ส่องกล้องตัดก้อนเนื้อ ผ่ามะเร็งลำไส้ไม่ต้องเปิดหน้าท้อง
อุบัติการณ์ของการเกิดโรคมะเร็งและอัตราการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งในประเทศไทยตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา
โดย...กองบรรณาธิการ
อุบัติการณ์ของการเกิดโรคมะเร็งและอัตราการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งในประเทศไทยตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา พบว่ามีผู้ป่วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่รายใหม่ราว 1.1 หมื่นคน/ปี ขณะที่อัตราการเสียชีวิตอยู่ที่ 50-70% ซึ่งสูงเป็นลำดับที่ 3 ของมะเร็งทั้งหมดของทั้งผู้หญิงและผู้ชาย
นพ.นิธิวัฒน์ กิจศรีอุไร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท กล่าวว่า เพื่อให้เกิดการพัฒนาศักยภาพของแพทย์ระบบทางเดินอาหารของโรงพยาบาลในการตรวจวินิจฉัยและให้การรักษาด้วยการส่องกล้องขั้นสูง โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท จึงมีการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับโรงพยาบาลซาโน โรงพยาบาลในประเทศญี่ปุ่น ที่มีความเชี่ยวชาญในด้านการส่องกล้องระบบทางเดินอาหารและการแปลผลลักษณะผิวเยื่อบุ โดยเฉพาะลักษณะผิวของติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่ เพื่อให้ให้บริการตรวจวินิจฉัยโรคระบบทางเดินอาหารที่ครบวงจร ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ชั้นนำและทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง มุ่งเน้นที่การตรวจคัดกรองเพื่อป้องกันการเกิดโรค โดยเฉพาะโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และกระเพาะอาหาร ซึ่งพบได้บ่อยและมีความสำคัญ
ทั้งนี้ ตลอด 3 ปีที่ผ่านมาโรงพยาบาลสมิติเวชได้ส่งทีมแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ไปอบรมที่ญี่ปุ่น 4 รุ่นแล้ว และทางโรงพยาบาลซาโนก็ได้ส่งแพทย์มาอบรมที่ไทย 3 ครั้ง โดยในปีนี้สมิติเวชได้นำเทคนิคใหม่ที่ใช้ในการตัดติ่งเนื้อจากลำไส้ใหญ่ หรือกระเพาะอาหารโดยการตัดออกทั้งชิ้น ผ่านทางกล้องที่เรียกว่า ESD จากโรงพยาบาลซาโนมาใช้ในการตรวจวินิจฉัยและการรักษาให้แก่คนไข้อีกด้วย ซึ่งโดยปกติเมื่อแพทย์ตรวจพบความผิดปกติจากการตรวจส่องกล้อง หากเป็นติ่งเนื้อทั่วไปแพทย์ก็สามารถตัดติ่งเนื้อผ่านการส่องกล้องได้ทันทีแต่ยังมีข้อจำกัดที่ไม่สามารถทำได้กรณีที่ติ่งเนื้อมีขนาดใหญ่
อย่างไรก็ตาม สำหรับเทคนิค ESD นี้ แพทย์สามารถตัดก้อนชิ้นเนื้อขนาดใหญ่ออกจากลำไส้ใหญ่ และกระเพาะอาหารได้โดยไม่จำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัดเหมือนในอดีตที่ผ่านมา โดยสามารถช่วยลดความเสี่ยงจากการผ่าตัด ไม่มีแผลที่ผนังหน้าท้อง ลดระยะเวลาการอยู่รักษาตัวในโรงพยาบาล และผู้ป่วยสามารถฟื้นตัวได้เร็วกว่า ทำให้คนไข้สามารถกับไปใช้ชีวิตอย่างปกติได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ลดภาวะแทรกซ้อน และปลอดภัย
ขณะที่ Narrow Band Image-NBI คือการส่องกล้องเพื่อการวินิจฉัยเซลล์ต้นกำเนิดของมะเร็งลำไส้ใหญ่ ช่วยให้แพทย์สามารถพบก้อนเนื้อได้ในระยะเริ่มแรกแม้ก้อนเนื้อยังไม่นูนขึ้นมา โดยสามารถตรวจก้อนเนื้อแบบแบนราบได้มากกว่าการตรวจปกติ 3 เท่า
ศาสตราจารย์ นพ.ยาซูชิ ซาโน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลซาโนและผู้อำนวยการสถาบันการผ่าตัดส่องกล้องจากประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า ญี่ปุ่นมีอัตราการเสียชีวิตจากมะเร็งลำไส้เป็นอันดับ 1 ของโรคมะเร็งทั้งหมด จึงอยากแนะนำให้ทุกคนได้รับการตรวจอย่างน้อยคนละ 1 ครั้ง ถ้าไม่พบสิ่งผิดปกติ 10 ปีครั้งค่อยตรวจซ้ำก็ได้ แต่ถ้าตรวจพบติ่งเนื้อให้ตรวจซ้ำ 3 ปีครั้งหรือถี่กว่านั้น ขึ้นอยู่กับจำนวนติ่งเนื้อที่พบ มะเร็งทุกชนิดหากตรวจพบตั้งแต่เริ่มแรก การรักษาย่อมได้ผลดีกว่าการตรวจพบเมื่อระยะลุกลามแล้ว แต่ยังมีข้อจำกัดตรงที่สามารถทำได้เฉพาะผู้ป่วยที่ตรวจพบในระยะแรกเริ่มเท่านั้น
สำหรับกลุ่มเสี่ยงที่ควรตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ คือ กลุ่มที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป มีประวัติครอบครัวสายตรงเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และมีประวัติการขับถ่ายผิดปกติ อย่างอาการท้องผูกหรือถ่ายเป็นเลือด


