posttoday

พาร์กินสัน บำบัดสั่นด้วยศิลปะ

23 มีนาคม 2560

งานศิลปะสามารถเป็นสิ่งที่มีคุณค่าเทียบเท่าการบำบัดจิตขั้นสูงที่ไม่มีเครื่องมือทางการแพทย์ใดๆ

โดย...พริบพันดาว ภาพ : รอยเตอร์ส, จิม ทอมป์สัน

งานศิลปะสามารถเป็นสิ่งที่มีคุณค่าเทียบเท่าการบำบัดจิตขั้นสูงที่ไม่มีเครื่องมือทางการแพทย์ใดๆ สามารถทำได้เสมอเหมือน เป็นสิ่งหล่อเลี้ยงชีวิตและจิตวิญญาณของคนเรา

ศาสตราจารย์เซเมียร์ เซกิ อาจารย์ประจำภาควิชา Neurobiology and Neuroesthetics จาก University College London ออกมายืนยันถึงผลของงานศิลปะที่เกิดขึ้นต่อสมองว่า เมื่อคนเราได้เห็นงานศิลปะที่เรามองว่าสวย เมื่อนั้นศูนย์ควบคุมความพึงพอใจในสมองจะมีการตอบสนองเป็นพิเศษ สมองจะกระตุ้นให้เกิดการหลั่งสารโดพามีน เป็นสารแห่งความสุขที่ทำให้รู้สึกเบิกบาน ซึ่งเป็นปฏิกิริยาเดียวกันกับการตกหลุมรัก

ปัจจุบันศิลปะถูกนำไปใช้ทางการแพทย์ในการบำบัดผู้ป่วยที่มีความผิดปกติด้านจิตใจและสมอง อย่างผู้ป่วยที่มีอาการของโรคซึมเศร้า ไบโพลาร์ พาร์กินสัน หรือแม้แต่ผู้ป่วยออทิสติกก็สามารถเข้ารับการบำบัดด้วยศิลปะเพื่อให้จิตใจนิ่งและสงบลงได้ ซึ่งทางการแพทย์ยืนยันว่าสามารถทำให้ผู้ป่วยหายเร็วขึ้นจริง เพราะการแสดงความรู้สึกผ่านผลงานศิลปะทำให้ผู้ป่วยได้ปลดปล่อยความเครียดส่วนลึกในจิตใจ

โรคพาร์กินสันซึ่งเป็นอาการที่เกิดขึ้นกับผู้สูงวัยจำนวนมากทั่วโลก สามารถใช้ศิลปะบำบัดให้หายขาดได้เช่นกัน เช่นเดียวกับศาสตราจารย์ทางศิลปะร่วมสมัยของไทย

พาร์กินสัน  บำบัดสั่นด้วยศิลปะ

โรคพาร์กินสัน

โรคทางสมองที่พบได้เป็นอันดับ 2 รองจากอัลไซเมอร์ก็คือ โรคพาร์กินสัน ซึ่งสถานการณ์ของโรคนี้ในปัจจุบันพบว่ามีอัตราเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากประเทศไทยเริ่มก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ยิ่งอายุมากขึ้นโอกาสเสื่อมของเซลล์สมองก็จะยิ่งมากตามไป ซึ่งโดยเฉลี่ยจะเริ่มที่อายุ 60-65 ปี

นพ.อภิชาติ พิศาลพงศ์ อายุรแพทย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลกรุงเทพ ได้ให้ข้อมูลผ่านเว็บไซต์ของโรงพยาบาลว่า โรคพาร์กินสันจัดอยู่ในกลุ่มที่เรียกว่า “ความผิดปกติของระบบการเคลื่อนไหว” (Motor System Disorders) ซึ่งทางการแพทย์ยังไม่สามารถระบุสาเหตุที่มาของโรคได้แน่ชัด แต่คาดว่าเกิดจากเซลล์สมองผลิตสารที่ชื่อว่า “โดพามีน” ไม่เพียงพอ

“ณ ปัจจุบัน โรคพาร์กินสันเกิดจากเซลล์สมองสร้างสารโดพามีนไม่เพียงพอ ซึ่งนำไปสร้างเซลล์ประสาทที่สื่อในการเคลื่อนไหว ถ้ามีโดพามีนเราจะเคลื่อนไหวได้คล่อง การขยับมือขยับนิ้วหยิบจับสิ่งของก็จะสมูทไปหมด ถ้าโดพามีนดร็อปลงก็จะตัวแข็งเคลื่อนไหวได้ช้า น้ำลายไหลควบคุมตัวเองไม่ได้

“หน้าที่ของสารโดพามีน ช่วยให้กล้ามเนื้อเคลื่อนไหวอย่างสมดุลและประสานกัน เมื่อขาดสารนี้ผู้ป่วยจะมีความผิดปกติทางประสาทส่วนควบคุมการเคลื่อนไหว ซึ่งจะปรากฏอาการโดยทั่วไป ได้แก่ อาการสั่น (Tremor) ที่มือ แขน ขา กราม และใบหน้า อาการกล้ามเนื้อเกร็ง (Rigidity) แขนขาหรือลำตัวแข็งไม่สามารถขยับได้ และอาการเคลื่อนไหวช้าลง (Bradykinesia) สุดท้ายคืออาการเสียการทรงตัว (Postural Instability) และกล้ามเนื้อ ทำงานไม่ประสานกัน”

