posttoday

บทเรียนจาก "The face Thailand" กับการละเมิดสิทธิเด็ก

05 กุมภาพันธ์ 2560

เฟซบุ๊ก Phongsathon Chankaew

เฟซบุ๊ก Phongsathon Chankaew

รายการ The face Thailand กับการละเมิดสิทธิเด็ก

..............................................................................

หลายคนคงได้ดูรายการ #ThefaceThailand เทปแรกที่เพิ่งจบลงไป ซึ่งจุดเด่นสำคัญที่เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อยู่ในขนาดนี้กลับไม่ใช่ฝีปากที่ฟาดฟันของเมนเทอร์แต่กลับเป็นกรณีของน้องใบหม่อนที่เขียนลงไปในใบสมัครว่า "กลัวกะเทย"

ไม่กี่อึดใจคลิปดังกล่าวที่ถูกตัดต่อมาจากรายการถูกผู้คนในโลกออนไลน์แชร์กันอย่างมหาศาลมีทั้งเสียงกร่นด่า ทับถม จิกกัด หัวเราะ แต่สิ่งที่ดีใจที่สุดคือในหน้า New feed ของเรามีจำนวนไม่น้อยเลยที่ออกมาปกป้องสิทธิของน้อง และออกมาตำหนิรายการ ซึ่งหลายคนอาจสงสัยว่ารายการทำผิดอะไร และทำไมเราต้องปกป้องสิทธิของน้องใบหม่อน อ่ะ ในฐานะคนที่ทำงานด้านเด็ก เราจะเล่าให้ฟัง

..............................................................................

น้องใบหม่อน อายุ 16 ปี น้องเป็นเด็กครับน้องได้รับการคุ้มครองตามพรบ. คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 (เด็กคือ บุคคลที่อายุต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์) ซึ่งเราเชื่อว่ารายการรู้อยู่เต็มอกว่าถ้านำคลิปวีดีโอตัวนี้ลงแล้วมันจะต้องเป็นกระแส คนแห่แชร์คลิปนี้ถล่มทลาย ซึ่งสิ่งเหล่านี้มันเป็นการแสวงประโยชน์จากการสูญเสียของน้องใบหม่อน เป็นต้นทุนมหาศาลที่เด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ออกมาในรายการเพียงไม่กี่นาทีต้องแลกด้วยสภาพจิตใจ อารมณ์ สังคม และชื่อเสียง เกียรติคุณ ที่มันถูกทำร้ายจากการถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์ทั้งในโลกออนไลน์ ที่อาจจะลามไปยังพื้นที่ส่วนตัวของน้อง

ใช่ครับ น้องเขียนลงไปว่าน้องกลัวกะเทย แต่เราไม่สามารถนำสิ่งเหล่านั้นมาตัดสินทั้งชีวิตและภาพรวมความคิดและทัศนคติของน้องใบหม่อนได้นะครับ เพราะเราไม่รู้เลยว่าที่ผ่านมา เด็กผู้หญิงคนนี้เขาเคยมีประสบการณ์ด้านลบต่อกะเทยเป็นอย่างไร เราไม่รู้แน่ชัดเลยว่าการกลัวกะเทยในความหมายของน้องมันมีในมุมมองไหน หรือเขาเคยได้รับการสั่งสอนและอบรบให้มีทัศนคติต่อกะเทยแบบใด เพราะเราทุกคนต่างมีมุมมองต่อส่งรอบข้างผ่านประสบการณ์และการรับรู้ทางสังคมที่ผ่านมาของเรา ถ้าสมมุติกะเทยเคยทำไม่ดีกับน้องเค้าและเค้ามองกะเทยเป็นแบบเหมารวม (stereotype) และเกลียดกลัวไปทั้งหมดอันนี้มันก็สามารถเป็นไปได้ เพราะน้องเพิ่งอายุ 16 ครับ ทัศนคติ การเห็นโลก การถูกหลอมรวมและขัดเกลาให้เข้ากับสังคมของน้องเองยังผ่านมาไม่นาน น้องมีเวลาเรียนรู้และเปิดรับมุมมองด้านบวกกับสิ่งที่น้องเคยเกลียดกลัว และไม่ชอบอีกเยอะครับ อันนี้เป็นประเด็นแรกที่อยากให้ทุกคนได้คิดไปด้วยกัน

