พ่อเลี้ยงโหดในคลิปกระทืบเด็กมอบตัวแล้ว อ้างทำไปเพราะเครียด
พิษณุโลก - หนุ่มโหดทำร้ายร่างกายลูกเลี้ยงวัย 5 ขวบ ด้วยการตบหัวจนล้ม ก่อนกระทืบซ้ำเข้ามอบตัวแล้ว สารภาพทำไปเพราะเครียดภาระครอบครัว พร้อมขอโทษสังคม
พิษณุโลก - หนุ่มโหดทำร้ายร่างกายลูกเลี้ยงวัย 5 ขวบ ด้วยการตบหัวจนล้ม ก่อนกระทืบซ้ำเข้ามอบตัวแล้ว สารภาพทำไปเพราะเครียดภาระครอบครัว พร้อมขอโทษสังคม
เมื่อวันที่ 21 พ.ย. เวลา 15.00 น. ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองพิษณุโลก นายพงษ์ศักดิ์ สหายสุข อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพิษณุโลกที่ ว.9 / 2559 ลงวันที่ 18 พ.ย.ได้เข้ามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรเมืองพิษณุโลก หลังที่ก่อคดีทำร้ายร่างกาย ลูกเลี้ยง อายุ 5 ขวบ นักเรียนชั้นอนุบาล 1 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.พิษณุโลก ด้วยการตบที่ศีรษะจนล้ม ก่อนจะใช้เท้ากระทืบซ้ำ ซึ่งกล้องวงจรปิดหน้าโรงเรียนสามารถบันทึกภาพขณะเกิดเหตุเอาไว้ได้ ซึ่งหลังเกิดเหตุ นายพงษ์ศักดิ์ ได้หลบหนีไป โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 15 พ.ย.ที่ผ่านมา
ทั้งนี้นายพงษ์ศักดิ์ ได้เดินทางเข้ามอบตัวพร้อมทนายความ และพี่สาว ซึ่ง ว่าที่ร้อยตรีอิทธิพล บุบผะสิริ นายอำเภอเมืองพิษณุโลก และ พ.ต.อ.ทรงพล สังข์เกษม ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองพิษณุโลก ได้ร่วมกันสอบปากคำนายพงษ์ศักดิ์ พร้อมแจ้งข้อ 2 หา คือ ทำร้ายร่างกายผู้อื่นไม่ถึงกับเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่ร่างกายและจิตใจ และข้อหากระทำการรุนแรงในครอบครัว
นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวว่า รู้สึกสำนึกผิดในสิ่งที่ทำลงไป ซึ่งในวันเกิดเหตุตนอยู่ในอาการเครียดจากภาระครอบครัวและเมื่อมาสอนลูกเลี้ยงให้อ่านหนังสือ แต่ลูกเลี้ยงไม่ยอมอ่านจึงเกิดบันดาลโทสะลงมือทำร้ายไปด้วยความรุนแรง และหลังจากนั้นได้หลบหนีกลับบ้านไปหาเพื่อนที่กรุงเทพ ก่อนจะกลับไปขอโทษมารดา และตัดสินใจเดินทางเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
"ผมอยากขอโทษครอบครัว และสังคม ที่ได้กระทำความรุนแรงลงไปและอยากให้สังคมให้อภัย ผมจะกลับตัวใหม่ และจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นมาอีก พร้อมทั้งยอมรับโทษทุกข้อหา และได้เตรียมพานธูปเทียนมากราบขอขมาพ่อตาแม่ยายด้วย"นายพงษ์ศักดิ์กล่าว
ด้าน พ.ต.อ.ทรงพล สังข์เกษม ผกก. สภ.เมืองพิษณุโลก เปิดเผยว่า หลังจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะควบคุมตัวนายพงษ์ศักดิ์ ไว้ดำเนินคดีตามกฎหมาย ใน 2 ข้อหา คือ ทำร้ายร่างกายผู้อื่นไม่ถึงกับเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่ร่างกายและจิตใจ และข้อหากระทำการรุนแรงในครอบครัว โดยมีโทษ จำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ พร้อมไม่อนุญาตให้ประกันตัว เนื่องจากมีพฤติกรรมการหลบหนีหลังก่อเหตุ อีกทั้งเป็นคดีที่สังคมให้ความสนใจ


