ใครๆ ก็อยากมีทั้ง ความสุขกายและสุขใจ
ใครเคยตั้งคำถามถามตัวเองบ้าง ว่าทำไมเราเกิดมาถึงไม่มีพร้อมทั้ง “สุขกาย” และ “สุขใจ” ?
โดย...หมอมุ่ยหูทิพย์ ภาพ ปฏิภัทร จันทร์ทอง
ใครเคยตั้งคำถามถามตัวเองบ้าง ว่าทำไมเราเกิดมาถึงไม่มีพร้อมทั้ง “สุขกาย” และ “สุขใจ” ?
ผมอยากบอกตามความเป็นจริงว่า คงไม่มีใครจะได้พร้อมกันทั้งสองอย่าง นอกจากจะมีวาสนาเกิดมาเป็นคนร่ำรวยแล้วก็เป็นคนดีมีศีลธรรมควบคู่กัน แต่ส่วนมากคนที่เกิดมารวยก็อยากจะรวยมากขึ้น อยากรวยที่สุด อยากรวยขึ้นๆ ไปอีก สุดท้ายรวยจนเงินทับหน้าตายแล้วก็เอาไปไม่ได้
จึงมีแต่คนที่เป็นคนดีเท่านั้น ที่จะมีคนรำลึกนึกถึงพร้อมใจจะสร้างอนุสาวรีย์ไว้เทิดทูนบูชา ผมถึงมองว่าคนรวยสมัยนี้มันรวยกันแบบกำมะลอ บางคนนะครับคุยโวเป็นเจ้าภาพบริจาคสร้างนู่นสร้างนี่ ปากบอกใจบุญสุนทาน แต่ทีกับลูกน้องหรือพนักงานนี่เค็มจนเกลือเรียกพี่ หรือบ้างก็มักคอยเอาเปรียบลูกน้อง แต่ถ้าเป็นเรื่องกินเรื่องเที่ยวเรื่องดื่มนี่ถึงไหนถึงกัน เราก็พบเห็นคนแบบนี้อยู่ทั่วไป ที่คนใกล้ตัวเดือดร้อนเจียนตายยังไม่เหลียวแลใส่ใจ คนที่ทำบุญเอาหน้า เผลอๆ ก็ได้บุญน้อยกว่าคนที่ทำบุญด้วยใจที่บริสุทธิ์ด้วยซ้ำไป
ฉะนั้น การให้ทาน การช่วยเหลือคน ก็ต้องเลือกทำกับคนใกล้ตัวที่เป็นคนดีๆ ก่อน ช่วยเหลือคนที่ตั้งอกตั้งใจทำงานสู้ชีวิต มันก็ต้องได้ผลบุญมากกว่าไปช่วยคนที่ไม่คิดจะทำการทำงาน ไปช่วยคนเหล่านั้นก็เหมือนไปอุปถัมภ์ให้ขี้เกียจสันหลังยาวเข้าไปใหญ่ พระท่านถึงบอกว่า “ให้ทำบุญกับผู้ที่สมควร” จะทำบุญช่วยคนก็ต้องเลือกช่วยคนดีๆ ก่อนเช่นกัน
อย่างไรก็แล้วแต่ บุญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดก็คือ “การอโหสิกรรมซึ่งกันและกัน” ผู้ที่จองเวรก็เหมือนจุดไฟเผาตัวเองไปทุกชาติๆ ใครที่ทำไม่ดีกับเราไว้ก็ไม่ต้องไปเคียดแค้น ไม่ต้องกลัวว่าคนที่ทำผิดทำชั่วเหล่านี้จะไม่ได้รับกรรม ก็เหมือนบนโลกมนุษย์มีกฎหมาย ใครทำผิดถึงเจ้าทุกข์อโหสิกรรมให้แต่ก็ต้องถูกจับขังคุก กรรมนี้ก็เช่นกัน ใครทำชั่วทำเลวอะไรไว้ก็ต้องไปชดใช้ก่อนจะเกิดใหม่ เกิดใหม่แล้วเศษกรรมก็ยังปรากฏให้เห็น หรือต้องชดใช้กรรมต่อในชาติต่อไป มีแต่ผู้ที่เข้าถึงนิพพานแล้วที่จะเลือกเกิดได้ หรือจะไม่ขอลงมาเกิดอีกเลยก็ได้
ตรงกันข้าม การอโหสิกรรมนี่แหละที่จะทำให้เรากับคนที่เกลียดชังกันในชาตินี้จะได้หลุดพ้นไม่ต้องพบกันอีกแม้ชาติใดๆ แต่ถ้าอาฆาตเคียดแค้น จิตที่ฝังอยู่นี้ก็จะทำให้เราเกิดมาพบกันทุกชาติ เพื่อแก้แค้นเป็นศัตรูกันทุกชาติ เช่นเดียวกับ “พระเทวทัต” ที่ต้องตามทำร้ายองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งแม้ว่าพระพุทธเจ้าจะพร้อมอโหสิกรรมให้ แต่จิตที่ผูกอาฆาตพยาบาทของพระเทวทัตก็คอยตามทำร้ายจนชาติสุดท้าย ก็ต้องแพ้พ่ายต่อความดีไปในที่สุด
ปัจจุบันยังมีสิ่งที่ทุกศาสนายังต้องดำรงอยู่ นั่นก็คือ “วัฏฏะสงสาร” ที่หมายถึงการเวียนว่ายตายเกิด นี่คือการที่ไม่อโหสิกรรมซึ่งกันและกัน เทวดาเองก็ยังมีกรรม ชาติหน้าเราอาจจะได้เกิดไปเป็นเทวดา แล้วเทวดาองค์เก่าอาจจะถึงเวลาเกิดลงมาใช้กรรม คิดเอาเถิด ขนาดเทวดาเองยังไม่หลุดพ้น ยังต้องฟังเทศน์ฟังธรรมอยู่มิขาด ยังมิหยุดการเวียนว่ายตายเกิด
หากวันนี้ คุณอยากมีทั้งความสุขกายและสุขใจ ให้ทำบุญกับผู้ที่สมควร และอโหสิกรรมต่อผู้ที่ทำไม่ดีกับเรา แล้วชีวิตจะพบเจอแต่ความสุขความเจริญ


