posttoday

"วิษณุ" แจงยิบวิธีการฟ้องเรียกค่าเสียหายโครงการรับจำนำข้าว

16 พฤศจิกายน 2558

"วิษณุ" แถลงวิธีการฟ้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งโครงการรับจำนำข้าว ย้ำไม่มีเจตนาใส่ร้ายผู้ถูกกล่าวหา

"วิษณุ" แถลงวิธีการฟ้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งโครงการรับจำนำข้าว ย้ำไม่มีเจตนาใส่ร้ายผู้ถูกกล่าวหา

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีในฐานะคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงและกำหนดค่าความเสียหาย และคณะกรรมการว่าด้วยการรับผิดทางแพ่งคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว กล่าวว่า วิธีการฟ้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งมีด้วยกัน 2 วิธี คือ วิธีแรก การฟ้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ซึ่งเป็นวิธีตามปกติ และ วิธีที่สองหากผู้กระทำผิดเป็นเจ้าหน้าที่รัฐรัฐก็สามารถฟ้องได้ตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 และพ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 โดยรัฐบาลเลือกวิธีที่ 2 ซึ่งเป็นวิธีตามปกติ ไม่ใช่กฎหมายใหม่ที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ประดิษฐ์ขึ้นมาเพื่อกลั่นแกล้ง หรือเล่นงานใครคนใดคนหนึ่ง ซึ่งกฎหมายฉบับนี้มีการดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่รัฐมาแล้วกว่า19 ปี หรือ กว่า 5,000คดี ซึ่งในหลายๆคดีมูลค่าตั้งแต่พันล้านบาทจนถึงหมื่นล้านบาท

“วันนี้รัฐบาลอยากชี้แจงเพื่อสร้างความรับรู้ และทำความเข้าใจว่ารัฐบาลทำอะไรเพื่ออะไรโดยไม่มีเจตนาปักปรำและใส่ร้ายผู้ถูกกล่าวหา แต่มีการวิพากษ์วิจารณ์จากผู้ถูกกล่าวหาและพวกแต่ก็ถือว่าเป็นการใช้สิทธิตามปกติ เพราะยังไม่มีความผิด แต่การชี้แจงในวันนี้ต้องทำ เพราะเกรงว่าจะเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนที่สำคัญอยากย้ำว่ารัฐไม่ใช่คู่กรณีหรือ มีอคติ หรือมีส่วนได้ส่วนเสียเงินค่าสินไหมคดีนี้ก็ไม่ได้เข้ากระเป๋านายวิษณุ หรือ พล.อ.ประยุทธ์แต่การกระทำครั้งนี้เพื่อประโยชน์ส่วนร่วมและเป็นขั้นตอนตามปกติไม่อาจละเลยได้”นายวิษณุ กล่าว

ทั้งนี้ขั้นตอนในการดำเนินการตาม พรบ.ความรับผิดทางละเมิดฯ คือ เปิดโอกาสให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงแสดงพยานหลักฐานด้วยการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง โดยกระทรวงพาณิชย์ และ คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงกระทรวงการคลัง   โดยทั้งสองคณะนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีเจ้ากระทรวงเป็นผู้ลงนาม จากนั้นส่งเรื่องให้กระทรวงการคลัง โดยคณะกรรมการพิจารณารับผิดทางแพ่งจะพิจารณา ว่าผิดหรือไม่ผิด   หากคณะกรรมการพิจารณารับผิดทางแพ่งกระทรวงการคลังเห็นว่าไม่ผิดก็จะยุติเรื่อง แต่หากพิจารณาเห็นว่าผิดจะส่งเรื่องให้กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงการคลังเพื่อให้รัฐมนตรีเจ้ากระทรวงออกคำสั่งทางปกครองว่า ผู้ถูกกล่าวหากระทำผิดและต้องชดใช้สินไหมทดแทน

จากนั้นผู้ถูกกล่าวหามีสิทธิ์อุทธรณ์ภายใน 15 วัน โดยคณะกรรมการอุทธรณ์จะพิจารณาคำร้องว่าควรรับผิดหรือไม่ หากเห็นว่าคำอุทธรณ์ฟังไม่ขึ้น คำสั่งทางปกครองดังกล่าวจะยังมีผลบังคับใช้จนกว่าจะถูกเพิกถอน เมื่อถึงขั้นตอนนี้ผู้ถูกฟ้อง สามารถฟ้องศาลปกครองให้เพิกถอนคำสั่งได้ ซึ่งในขั้นตอนในชั้นศาลปกครองนี้ ภาครัฐจะกลายเป็นผู้ถูกกล่าวหา หรือ จำเลยแทน และผู้ถูกกล่าวหาจะกลายเป็นโจทย์แทนโดยจะต่อสู้คดีกันในศาลปกครองกลางและศาลปกครองสูงสุด

