3พ่อแม่ลูกขี่สามล้อพ่วงข้างจากสตูลมากราบถวายบังคมพระบรมศพ
ครอบครัวพ่อแม่ลูกขี่รถสามล้อพ่วงข้างจากสตูลมาสนามหลวงเพื่อเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
ครอบครัวพ่อแม่ลูกขี่รถสามล้อพ่วงข้างจากสตูลมาสนามหลวงเพื่อเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
เมื่อวันที่ 17 พ.ย. เวลา 18.50 น. ที่บริเวณหน้าครัวธรรมศาสตร์จิตอาสา มหาวิยาลัยธรรมศาสตร์ นายสมคิด จันทร์เอียด อายุ65ปี นางห่อลียะ สำเร่ ภรรยา อายุ 52ปี พร้อมด้วยนายคณิต จันทร์เอียด บุตรชาย วัย 42ปี จาก อ.ทุ่งหว้า จ.สตูล ซึ่งเดินทางด้วยรถสามล้อพ่วงข้าง ประดับพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งเป็นภาพที่มีพระเสโท (เหงื่อ) หยดอยู่ปลายพระนาสิก (จมูก) เพื่อมากราบถวายบังคมพระบรมศพเบื้องหน้า พระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง
ทั้งสามเดินทางจากบ้านในจ.สตูล ตั้งแต่วันที่14พ.ย.ที่ผ่านมา โดยใช้เวลาเดินทาง4วัน มาถึงสนามหลวงเมื่อวันที่17พ.ย.เวลา18.50น.
นายสมคิด กล่าวว่า ในชีวิตไม่เคยมีโอกาสได้เฝ้ารับเสด็จฯ ในหลวงรัชกาลที่ 9 แต่ก็รู้ว่าพระองค์ทรงงานหนักและลำบากมาตลอด ทรงเดินทางขึ้นเขาลงเขาเพื่อเยี่ยมชาวบ้าน เมื่อพระองค์เสด็จสวรรคต จึงอยากมากราบพระองค์เป็นครั้งสุดท้าย
นายสมคิดกล่าวอีกว่า ต้องการจะเดินทางมาด้วยวิธีที่ลำบากที่สุด แม้จะไม่อาจเทียบความลำบากของพระองค์ได้เลยก็ตาม จึงเลือกที่จะขี่รถสามล้อพ่วงมาด้วยกัน โดยให้ลูกชายเป็นคนขับ ระหว่างทางนอนพักในวัด2คืน ที่กรมทางหลวงอีก1คืน จนมาถึงกรุงเทพฯอย่างปลอดภัย
"ตลอดทางได้ตั้งจิตอธิษฐานขอให้พระองค์คุ้มครองให้เดินทางถึงกรุงเทพฯ ผมต้องการบอกกับพระองค์ว่า พวกเรารักพระองค์ท่านมาก ขอให้ท่านเสด็จสู่สวรรคาลัย ซึ่งตลอดเส้นทางได้รับความเอื้อเฟื้อจากประชาชนให้ข้าว น้ำ และกำลังใจ"นายสมคิดกล่าว
นายคณิต เสริมว่า ขับรถมาตลอด 4 วัน หากรู้สึกเหนื่อย เมื่อมองไปที่กระจกมองข้างรถสามล้อ ก็จะเห็นพระบรมฉายาลักษณ์ เห็นพระเสโทของพระองค์ก็รู้สึกมีกำลังใจขึ้นมา และตั้งใจจะบอกกับพระองค์เมื่อเข้าไปกราบถวายบังคมพระบรมโกศว่า รักพระองค์ จะกตัญญูต่อพ่อแม่เหมือนที่พระองค์ทรงกตัญญูต่อสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี


