‘เพอร์เฟค’ แตะเบรกปี’59 หวังปีหน้าลุยแบบครบวงจร
ผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวต่อเนื่องเกือบตลอดทั้งปี 2559 กอปรกับอยู่ในช่วงเหตุการณ์แสดงความอาลัย ทำให้หลายธุรกิจต้องปรับแผนรวมทั้งอสังหาริมทรัพย์
โดย...โชคชัย สีนิลแท้
ผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวต่อเนื่องเกือบตลอดทั้งปี 2559 กอปรกับอยู่ในช่วงเหตุการณ์แสดงความอาลัย ทำให้หลายธุรกิจต้องปรับแผนรวมทั้งอสังหาริมทรัพย์ก็เช่นเดียวกัน จะเห็นได้ว่าแผนของแต่ละค่ายต่างพลาดเป้ากันถ้วนหน้า ทำให้ต้องเร่งปรับตัวและวางกลยุทธ์ใหม่เพื่อรับมือกับการแข่งขันที่ยังคงทวีความรุนแรง
ธีรธัชช์ สิงห์ณรงค์ธร ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่กลุ่มสนับสนุน สายงานลงทุนสัมพันธ์ บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค กล่าวว่า จากภาพรวมเศรษฐกิจที่ซบเซาทำให้บริษัทต้องปรับแผนการดำเนินธุรกิจใหม่ จากเดิมที่ปี 2559 จะเปิดโครงการใหม่ 17 โครงการ มูลค่ากว่า 2.4 หมื่นล้านบาท สามารถเปิดโครงการได้เพียง 8 โครงการ มูลค่า 7,980 ล้านบาท แบ่งเป็น โครงการบ้านเดี่ยว 7 โครงการ และโครงการคอนโดมิเนียม 1 โครงการ
ขณะเดียวกันบริษัทได้ปรับลดเป้ารายได้ปีนี้ลงเหลือ 1.5 หมื่นล้านบาท จากเดิมที่คาด 1.75 หมื่นล้านบาท ขณะที่ปรับลดเป้ายอดขายลดลงเหลือ 1.3 หมื่นล้านบาทด้วยเช่นกัน ปัจจุบันบริษัทมียอดขายรอโอนอยู่ 6,500 ล้านบาท โดยจะรับรู้เข้ามาเป็นรายได้ในช่วงไตรมาส 4 ปี 2559 จำนวน 2,400 ล้านบาท ซึ่งแบ่งบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์ 1,100 ล้านบาท คอนโดมิเนียม 1,300 ล้านบาท
“ปีนี้บริษัทได้เลื่อนโครงการไปค่อนข้างมาก เพราะด้วยสถานการณ์ที่เงียบๆ แบบนี้ และไม่สามารถโฆษณาหรือทำการตลาดได้ จึงตัดสินใจเลื่อนไปเป็นปีหน้า แต่อย่างไรก็ตามเรามองว่าเป็นผลดี เพราะจะช่วยให้สมดุลของอสังหาริมทรัพย์ในตลาดมีมากขึ้น ซึ่งจะเห็นได้ว่ามีผู้ประกอบการหลายรายก็เลื่อนเปิดโครงการเช่นเดียวกัน โดยบริษัทจะเริ่มรุกตลาดอย่างหนักตั้งแต่ไตรมาสแรกของปี 2560” ธีรธัชช์ กล่าว
สำหรับปี 2560 บริษัทตั้งเป้ารายได้ไว้ที่เกือบ 2.3 หมื่นล้านบาท และยอดขาย 2 หมื่นล้านบาท โดยเตรียมเปิดโครงการใหม่ทั้งหมด 18 โครงการ มูลค่ารวมราว 3.1 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นโครงการบ้านเดี่ยว 14 โครงการมูลค่า 2.48 หมื่นล้านบาท และคอนโดมิเนียม 4 โครงการ มูลค่า 6,956 ล้านบาท โดยโครงการที่บริษัทรจะเปิดใหม่นับจากนี้ไปจะพยายามเน้นตลาดระดับพรีเมียม หรือาลูกค้าระดับบนมากขึ้น เนื่องจากลูกระดับนี้มีกำลังซื้อสูงและไม่ประสบปัญหาในการขอสินเชื่อกับสถาบันการเงิน
นอกจากนี้ บริษัทได้เตรียมงบซื้อที่ดินไว้ 4,000 ล้านบาท เพื่อซื้อที่ดินรองรับการเปิดโครงการใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากปัจจุบันไม่ว่าเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไรก็ตาม แต่ราคาที่ดินก็ยังมีการปรับขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงต้องมีการซื้อที่ดินเตรียมไว้พัฒนาล่วงหน้า และรูปแบบการซื้อที่ดินยังเน้นที่ดินแปลงใหญ่ เพื่อรองรับการพัฒนาในระยะยาว
ทั้งนี้ ล่าสุดบริษัทได้ลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ จ.ตราด บนเนื้อที่กว่า 895 ไร่ สัญญาเช่าที่ดิน 50 ปี หลังจากที่กรมธนารักษ์ได้เปิดให้เอกชนยื่นซองประมูลพัฒนาพื้นที่ทำนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งบริษัทชนะการประมูล พื้นที่ดังกล่าวบริษัทมีแผนจะพัฒนาเป็นอุตสาหกรรมเบาที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรและสินค้าโอท็อป
ด้านแนวโน้มเศรษฐกิจในปี 2560 ภาพรวมเศรษฐกิจโลก มีตัวแปรทางเศรษฐกิจสำคัญอยู่ที่สหรัฐ หากผลการเลือกตั้งสหรัฐที่ออกมาแล้วสามารถดำเนินงานได้ตามแผน ส่วนไทยหากไม่มีอะไรผิดพลาดปี 2560 จะมีการเลือกตั้งในช่วงปลายปี นอกจากนี้เชื่อว่ารัฐบาลพยายามผลักดันให้่ตัวเลข
จีดีพีทางเศรษฐกิจเติบโต ขณะที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายในปีหน้าคาดว่าจะยังไม่ปรับตัวสูงขึ้น