คดีนี้แบ่งได้ 4 กลุ่มคือ   1. กลุ่ม ย. โดยเป็นการดำเนินการตามที่ป.ป.ช.ได้มีมติชี้มูลความผิดทางอาญา น.ส.ยิ่งลักษณ์ไปเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2558 ปัจจุบันคดีอยู่ระหว่างการพิจาณาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และชี้มูลความผิดในคดีถอดถอนไปเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2557 โดยที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้มีมติถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไปเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2558  และปปช. ส่งจดหมายถึงปลัดกระทรวงคลังขณะนั้นลงวันที่ 18 ก.พ. 2558 ให้ดำเนินการเรียกค่าเสียหายต่อ พ.ร.บ.ว่าด้วยป.ป.ช. มาตรา 73/1 โดยไม่ได้ระบุว่าให้เรียกค่าเสียหายโดยวิธีการใด

2.กลุ่ม บ. และพวก ซึ่งป.ป.ช.กล่าวหาว่าทุจริตขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐหรือจีทูจี และส่งสนช.ถอดถอนออกจากตำแหน่ง และส่งฟ้องคดีอาญาต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และส่งจดหมายถึงกระทรวงพาณิชย์ให้ดำเนินคดีทางแพ่งเพื่อเรียกค่าเสียหาย

3.กลุ่ม ภ.และพวกซึ่งความผิดคล้ายกับกลุ่มที่2 และดำเนินการทางกฎหมายเช่นเดียวกัน

4.กลุ่มบริษัทเอกชน 15 ราย ที่สนับสนุนและเอื้อประโยชน์ในการทุจริตโครงการขายข้าวแบบจีทูจี โดยได้ฟ้องอาญาพ่วงไปกับกลุ่มที่ 1 และ 2

“คดีนี้ในกลุ่มที่ 2 และ 3อยู่ในการพิจารณาของคณะกรรมการรับผิดทางแพ่ง ส่วนกลุ่มที่ 1 ย. ยังอยู่ในการสอบสวนของคณะกรรมการชุดที่1 และยังมีการขยายเวลาสอบสวนออกไปจนถึงวันที่ 30 พ.ย.นี้ หากมีหลักฐานเพิ่มเติมก็อาจจะขยายเวลาออกไปให้อีก ซึ่งขึ้นอยู่กับคณะกรรมการจะพิจารณาว่าต้องสอบพยานใดเพิ่มเติมหรือไม่ ดังนั้นคดีนี้ยังอีกยาว แต่ทั้งหมดจะต้องดำเนินการภายในอายุความ 2 ปีคือภายในเดือน ก.พ.2560 สำหรับตัวเลขค่าสินไหมขณะนี้ที่หลายฝ่ายสงสัยว่าจะเรียกค่าเสียหายเท่าไร ตอนนี้ยังไม่มีใครรู้จนกว่าจะมีการออกคำสั่งทางปกครองออกมา”นายวิษณุ กล่าว

ทั้งนี้นายวิษณุได้ชี้แจงปัญหาและข้อข้องใจพร้อมกับข้อเรียกร้องว่าเหตุใดรัฐเลือกใช้วิธีพ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิด เพราะ ข้อที่ 1.กลุ่มบุคคลทั้ง 3 กลุ่มเป็นเจ้าหน้าที่รัฐตามมาตรา 4 โดยพิจารณาตั้งแต่วันที่เกิดเหตุกระทำความผิดซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ หรือ ข้าราชการการเมือง เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหรือ รัฐมนตรี

