอาหารกันก่อนจะเดินทางกลับบ้าน เรียกได้ว่าทุกคนได้อิ่มทั้งบุญอิ่มทั้งท้องกันเลยทีเดียว
ปิดท้ายการเดินทางมายังค็อกซ์บาซาร์ ด้วยการแวะชมอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่เจ้าบ้านภูมิใจนำเสนอเป็นอย่างมาก นั่นก็คือสวนสัตว์ ว่ากันตามตรงแล้วนี่คงไม่ใช่สวนสัตว์ที่น่าตื่นตาตื่นใจเท่าไรนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคนไทย เพราะเรามีสวนสัตว์ที่ดีกว่านี้มาก แต่สำหรับผู้คนที่นี่แล้ว สถานที่แห่งนี้ถือเป็นหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่พิเศษมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเด็กๆ ด้วยแล้ว การจะได้เข้ามาเที่ยวในสวนสัตว์ไม่ใช่เรื่องที่เด็กบังกลาเทศทุกคนจะได้มีโอกาสเข้ามา เมื่อมาถึงที่นี่ทั้งทีแล้วก็ต้องไม่พลาดชมเสือเบงกอล หนึ่งในเสือสายพันธุ์สำคัญที่กำลังจะใกล้สูญพันธุ์ของโลก
หาดทรายและท้องทะเลที่สวยงามสำหรับผู้คนที่นี่ อาจจะเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ใครๆ ก็อยากเดินทางมาค็อกซ์บาซาร์สักครั้งหนึ่งในชีวิต แต่ช่วงระยะเวลาสั้นๆ ของเราแล้วเราค้นพบว่าความหลากหลายและความมีชีวิตชีวาของค็อกซ์บาซาร์ จะเป็นอีกหนึ่งเหตุผลสำคัญที่ทำให้ที่นี่เป็นอีกหนึ่งปลายทางท่องเที่ยวที่มีคุณค่าและอยากกลับมาที่นี่อีกครั้ง