ประเด็นต่อมาการลงคลิปในสื่อดังกล่าวมันมีอันตรายและผลกระทบอย่างมหาศาลต่อน้องครับ เพราะคลิปนี้จะคงอยู่ถาวรในโลกออนไลน์และมีผลกระทบต่อตัวน้องไปตลอดชีวิตโดยความตั้งใจหรือไม่แต่คลิปนี้จะทำหน้าที่ตีตราและสร้างความเข้าใจว่าน้องใบหม่อนกลัวกะเทยตลอดไป แม้ว่าในวันข้างหน้าน้องจะไม่ได้กลัวกะเทยแล้วก็ตาม เพราะแรงปะทะวันนี้มัน impact มากคนแชร์ล้นหลาม รับรู้กันไปแบบนั้นแล้ว แม้วันหนึ่งที่น้องเปลี่ยนความคิด คนที่เคยด่า เคยเกลียด เคยเชื่อว่าน้องเป็นแบบนี้จะไม่ได้มีโอกาสรับรู้ที่ความเปลี่ยนแปลงนี้ หรือได้รับรู้ความน่ารักของน้องในมุมอื่นเท่ากับมุมมองด้านลบที่น้องมีต่อกะเทยเพียงไม่กี่น่าทีที่รายการฉายให้เราเห็น น้องจะยังเป็นใบหม่อนกลัวกะเทยตลอดไปสำหรับใครหลายๆ คนก็เพราะคลิปตัวนี้ที่รายการตัดออกมาเพื่อเอาเรตติ้งและเรียกกระแส

ประเด็นต่อมาคือสิ่งสำคัญตอนนี้!!! เราจะทำอย่างไรไม่ให้ตัวเราที่รู้สึกไม่ชอบกับคนที่รังเกียจและเกลียดกลัวคนที่มีความหลากหลายทางเพศ ไม่กลายเป็นผู้กระทำซ้ำและเสริมทับการกระทำที่ละเมิดสิทธิเด็กอันนี้ เราเข้าใจทุกคนที่หัวร้อนดีครับว่ารู้สึกยังไง แต่ใจเย็นแก!! ถ้าหัวร้อน วีนแหลกปุ๊บ จบทันที เพราะอะไรรู้มั้ย เพราะว่า เราจำเป็นอย่างมากที่ต้องสร้างบรรยากาศที่เป็นมิตร และมอบบทเรียนทางประสบการณ์แบบใหม่ให้กับคนที่เกลียดกลัวเรารู้ว่าเห้ยยย ไม่ว่าเธอจะเกลีดกลัวเราขนาดไหนแต่เราเข้าใจเธอ เราจะไม่เกลียดกลัวเธอ และเราจะยินดีให้เธอเข้ามาทำความรู้จักพวกเรามากขึ้น รู้จักเราในมุมมองใหม่ๆ แล้วจะเห็นว่า เราคือมนุษย์เฉกเช่นเดียวกับเธอ ตัดเพศออกไป พวกเราดีเลว ต่ำช้า เหมือนกันหมด ซึ่งถ้าเราวีนเหวี่ยง บรรยากาศแห่งการทำความเข้าใจและให้โอกาสมันจะไม่เกิดขึ้น และเราจะกันคนกลุ่มที่มีทัศนคติด้านลบต่อเราออกห่างจากเราไปเรื่อยๆ

เราอยากให้ทุกคนจดจำน้องใบหม่อนใหม่ "จากน้องใบหม่อนกลัวกะเทย" เป็น "น้องใบหม่อนที่ถูกละเมิด" เพราะถ้าเรามองน้องแบบแรกเราจะตำหนิและมองไม่เห็นบาดแผลที่น้องได้รับจากผลกระทบครั้งนี้ แต่ถ้ามองแบบที่สองเราจะเห็นว่าน้องกำลังถูกสื่อและพวกเรารุมทึ้ง ด.ญ. อายุ 16 คนนี้มากขนาดไหน และเราเองจะได้ไม่ลืมว่าเด็กทุกคนรวมทั้งเด็กผู้หญิงคนนี้กำลังเรียนรู้และเติบโตขึ้นมาในสังคม และเขาจำเป็นต้องได้รับการต้อนรับเข้าสู่โลกนี้อย่างอบอุ่น และถูกชี้แนะอย่างเข้าอกเข้าใจ จากผู้ใหญ่อย่างเราๆ เราเลยอยากชักชวนทุกคนลุกขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ที่น่ารัก มองน้องอย่างเข้าใจและให้โอกาส เพราะมันหมายถึงการเปิดโอกาสให้เราเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่น่ารักขึ้นเช่นกัน

และนี่ก็เป็นอีกครั้งที่สังคมถามหาจรรยาบรรณสื่อ แม้สื่อเองจะยังไม่ละเอียดอ่อนต่อประเด็นสิทธิเพียงพอ แต่เราเริ่มเห็นผู้คนละเอียดอ่อนกับเรื่องนี้มากขึ้น เราดีใจ!!

ที่มา https://www.facebook.com/photo.php?fbid=10209706623717135&set=a.1511695547125.2069225.1076461668&type=3&theater

ข่าวล่าสุด

เมื่อพลาสติกแพง! เปิดเช็คลิสต์ วิธี “ประหยัดเงิน” และ “รักษ์โลก” ที่ทำได้จากตัวเราเอง