posttoday
ยินดี ปรีดา เหลืองปรีดียาธร

ยินดี ปรีดา เหลืองปรีดียาธร

02 เมษายน 2559

ฤดูกาลผันเปลี่ยนเวียนผ่าน ดงเหลืองปรีดียาธรได้เวลาเบ่งบานริมสองข้างทางถนนสามชุก-หนองหญ้าไซ-ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี

โดย...กาญจน์ อายุ

ฤดูกาลผันเปลี่ยนเวียนผ่าน ดงเหลืองปรีดียาธรได้เวลาเบ่งบานริมสองข้างทางถนนสามชุก-หนองหญ้าไซ-ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี อันเป็นเรื่องธรรมชาติที่ชาวสุพรรณฯ ทราบกันดีว่า ทุกเดือน มี.ค.ต้นไม้ใหญ่ริมทางหลวงหมายเลข 3502 จะกลายเป็นสีเหลืองสด ด้วยต้นเหลืองปรีดียาธรกำลังออกดอกสะพรั่งตั้งแต่กลางเดือน มี.ค. กระทั่งดอกสุดท้ายจะร่วงหล่นเมื่อย่างเข้าเดือน เม.ย. ...แสนสั้น

สามชุกอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ราว 2 ชม. ขับเลยไปทางด่านช้างอีก 20 กม. จะถึงถนนสายดอกไม้ หลังจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โปรโมทเมื่อปีที่ผ่านมา ภาพถูกเผยแพร่ไปอย่างกว้างขวาง ทำให้คนกรุงเทพฯ แห่ไปถ่ายภาพจนกลายเป็นกระแสในโซเชียลมีเดีย แต่น่าเสียดายที่ปีนี้ดอกไม้ไม่หนาแน่นเท่าปีที่แล้ว เป็นเพราะสภาพอากาศแปรปรวนทำให้บางต้นสลัดดอกทิ้งก่อนจะบาน

ยินดี ปรีดา เหลืองปรีดียาธร ใต้ต้นเหลืองปรีดียาธร

 

แต่ใช่ว่าจะไม่มีความงาม ไม่ว่าอย่างไรเหลืองปรีดียาธรก็ไม่ทำให้ผิดหวัง ทั้งความสวยสดของสีสันและความอลังการยาวเกือบ 2 กม. เวลาที่เหมาะสมแก่การถ่ายภาพ ถ้ากล่าวตามจริงต้องบอกว่าเลือกไม่ถูกว่าเวลาไหน เพราะดอกไม้สวย ต่อให้ถ่ายอย่างไร ใช้กล้องอะไร หรือเวลาใดก็สวย แต่ถ้าจะตอบแบบช่างภาพ พวกเขามองว่าช่วงเย็นจะสวยกว่าเพราะแสงพระอาทิตย์จะคล้อยต่ำลงมาสาดต้นพอดี ทำให้ดอกสีเหลืองที่เห็นจัดจ้านในช่วงกลางวันกลายเป็นละมุนและเย็นตา ทั้งยังเปลี่ยนความรู้สึกของฤดูร้อนให้เป็นฤดูอบอุ่นในทันที

นอกจากนี้ ยังต้องกล่าวถึงเรื่องการระมัดระวังตัวเอง เพราะถนนเส้นนี้รถวิ่งเร็ว มีรถบรรทุกแล่นเกือบตลอดเวลา เมื่อจอดรถไว้ไหล่ทางยิ่งทำให้เหลือพื้นที่เดินน้อย หรือบางคนอยากได้ภาพมุมกว้างก็เสี่ยงไปยืนกลางถนน เห็นแล้วเป็นห่วงความปลอดภัยกลัวว่าจะได้ภาพอื่นแทนดอกไม้

ยินดี ปรีดา เหลืองปรีดียาธร ทั้งต้นมีแต่สีเหลือง

 

ทั้งนี้ จากที่กล่าวไปทุกอย่าง เพียงต้องการจะบอกว่า “ให้รีบไป” เพราะเหลืองปรีดียาธรจะอยู่ให้ชื่นชมอีกเพียงแค่ 1 อาทิตย์ ไม่รอสงกรานต์ ไม่รอวันหยุดยาว ไม่รอใครทั้งนั้น และถ้าเมฆฝนจากกรุงเทพฯ ลอยไปถึงสุพรรณฯ เมื่อไร เชื่อได้เลยว่ารุ่งขึ้นต่อมาทั้งต้นจะเหลือแต่ใบ