เมื่ออาการเหล่านี้ทวีความรุนแรงขึ้น นพ.อภิชาติ บอกว่า ผู้ป่วยจะเดิน พูด หรือทำกิจวัตรประจำวันง่ายๆ ได้อย่างยากลำบาก มีปัญหาด้านการกลืน การเคี้ยว การพูด การถ่ายปัสสาวะ มีอาการท้องผูก และมีปัญหาผิวหนัง นอกจากนี้อาจมีอาการซึมเศร้า อารมณ์เปลี่ยนแปลง และนอนไม่หลับร่วมด้วย เมื่อสงสัยว่าอาจเข้าข่ายเป็นโรคพาร์กินสัน ควรเข้ารับการตรวจร่างกายโดยแพทย์ระบบประสาทวิทยา”

พาร์กินสัน  บำบัดสั่นด้วยศิลปะ

ผ้าพันคอชุด ‘การเดินทางของเส้นพาร์กินสัน’

ปัจจุบัน ศาสตราจารย์เกียรติคุณ อิทธิพล ตั้งโฉลก ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) เกษียณอายุราชการแล้ว แต่ยังรับหน้าที่เป็นอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญพิเศษที่คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร และยังคงสร้างสรรค์งานศิลปะอย่างต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้ แม้ว่าท่านจะป่วยเป็นโรคพาร์กินสันมาเกือบ 10 ปี แต่ก็ไม่หยุดสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ

ล่าสุดทาง จิม ทอมป์สัน ได้นำทุกเส้นสายและแรงบันดาลใจจากผลงานวิจิตรศิลป์เชิงนามธรรมของศาสตราจารย์เกียรติคุณ อิทธิพล ตั้งโฉลก ผู้คร่ำหวอดในวงการศิลปะมากว่า 50 ปี มาหลอมรวมกับผืนผ้าไหมอันทรงคุณค่า สู่ผลงานผ้าพันคอคอลเลกชั่นพิเศษลิมิเต็ดเอดิชั่น “ITHIPOL SCARF” (อิทธิพล สคาร์ฟ) ที่แฝงไว้ด้วยอัตลักษณ์ของผลงานต้นแบบสุดล้ำค่า โดยแบ่งได้เป็น 2 ชุดใหญ่ๆ ได้แก่ ชุดก่อนอาจารย์ป่วยเป็นโรคพาร์กินสัน และชุดที่สร้างสรรค์ขณะป่วยแล้ว

การสร้างสรรค์ในชุดที่ 2 ซึ่งเป็นโรคพาร์กินสันแล้ว ศาสตราจารย์เกียรติคุณ อิทธิพล ได้ปรับการทำงานใหม่ จากที่ไม่อาจทำภาพร่างได้เลย เพราะมโนภาพที่เห็นในใจนั้นยุ่งเหยิง สับสนอลหม่าน ทุกสรรพสิ่งในภาพมีความเคลื่อนไหว ทำให้จำเป็นต้องเปลี่ยนกระบวนการทำงาน ด้วยการลงมือทำเลยจากการลากเส้นหนึ่งเส้นเป็นจุดเริ่มต้น

จากนั้นก็ถ่ายทอดจินตนาการออกมาด้วยการสร้างสรรค์เส้นสายต่างๆ โต้ตอบกับงานตรงหน้าไปเรื่อยๆ ด้วยการเพิ่ม ลด หรือเปลี่ยนแปลง เพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นไปแบบฉับพลันทันที โดยไม่ใช่ความคิดเชิงเหตุผล และทฤษฎีต่างๆ หากแต่สร้างสรรค์ไปตามสภาวะจิตใจ ที่ใช้สมาธิอย่างมาก ชนิดที่ลืมหิว ลืมง่วง และไม่ได้ยินเสียงใดๆ เลยทีเดียว

เพราะฉะนั้นผลงานชุด “การเดินทางของเส้นพาร์กินสัน” เกิดขึ้นหลังจากที่ป่วยแล้ว ประกอบด้วยภาพศิลปะเชิงนามธรรมที่แฝงความหมายเบื้องหลังอันมาจากเรื่องราวสะเทือนใจ ความทุกข์ทรมาน ความเจ็บปวดจากโรคพาร์กินสัน โดยผลงานชุดนี้มีเนื้อหาสาระหลัก คือการแสดงอารมณ์จากสภาวะจิตของศิลปินออกมาโดยตรง ด้วยวิธีการที่ไม่มีการไตร่ตรอง ไม่มีการทำภาพร่างไว้ล่วงหน้า แต่กลับปล่อยให้ใจและอารมณ์ได้ระบายออกโดยไม่ได้สำนึกว่าเกิดอะไรขึ้น

