posttoday
‘มีชัย’ งัดข้อ ‘คสช.’ ระเบิดเวลารอวันปะทุ

‘มีชัย’ งัดข้อ ‘คสช.’ ระเบิดเวลารอวันปะทุ

09 มีนาคม 2559

กลายเป็นปรากฏการณ์ร้อนในทางการเมืองขึ้นมาทันที ภายหลัง มีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.)

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

กลายเป็นปรากฏการณ์ร้อนในทางการเมืองขึ้นมาทันที ภายหลัง มีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ไม่เดินทางไปประชุมร่วมกับคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) คณะรัฐมนตรี (ครม.)สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) เมื่อวันที่ 7 มี.ค.

“เพราะไม่ได้รับเชิญ กรธ.จึงไม่ได้ส่งใครไปร่วมประชุม ไม่ใช่เพราะ กรธ.หารือนอกรอบกับ ครม.ก่อนหน้านี้แล้ว และหากตนเข้าร่วมประชุมกลัวว่าจะถูกผูกมัด หากจะสั่งก็สั่งได้ แต่สั่งแล้วจะฟังหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับเหตุผล หากที่ประชุมแม่น้ำ 5 สายมีมติใดๆ ออกมาคงมีหนังสือมาถึงเอง หากมติของเขาผิดไปจากหลักการที่ กรธ.วางไว้ ก็ต้องนำเหตุผลมาพิจารณา ขณะนี้ยังตอบอะไรไม่ได้ ใจเย็นๆ อีก 2-3 วัน เดี๋ยวก็รู้” มีชัย ตอบคำถามของผู้สื่อข่าวเมื่อวันที่ 7 มี.ค.

คำพูดที่ออกมาเช่นนี้กำลังสะท้อนถึงท่าทีของมีชัยที่มีต่อ คสช.ในเชิงเปลี่ยนไปพอสมควร ต้องไม่ลืมว่าทุกครั้งที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เชิญไปร่วมประชุมแม่น้ำ 5 สาย ประธาน กรธ.ไม่เคยบอกปฏิเสธ แม้ว่าเวลานัดประชุมแม่น้ำ 5 สาย จะตรงกับการประชุมของ กรธ.ทุกครั้งก็ตาม ซึ่งมีชัยจะมอบหมายให้รองประธาน กรธ.คนอื่นๆ ทำหน้าที่นั่งหัวโต๊ะคุมการประชุมแทน ก่อนที่ตัวเองจะกลับมาแจ้งผลการหารือให้กับ กรธ.คนอื่นๆ ได้ทราบ

อาจเรียกได้ว่ามีชัยให้ความสำคัญกับการประสานงานกับ คสช.และ ครม.อย่างเห็นได้ชัด ดังจะเห็นได้จากการที่จะเดินทางมานั่งประชุมด้วยตัวเอง หรือแม้แต่การประชุมวงเล็กกับ วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ก่อนหน้านี้ ในกรณีที่ ครม.มีข้อเสนอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญจำนวน 16 ข้อ ประธาน กรธ.ก็ไปด้วยตัวเอง

มีชัยค่อนข้างจะใส่ใจกับการทำงานร่วมกันของแม่น้ำ 5 สายพอสมควร มิเช่นนั้นคงไม่ไปนั่งฟังการประชุมด้วยตัวเอง เพราะประธาน กรธ.เล็งเห็นว่าหากให้คนอื่นไปเป็นตัวแทน อาจเกิดปัญหาในการสื่อสารระหว่างกันได้

เคยมีตัวอย่างที่ผิดพลาดให้เห็นแล้วจากกรณีของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญชุดก่อนหน้านี้ เนื่องจากมี กมธ.ยกร่างฯ ไปอ้างคำพูดที่เป็นความต้องการเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญของ คสช.ในบางประเด็น โดยไม่มีเอกสารยืนยันถึงความต้องการดังกล่าวเป็นลายลักษณ์อักษร ดังนั้นประธาน กรธ.จึงมองว่าควรไปประชุมประสานงานกับ คสช. ครม. สปท. และ สนช.ด้วยตัวเองมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด

ในเมื่อประธาน กรธ.ก็ร่วมประชุมแม่น้ำ 5 สายทุกครั้ง แต่แล้วทำไมถึงตบหน้า คสช.เบาๆ ด้วยการไม่ประชุมแม่น้ำ 5 สายครั้งล่าสุด

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นมองเป็นอย่างอื่นไม่ได้นอกจากมีชัยเริ่มออกอาการไม่พอใจกับท่าทีของ คสช.

