posttoday

ข้าว พิธีกรรม ยุคอุตสาหกรรม

23 มกราคม 2559

แม้นในโลกจะมีการปฏิวัติอุตสาหกรรม ปฏิวัติทางการเมืองไปอย่างไรก็ตาม “ข้าว” ก็ยังเป็นสิ่งเดียวในโลกที่เป็นสิ่งจำเป็นของทุกยุค

โดย...จำลอง บุญสอง

แม้นในโลกจะมีการปฏิวัติอุตสาหกรรม ปฏิวัติทางการเมืองไปอย่างไรก็ตาม “ข้าว” ก็ยังเป็นสิ่งเดียวในโลกที่เป็นสิ่งจำเป็นของทุกยุค

ในยุคระบบเศรษฐกิจแบบพอเพียง มนุษย์จมอยู่กับความหวาดกลัวธรรมชาติ พวกเขาต้องอยู่อย่าง “จำนน” และ “อ้อนวอน” ในสิ่งที่พวกเขาคิดว่าอยู่เหนือธรรมชาติ จนนำมาซึ่งประเพณีแห่งการอ้อนวอนร้องขอมากมาย รวมถึงเรื่องที่เกี่ยวกับ “ข้าว” นับตั้งแต่ก่อนปลูก ไปเก็บเกี่ยวและหลังเก็บเกี่ยวไปแล้ว แต่เมื่อวิทยาการทางวิทยาศาสตร์เฟื่องฟู โลกก็ก้าวเข้าสู่การปฏิวัติอุตสาหกรรม ระบบเศรษฐกิจแบบพอเพียงถูกเปลี่ยนเป็นทุนนิยม ความเชื่อดั้งเดิมถูกทำลายลงด้วยความรู้ในเชิงวิทยาศาสตร์ แต่ก็ไม่ได้ทำลายลงอย่างสิ้นเชิง เพราะคนที่มีความคิดแบบจิตนิยมยังมีซ่อนลึกอยู่ในจิตใจมนุษย์ เมื่อประสบความทุกข์ที่หาทางออกแบบวิทยาศาสตร์ไม่ได้

ไม่เพียงแต่ในประเทศไทยเท่านั้นที่ความเชื่อแบบในยุคพึ่งฟ้าพึ่งฝนยังคงดำรงอยู่ ส่วนต่างๆ ของโลก โดยเฉพาะในโลกที่ความเจริญทางวิทยาศาสตร์ยังไม่ถูกสถาปนาขึ้นในใจคน และประเทศที่การพัฒนาทางการเมืองยังอยู่ในขั้นด้อยและกำลังพัฒนาก็ยังมีความเชื่อเช่นนี้

ข้าว พิธีกรรม ยุคอุตสาหกรรม

 

ประเพณีที่เกี่ยวกับข้าวในบ้านเรากระจุกอยู่แถบอีสาน อาจเป็นเพราะอีสานเป็นอู่ข้าว ทว่าไม่ใช่อู่น้ำ ชาวบ้านจึงต้องพึ่งพาเทวดามอบน้ำฟ้าเลี้ยงข้าวยามแล้ง เริ่มตั้งแต่ประเพณีขอฝนจากพญาแถนด้วยการจุดบั้งไฟ ประเพณีบุญบั้งไฟ มีขึ้นช่วงเดือน พ.ค. ก่อนฟ้าจะเข้าเมฆฝนอย่างเป็นทางการ และก่อนชาวบ้านจะดำกล้าลงดินชาวยโสธรจะจัดงานบุญบั้งไฟ ส่งสัญญาณให้พญาแถนบันดาลฝน เช่นเดียวกับที่ จ.ร้อยเอ็ด มี ประเพณีบั้งไฟตะไลล้าน ตามความเชื่อเดียวกัน แต่วิธีทำวัสดุขอฝนต่างกัน ที่ร้อยเอ็ดจะใช้การสานไม้ไผ่เป็นวงกลม เวลาจุดจะหมุนติ้วสู่ท้องฟ้า

พญาแถนยังเป็นที่มาของเรื่องเล่า พญาคันคาก หรือพญาคางคก ที่เชื่อว่าพญาคางคกรบชนะพญาแถน จึงออกคำสั่งว่าถ้ามนุษย์จุดบั้งไฟขึ้นสู่ท้องฟ้าเมื่อใด พญาแถนต้องสั่งให้ฝนตกลงมาเมื่อนั้น ทำให้ชาวยโสธรสร้าง พิพิธภัณฑ์พญาคันคาก ริมแม่น้ำทวน บอกเล่าความเชื่อเรื่องบุญบั้งไฟและนิทรรศการเกี่ยวกับคางคก

นอกจากนี้ ประเพณีผีตาโขน ก็เป็นส่วนหนึ่งที่แยกย่อยออกมาจากงานบุญบั้งไฟ จัดขึ้นในเดือน มิ.ย. ที่วัดโพนชัย อ.ด่านซ้าย จ.เลย เป็นงานบุญเพื่อน้อมรำลึกถึงองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า และยังเชื่อกันว่าเป็นกิจกรรมขอฝนลักษณะเดียวกับที่วัดโพธิ์ศรี บ้านนาซ่าว อ.เชียงคาน จ.เลย มีงาน ประเพณีผีขนน้ำ ชาวบ้านจะแต่งชุดผีขนเพื่อขอฟ้าขอฝน และรำลึกถึงผีบรรพบุรุษ รวมถึงผีวัวควายที่ช่วยทำนา

ข้าว พิธีกรรม ยุคอุตสาหกรรม ใส่บาตรหน้าปราสาทรวงข้าว

 