พาร์กินสัน  บำบัดสั่นด้วยศิลปะ อิทธิพล ตั้งโฉลก

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ อิทธิพล ในฐานะเจ้าของผลงานต้นแบบ กล่าวถึงงานครั้งนี้ว่า

“ผมรู้สึกตื่นเต้นและยินดีเป็นอย่างยิ่งที่มีคนเห็นคุณค่าในผลงานของผม ครั้งนี้เป็นครั้งแรกในการร่วมงานระหว่างผมที่เป็นศิลปินผู้ทำงานศิลปะเชิงทัศนศิลป์ กับนักออกแบบผลิตภัณฑ์ที่เป็นศิลปะเชิงประยุกต์ ซึ่งนับว่าเป็นการขยายขอบเขตทางศิลปะจากผลงานที่เป็นภาพนิ่ง ซึ่งปกติจะแขวนบนผนังในหอศิลป์ ไม่อาจสัมผัสหรือจับต้องได้ มาสู่ผลงานผ้าพันคอผ้าไหมชั้นดีที่สามารถจับต้องและใช้ในชีวิตประจำวันได้”

ผลงานชุดนี้ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ อิทธิพล ใช้เทคนิคกับวัสดุช่วยนำทางไปสู่แนวคิดและแบบอย่างเฉพาะตัวใหม่ๆ โดยในช่วงต้นได้เริ่มต้นสร้างสรรค์ผลงานชุดนี้ด้วยการวาดเส้นสีเงิน และสีทองบนกระดาษสีดำ แต่ในช่วงหลังได้ค้นพบและปรับเปลี่ยนมาใช้แผ่นพลาสติกโปสเตอร์สีดำและปากกาสีน้ำมัน (Oil Based Paint Marker) สีเงิน สีทอง เป็นหลักในการวาดเส้นที่มีลักษณะต่อเนื่องขดไปขดมาอย่างอิสระ โดยการใช้ปากกาสีน้ำมันวาดบนแผ่นพลาสติกโปสเตอร์ที่มีผิวลื่นเล็กน้อย ทำให้เส้นมีลักษณะกึ่งโปร่งใส สามารถใช้เขียนซ้อนทับกันหลายชั้น ในขณะที่ยังคงมองเห็นสีชั้นล่างอยู่ ทำให้เกิดภาพที่มีมิติมากขึ้น

“ด้วยการใช้ปรีชาญาณ (Intellect) และปัญญาญาณ (Intuition) ที่เกิดจากความรู้และประสบการณ์การทำงานมาอย่างยาวนานตามสภาวะจิตใจ ณ ขณะนั้น โดยไม่คำนึงถึงความคิดเชิงเหตุผลและทฤษฎีต่างๆ นอกจากนี้ยังเปลี่ยนวัสดุจากผ้าใบขนาดใหญ่เป็นกระดาษขนาดเล็กและแผ่นพลาสติกพีวีซี (PVC) สีดำ และมาร์กเกอร์สีน้ำมัน (Oil Based PaintMarker) ซึ่งทำให้เส้นสายต่างๆ มีลักษณะกึ่งโปร่งใส สามารถเขียนซ้อนทับกันได้หลายชั้นในขณะที่ยังคงมองเห็นสีชั้นล่างอยู่ เกิดเป็นแนวคิดในการแยกมิติแห่งความหมายของลายเส้นสีต่างๆ ได้แก่ ชั้นสีสด สีทอง และสีเงิน

“โดยชั้นสีสดหมายถึงรูปทรงของวัตถุแบบเหมือนจริง สีทองหมายถึงรูปทรงของวัตถุแบบอุดมคติ และสีเงินหมายถึงเส้นรูปทรงของสิ่งที่เป็นนามธรรม ที่ทุกชั้นจะซ้อนกันโดยไม่มีความสัมพันธ์กันทางรูปร่าง แต่เชื่อมโยงกันด้วยความหมายตามความคิดและความรู้สึกของศิลปิน อาทิ ผลงาน ‘BLUE LINES’ ที่ถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกขณะเป็นโรคพาร์กินสันออกมาเป็นเส้นสายสีน้ำเงิน ซึ่งสื่อความรู้สึกเศร้าสร้อย เหงา โดดเดี่ยว ที่กำลังแผ่ขยายออกไปทุกทิศทุกทาง แทรกเข้าไปตรงกลางระหว่างเส้นสีเงิน สีทอง”

จากการใช้ศิลปะรักษาอาการเจ็บป่วยด้วยโรคพาร์กินสันของตัวเองอย่างที่ถนัด ทุกวันนี้ศาสตราจารย์เกียรติคุณ อิทธิพล ยังไปเป็นวิทยากรใช้ศิลปะบำบัดให้กับกลุ่มเพื่อนพาร์กินสันด้วยตัวเองอีกด้วย

ข่าวล่าสุด

จับตาสมการตั้งรัฐบาล หลังเวทีดีเบต Nation Election ใครคุมเกม ใครเป็นตัวแปร