ข้อที่ 2 แม้ว่าตาม พรบ. มาตรา 4 (3) กฎหมายระบุว่าคำสั่งทางปกครองไปใช้กับการกำหนดนโยบายของนายกรัฐมนตรีโดยตรงได้ แต่ไม่ได้ยกเว้นการออกนโยบายโดยตรงที่ผู้กำหนดนโยบายและลงมือกระทำ หรือ แปรนโยบายไปสู่การปฎิบัติแล้วเกิดการทุจริตหรือ ผิดกฎหมาย หรือไม่มีธรรมาภิบาล ย่อมต้องรับผิดจากคำสั่งทางปกครองได้ ตัวอย่างเช่น นโยบายปราบปรามยาเสพติด นโยบายปราบปรามการทุจริต หรือนโยบายปรามปรามการค้ามนุษย์ นโยบายดังกล่าวไม่อาจจะมีใครเข้าไปตรวจสอบได้ แต่ยกเว้นเมื่อแปรนโยบายสู่การปฏิบัติแล้วเกิดการฆ่าตัดตอน การทุจริต หรือ กลั่นแกล้งผู้บริสุทธิ์ ซึ่งการกระทำเหล่านี้ไม่ใช่นโยบายโดยตรง เช่นเดียวกับคดีโครงการจำนำข้าว ที่สำคัญทั้ง ปปช. สนช.หรือศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ไม่ได้บอกว่าเป็นการกระทำผิดทางนโยบาย แต่เกิดจากการกระทำผิดในทางปฎิบัติที่ก่อให้เกิดการทุจริต

ข้อที่ 3 ฟ้องอาญาแล้วเหตุใดต้องฟ้องแพ่งด้วยเพราะรัฐต้องการดำเนินการตามกฎหมายเป็นตัวตั้ง ไม่เช่นนั้นรัฐเองจะต้องรับผิดชอบทางแพ่งและอาญาเสียเอง ฐานละเว้นการปฎิบัติหน้าที่ เพราะคดีนี้ตามมาตรา 73/1 ตามกฎหมาย ปปช.ที่ส่งหนังสือให้กระทรวงการคลังเมื่อวันที่ 18 ก.พ. 2558 นี่คือเหตุผลทำไมต้องดำเนินการไม่เช่นนั้น รัฐบาลจะถูกถอดถอนและถูกชดใช้ค่าเสียหายแทนเสียเอง

ข้อที่ 4เหตุผลที่เลือกใช้ พรบ.ความรับผิดทางละเมิดฯ เพราะเป็นวิธีการที่ดำเนินการเรียกค่าเสียหายหรือสินไหมทดแทนจากเจ้าหน้าที่รัฐที่ดำเนินการกันมาตลอดตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

สำหรับคดีสำคัญที่เคยใช้วิธีการนี้ เช่น คดีรถและเรือดับเพลิง (ผู้รับผิดรัฐมนตรีหลายคนค่าเสียหาย7,780ล้านบาท) เหตุเกิดเมื่อปี 2545 ปปช.ชี้มูลเมื่อปี 2551 ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงเมื่อปี 2553 และ กระทรวงการคลังตั้งคณะกรรมการพิจารณาความรับผิดทางแพ่งให้ชดใช้เมื่อปี 2556 หรือคดีอื่นๆ เช่น คดีจัดหาเรือขุดเอลลิคอท ผู้รับผิดอธิบดีและข้าราชการค่าเสียหาย 86 ล้านเหรียญสหรัฐ คดีบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน(เพิกถอนโฉนด) ผู้รับผิดรัฐมนตรีและข้าราชการ ค่าเสียหาย912 ล้านบาท คดีคลองด่าน (จัดซื้อที่ดิน) ผู้รับผิดอธิบดี ค่าเสียหาย1,044 ล้านบาท คดีคลองด่าน(การใช้ประโยชน์)ผู้รับผิดรัฐมนตรี ข้าราชการ ค่าเสียหาย 15,200 ล้านบาท และ คดีที่ดินสถานีขนส่งหมอชิต ผู้รับผิดข้าราชการผู้ใหญ่ค่าเสียหาย 1,119 ล้านบาท และกระบวนการนี้มีการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง คณะกรรมการรับผิดทางแพ่ง คณะกรรมการอุทธรณ์ ก่อนจะออกคำสั่งทางปกครองให้ชดใช้ค่าเสียหาย และขึ้นสู่การพิจารณาของศาลปกครองกลาง และศาลปกครองสูงสุด คาดว่าระยะเวลากว่าจะตัดสินคดีประมาณ 5-10 ปีกว่ากระบวนการจะจบ