เมื่อมาชมดอกไม้แล้ว สุพรรณบุรียังมีอะไรอีก? เราจะข้ามคำตอบยอดนิยมอย่างศาลเจ้าพ่อหลักเมือง-มังกรสวรรค์ หรือบึงฉวากเฉลิมพระเกียรติไป เพื่อตอบคำตอบที่เอ็กโซติกอย่าง หมู่บ้านอนุรักษ์แย้ ภายในหมู่บ้านสุวรรณตะไล อ.สามชุก

ยินดี ปรีดา เหลืองปรีดียาธร ปั่นจักรยานชมธรรมชาติ

 

พี่ม่อน-นพมาศ ปานสุวรรณ เจ้าของบ้าน เล่าว่า แต่ก่อนละแวกบ้านไม่มีแย้ แต่ด้วยคุณพ่อเป็นคนรักสัตว์จึงจับแย้จากที่อื่นมาเลี้ยง ผลปรากฏว่าแย้คู่นั้นออกลูกออกหลานและเริ่มขยายบริเวณไปบ้านข้างๆ จนทำให้ทุกวันนี้บ้านพี่ม่อนเป็นศูนย์กลาง ประกอบกับบ้านใกล้เรือนเคียงอีกกว่า 20 หลัง ที่เลี้ยงแย้เป็นสัตว์เลี้ยง ซึ่งทุกหลังให้ความร่วมมือในการอนุรักษ์ โดยการไม่กิน ไม่ทำร้าย และปล่อยให้มันอยู่ตามธรรมชาติ อีกทั้งเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเมื่อปี 2554 ให้ผู้สนใจเข้ามาดูวิถีแย้ฟรี

“แย้เป็นสัตว์น่ารัก” พี่ม่อนกล่าว นั่นอาจเป็นเพราะสีสัน ลักษณะลำตัวอ้วนป้อม หรือนิสัยเชื่องคนก็เป็นได้ เธอเล่าถึงพฤติกรรมของพวกมันให้ฟังว่า แย้อาศัยอยู่ใต้พื้นดินที่มีลักษณะเป็นดินปนทรายลึกลงไป 1 ฟุต และสร้างเป็นโครงข่ายใต้พื้นดิน พอเข้ารูนี้สามารถออกรูนู้นได้โดยฉับไว ทุกเช้าถึงสายช่วงที่แดดยังไม่แรงจัด แย้จะเปิดรูออกมาหาอาหาร ปกติมันจะกินแมลงศัตรูพืช แต่แย้ที่บ้านนี้กินหนอนนก (กิโลกรัมละ 500 บาท) และรังผึ้งเพิ่มสารอาหาร “ถ้าไม่เลี้ยงให้อิ่ม ตัวใหญ่จะไปกินลูกของตัวอื่น” เธอกล่าว พี่ม่อนให้วันละ 3 มื้อ เช้า กลางวัน และเย็น จากนั้นเมื่ออากาศภายนอกร้อนมากเข้า พวกมันจะกลับเข้ารูแล้วใช้เท้าผลักดินทรายขึ้นมาปิดเพื่อเก็บตัวเองไว้ในความเย็นใต้ดิน

ยินดี ปรีดา เหลืองปรีดียาธร นักท่องเที่ยวเก็บภาพดอกไม้ริมทางหลวง

 

นอกจากนี้ ทุกปีช่วงเดือน มิ.ย.-พ.ย. แย้จะจำศีลในรูเพื่อหนีฝน จากนั้นเดือนถัดมาจะเริ่มผสมพันธุ์ทันทีแล้วจะเห็นแย้น้อยออกมาเดินเพ่นพ่านช่วงเดือน ก.พ. ตามข้อมูลระบุว่า แย้มี 8 ชนิด เช่น แย้อีสาน แย้ใต้ แย้ธรรมดา แย้จีน แย้กะเทย (แย้เวียดนาม) ซึ่งแย้ที่สุพรรณฯ เป็นแย้อีสาน ซึ่งปกติแล้วคนอีสานนิยมจับกินเป็นอาหาร พอคนอีสานเห็นแย้ที่นี่จึงค่อนข้างแปลกใจกับขนาด เพราะแย้อีสานจริงๆ มีโอกาสโตยาก มักถูกจับกินเสียก่อนโต