ย้อนกลับไปเมื่อครั้งมีชัยตัดสินใจรับตำแหน่งประธาน กรธ. เพื่อทำหน้าที่เขียนร่างรัฐธรรมนูญให้ตามคำเชิญของ คสช.เมื่อหลายเดือนก่อน จะเห็นได้ว่า คสช.ส่งสัญญาณสนับสนุนการทำงานของ กรธ.แบบชัดเจน ถึงขั้นที่ พล.อ.ประยุทธ์ หรือแม้แต่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม มักจะพูดผ่านสื่อมวลชนหลายครั้งว่า “อยากให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะผ่านการทำประชามติ”

ผิดกับเมื่อครั้งการยกร่างรัฐธรรมนูญในยุคของ บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ปรากฏว่าพี่ใหญ่แห่งบูรพาพยัคฆ์ทั้งสองคนไม่ค่อยแสดงการสนับสนุนชัดเจนเหมือนกับที่แสดงออกกับมีชัย

ทว่าในระยะหลังมานี้ คสช.ออกอาการล้วงลูก กรธ.อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

อาการล้วงลูกที่ว่านั้นไม่ใช่การแสดงออกผ่านเอกสารของ ครม.ในการเสนอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญจำนวน 16 ข้อ เพราะนั่นถือเป็นหน้าที่ที่รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 กำหนดให้ ครม.ต้องดำเนินการ แต่กลับอยู่ที่การประกาศของ “บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม” ว่าต้องการให้ สว.มาจากสรรหาและทำหน้าที่เป็นฝ่ายเฉพาะกิจเพื่อดูแลประเทศในระยะเปลี่ยนผ่านเป็นเวลา 5 ปี

การกำหนดให้วุฒิสภามาจากการเลือกตั้งทางอ้อมในแบบที่ให้ผู้สมัครจากแต่ละวิชาชีพที่รัฐธรรมนูญกำหนดเลือกกันเองว่าจะให้ใครเป็น สว.ของ กรธ.นั้นผ่านการศึกษาบทเรียน ข้อดีและข้อเสียของกระบวนในการได้มาซึ่ง สว.ทุกรูปแบบก่อนที่จะเห็นว่าการเลือกตั้งทางอ้อมแบบที่ กรธ.กำหนดออกมามีความเหมาะสมมากที่สุด

แต่เมื่อ คสช.แสดงถึงความไม่พอใจกับที่มา สว.ในเวอร์ชั่นของ กรธ. พร้อมกับให้สัมภาษณ์เสมือนหนึ่งเจ้านายสั่งลูกน้อง ย่อมส่งผลให้มีชัยไม่พอใจพอสมควร จนนำมาซึ่งการอารยะขัดขืน คสช.ของมีชัย

อย่างไรก็ตาม การงัดข้อระหว่าง “กรธ.-คสช.” ไม่น่าจะไปถึงจุดแตกหักจนส่งผลต่อการร่างรัฐธรรมนูญ เพราะต่างฝ่ายยังต้องพึ่งพาอาศัยกันอยู่ คสช.จะลงจากหลังเสือให้สวยไม่ได้ถ้าขาด กรธ. เช่นเดียวกับ กรธ.คงไม่สามารถดันร่างรัฐธรรมนูญให้ผ่านประชามติได้หากปราศจากพลังวิเศษของ คสช.

สุดท้ายเรื่องน่าจะจบลงด้วยการเคลียร์ใจกันของทั้งสองฝ่ายก่อนต่างคนต่างก้มหน้าทำงานกันต่อไป ปล่อยให้ฝ่ายตรงข้ามฝันค้างไปว่าความขัดแย้งครั้งนี้จะทำให้เกิดการแตกหักและการล่มไม่เป็นท่าของ คสช.

ข่าวล่าสุด

"บอสชาตรี" เดือด! จวกวินัยนักมวย สะเทือนถึง"รถถัง"หลังแพ้น็อค

"บอสชาตรี" เดือด! จวกวินัยนักมวย สะเทือนถึง"รถถัง"หลังแพ้น็อค