"ไม่ว่าจะฟ้องแพ่งกฎหมายปกติ หรือ พรบ.รับผิดทางละเมิดฯ ล้วนเป็นกฎหมายปกติ ไม่ได้ใช้วิธีการเถื่อน หรือ นวัตกรรมใหม่แต่เป็นกฎหมายที่มีอยู่แล้วที่ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2539 ที่ใช้ดำเนินการกับเจ้าหน้าที่รัฐ ที่สำคัญวิธีการนี้ไม่ได้หย่อนความยุติธรรม เพราะเริ่มต้นมีการกลั่นกรองหลายชั้น เปิดโอกาสให้มีการนำพยานหลักฐานมาสืบความกันในศาลได้เต็มที่ คดีความที่ผ่านมารัฐเองก็เป็นฝ่ายแพ้ไปหลายคดี ที่สำคัญวิธีการนี้รัฐเป็นจำเลยด้วยซ้ำไป จึงไม่ทราบว่าผู้ถูกกล่าวหา คิดออย่างไรที่จะให้ใช้วิธีฟ้องแพ่งปกติ และคิดอย่างไรว่า พรบ.รับผิดทางละเมิดฯ ไม่ได้รับความเป็นธรรมตรงไหน เพราะกฎหมายทั้ง 2 ต้องไปที่ศาลอยู่แล้ว"นายวิษณุกล่าว

ข้อที่ 5 วิธีการนี้อายุความ 2 ปี ตั้งแต่ ก.พ.2557 ถึง ก.พ.2558 นับตั้งแต่ ปปช.ส่งหนังสือมายังกระทรวงการคลังและกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งขณะนี้ขั้นตอนอยู่ในขั้นตอนที่กระทรวงการคลัง ตั้งคณะกรรมการรับผิดทางแพ่ง พิจารณาว่าผิดหรือไม่ ซึ่งคาดว่าจะสามารถพิจารณาออกคำสั่งทางปกครองได้ทันภายในรัฐบาลชุดนี้  

ข้อที่ 6 พรบ.ความรับผิดทางละเมิดฯ ใช้มาแล้ว 19 ปี มีคดีทั้งหมด 5 พันกว่าคดี บางคดียุติโดยผู้ถูกกล่าวหาชดใช้ค่าเสียหาย บางคดีไม่ยุติต้องฟ้องศาลปกครองซึ่งผลทางคดีมีทั้งศาลตัดสินให้ผู้ถูกกล่าวหาชดใช้ค่าเสียหาย ศาลตัดสินให้ใช้สูตรคำนวณค่าเสียหายแบบใหม่ หรือศาลวินิจฉัยว่าค่าเสียหายที่คิดคำนวณมาถูกต้องไม่เพิกถอนคำสั่งสำหรับอายุความการยึดทรัพย์ 10 ปี

นายวิษณุ ยืนยันว่ารัฐบาลไม่มีอคติไม่มีส่วนได้ส่วนเสียและไม่ใช่คู่กรณีตามที่ถูกกล่าวหาและวิธีการทางกฎหมายที่เลือกใช้เป็นวิธีกฎหมายปกติใช้กันมาหลายคดีนับตั้งแต่ปี 2539 มีทั้งที่รัฐเป็นฝ่ายแพ้และชนะ เรื่องนี้ไม่มีเลศนัยแอบแฝงซ่อนเร้น ส่วนที่ ย.ขอความเห็นใจและขอความเป็นธรรมโดยส่งหนังสือถึงนายกฯ เมื่อวันที่ 11 พ.ย.ที่ผ่านมานั้น นายกรัฐมนตรี ได้รับเรื่องแล้ว แต่เหตุผลที่ต้องออกมาแถลงชี้แจงรายละเอียดในวันนี้ เพราะมีการกล่าวหารัฐบาลจนถูกมองว่าไม่ตั้งอยู่บนหลักของความยุติธรรม และกลั่นแกล้ง ซึ่งรัฐบาลรับไม่ได้ และขอยืนยันอีกครั้งว่าหากรัฐไม่ดำเนินการใดๆ ก็จะตกเป็นจำเลย ถูกถอดถอนและต้องชดใช้ค่าเสียหายเสียในคดีนี้เสียเองดังนั้นทุกอย่างที่ดำเนินการอยู่ในตอนนี้เป็นไปตามหลักกฎหมาย

ข่าวล่าสุด

ดูบอลสด ถ่ายทอดสด ลิเวอร์พูล พบ แมนซิตี้ พรีเมียร์ลีก วันนี้ 8 ก.พ.69