เวลาชมแย้ที่ดีที่สุด คือ ช่วงก่อนเที่ยงวัน นั่นเป็นช่วงที่แย้ออกจากรูและยังท้องว่าง นักท่องเที่ยวสามารถบริจาคเงินซื้อหนอนนกให้อาหารแย้จากมือก็ได้ จะนอนเซลฟี่กับแย้ก็ได้ หรือจะอุ้มแย้ก็ได้ (พี่ม่อนบอกว่ายังไม่เคยมีประวัติแย้กัดใครเลยตั้งแต่เปิดบ้านมา) นอกจากนี้บทบาทของหมู่บ้านอนุรักษ์ยังมีความสำคัญ เพราะปัจจุบันแย้อยู่ในฐานะใกล้สูญพันธุ์จากถิ่นธรรมชาติ ถึงแม้ว่าแย้สุพรรณฯ จะไม่ใช่สัตว์ท้องถิ่นแต่ก็เป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์แย้ไทยได้มากทีเดียว

ยินดี ปรีดา เหลืองปรีดียาธร มือนักท่องเที่ยวถ่ายภาพทิวแถวต้นไม้

 

ถ้าใครได้ไปดูพวกมัน เชื่อว่าจะค่อยๆ ลดอคติที่มีต่อสัตว์ประเภทกิ้งก่าหรือตุ๊กแกไป เรื่องนี้พิสูจน์มาแล้วกับตัว เพราะจากที่คอยดูห่างๆ ก็ค่อยๆ เขยิบเข้าไป ใกล้ขึ้นๆ จนถึงปากรู และแปลกใจตัวเองที่เริ่มเห็นมันน่ารัก สีสันที่ดูน่าขนลุกกลับมองเป็นลายสวยงาม ขนาดของมันกลับเป็นความตุ้ยนุ้ยที่น่าขัน กลายเป็นว่ามองมันได้เรื่อยๆ แม้มันจะเลิกสนใจตั้งแต่หนอนนกในกระปุกหมดไปตั้งนานแล้วก็ตาม

มาสุพรรณฯ คราวนี้อยู่ๆ ก็ตกหลุมรักแย้ แน่นอนว่าตกหลุมรักเหลืองปรีดียาธร และเริ่มตกหลุมรักสุพรรณบุรีที่อยู่ในฐานะเมืองผ่านเสมอมา ทำให้คิดถึงประโยค “ไม่เห็นค่าสิ่งใกล้ตัว” ซึ่งไม่อยากให้มันเกิดขึ้น จึงขอย้ำอีกครั้งว่านี่เป็นโค้งสุดท้ายของเหลืองปรีดียาธร สำหรับคนเมืองกรุงต้องใช้คำว่า “สุพรรณฯ ใกล้แค่นี้” อย่าได้เสียโอกาสสุดท้ายเพื่อหวังปีหน้า อย่างที่เกิดขึ้นไปแล้วกับคนปีก่อนที่ได้เห็นสิ่งสวยงามกว่าคนปีนี้

ยินดี ปรีดา เหลืองปรีดียาธร ให้อาหารแย้

 

ยินดี ปรีดา เหลืองปรีดียาธร แย้เชื่องเหมือนสัตว์เลี้ยง

 

ยินดี ปรีดา เหลืองปรีดียาธร รูแย้

 

ยินดี ปรีดา เหลืองปรีดียาธร กองทัพแย้

 

ยินดี ปรีดา เหลืองปรีดียาธร ดอกตูมรอบาน

 

ข่าวล่าสุด

กทม. วิกฤต! ดัชนีความร้อนทะลุ 52 องศาเซลเซียส ระดับอันตรายมาก

กทม. วิกฤต! ดัชนีความร้อนทะลุ 52 องศาเซลเซียส ระดับอันตรายมาก