จากนั้นในเดือน ส.ค. ก็มีงานประเพณีเกี่ยวกับข้าวเช่นกัน แต่ไม่เกี่ยวกับการทำนาคือ บุญข้าวประดับดิน มีขึ้นตามวัดต่างๆ ในภาคอีสาน โดยชาวบ้านจะนำข้าวปลาอาหารคาวหวาน ผลไม้ หมากพลู มาห่อในใบตอง แล้วนำไปวางตามโคนต้นไม้ใหญ่หรือตามพื้นดินรอบๆ เจดีย์หรือโบสถ์ เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้ผู้ล่วงลับและให้ทานแก่วิญญาณยากไร้

หลังจากชาวอีสานระดมความเชื่อจัดงานบุญขอฝนกันพัลวัน ก็ถึงเวลาแยกย้ายไปทำนา รอกระทั่งวันข้าวออกรวงและเก็บเกี่ยว พวกเขาจะกลับมาร่วมงานบุญกันอีกครั้งในเดือน ม.ค. ชาวอำนาจเจริญมี ประเพณีบุญคูณลาน คำว่า ลาน หมายถึง สถานที่นวดข้าว คูณ หมายถึง การทำให้เพิ่มขึ้น ดังนั้นประเพณีนี้จึงมีความหมายถึงการนำข้าวที่นวดแล้วมากองขึ้นให้สูง ปกติชาวบ้านจะทำไม่พร้อมกันขึ้นอยู่กับการเก็บเกี่ยว หากมีการขนข้าวเข้ายุ้งเมื่อใดก็ถือเอาวันนั้นเป็นวันทำบุญคูณลาน ทำร่วมกันในครอบครัวและสมาชิกชุมชน มีการนิมนต์พระสงฆ์มาเจริญพระพุทธมนต์ และการประกอบพิธีบายศรีสู่ขวัญเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมาแต่โบราณเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ข้าวในลาน

ข้าว พิธีกรรม ยุคอุตสาหกรรม ปราสาทรวงข้าวที่สวนลุมพินี

 

ชาวกาฬสินธุ์ก็มีเช่นกันชื่อว่า บุญบายศรีสู่ขวัญข้าวคูณลาน สิ่งสำคัญของประเพณีนี้คือ ปราสาทรวงข้าว ด้วยชาวบ้านจะนำรวงข้าวมามัดทำเป็นปราสาท แล้วนำข้าวเปลือกมาเทกองรวมกัน เมื่อเสร็จพิธีบุญบายศรีสู่ขวัญข้าวแล้วจะนำข้าวเหล่านั้นไปแจกคนยากจนในหมู่บ้าน จากนั้นงานบุญขอฝนก็จะเวียนกลับมาเป็นแบบนี้ปีแล้วปีเล่า ล้อไปกับชีวิตจริงของชาวนาแห่งดินแดนที่ราบสูง

ทั้งหลายทั้งปวงเป็นพิธีที่เกี่ยวข้องกับเทวดาฟ้าดินผสมผสานกับเปลือกของพุทธศาสนาจนกลายมาเป็นประเพณีแบบโบราณ แต่เมื่อก้าวเข้าสู่ยุคทุนนิยม เพื่อไม่ให้ประเพณีดังกล่าวสูญหายไป จึงมีการประยุกต์ประเพณีเก่าแก่ให้กลายเป็นงานที่สามารถขายการท่องเที่ยวเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ อย่างที่เพิ่งผ่านไปกับเทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2559 ที่สวนลุมพินี แต่ละภาคยกประเพณีท้องถิ่นมานำเสนอ ที่เป็นไฮไลต์ต้องยกให้ปราสาทรวงข้าวจากกาฬสินธุ์ ที่แม้จะย่อส่วนลงมาให้เป็นตัวอย่าง แต่ก็ทำให้คนเมืองใหญ่เห็นความเชื่อแบบดั้งเดิมของคนในเมืองพอเพียง อันเป็นการตอกย้ำว่า แม้นในโลกจะมีการปฏิวัติอุตสาหกรรม ปฏิวัติทางการเมืองไปอย่างไรก็ตาม “ข้าว” ก็ยังเป็นสิ่งเดียวในโลกที่เป็นสิ่งจำเป็นของทุกยุค

ข้าว พิธีกรรม ยุคอุตสาหกรรม ขบวนแห่พญาคันคาก

 

ข้าว พิธีกรรม ยุคอุตสาหกรรม ร่ายรำหน้าบั้งไฟก่อนทำการแห่ผีขนน้ำ จ.เลย

 

ข้าว พิธีกรรม ยุคอุตสาหกรรม พญาคางคกกับพญานาคที่ลำเซบาย

 

ข้าว พิธีกรรม ยุคอุตสาหกรรม การจุดบั้งไฟขอฝนที่ร้อยเอ็ด

 

ข้าว พิธีกรรม ยุคอุตสาหกรรม พานบายศรีในงานบุญคูณลานสู่ขวัญข้าว

 

ข้าว พิธีกรรม ยุคอุตสาหกรรม ยอดเจดีย์ปราสาทของจริงที่กาฬสินธุ์

 

ข้าว พิธีกรรม ยุคอุตสาหกรรม ขนาดของปราสาทรวงข้าว

 

ข้าว พิธีกรรม ยุคอุตสาหกรรม การดำนาในยุคเศรษฐกิจพอเพียงเป็นการทำนาแบบขอแรงหรือเอาแรงกันทำนา

 

ข้าว พิธีกรรม ยุคอุตสาหกรรม ร่วมทำบุญด้วยการเทข้าวในงานปราสาทรวงข้าวเพื่อนำไปแจกคนยากจน

 

ข่าวล่าสุด

“ชัยชนะ” โต้ข่าวลือเอี่ยวค้ายา ย้ำ!ไม่เคยเกี่ยวข้อง จ่อ ดำเนินคดี