posttoday

รักดวงตาดั่งดวงใจ

14 กุมภาพันธ์ 2560

แม้ว่าดวงตาจะเปรียบเสมือนหน้าต่างของหัวใจ แต่คุณเชื่อหรือไม่ว่าตาเป็นอวัยวะที่เรามักไม่ให้ความสำคัญในการดูแลกันเท่าไร

แม้ว่าดวงตาจะเปรียบเสมือนหน้าต่างของหัวใจ แต่คุณเชื่อหรือไม่ว่าตาเป็นอวัยวะที่เรามักไม่ให้ความสำคัญในการดูแลกันเท่าไร

บางครั้งกว่าจะรู้ตัวและไปพบจักษุแพทย์ก็สายไปหรือเกือบจะเสียดวงตาไปเสียแล้ว... อย่าลืมว่าดวงตาเสียแล้วซ่อมไม่ได้ ถ้าอย่างนั้นอย่าปล่อยให้ตาคู่สวยของคุณต้องผิดปกติและเสื่อมสภาพไปก่อนเวลาอันควร หันมาใส่ใจและหมั่นตรวจสุขภาพตาเป็นประจำกับโรงพยาบาลชั้นนำ เพื่อดวงตาที่แข็งแรงและการมองเห็นที่สดใสไปอีกนานกันดีกว่า

ไม่ว่าปัญหา(ตา)ไหน ก็เอาอยู่

โรคเกี่ยวกับตามีหลากหลายชนิดมาก เราอาจไม่รู้เลยว่าอาการผิดปกติที่เกิดขึ้น เกิดจากปัญหาอะไร ยิ่งบางโรคไม่แสดงอาการผิดปกติจนกระทั่งป่วยขั้นรุนแรง ย่อมมีความเสี่ยงสูงต่อการสูญเสียการมองเห็น ดังนั้น จึงควรหมั่นสังเกตอาการผิดปกติ และตรวจตาอย่างสม่ำเสมอกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้วยเครื่องมือที่ทันสมัยจะเป็นการถนอมดวงตาที่ดีที่สุด โรคตาหรืออาการผิดปกติต่างๆ สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน เรามาดูกันดีกว่าว่าอาการใดเข้าข่ายเป็นโรค หรือมีปัญหาเกี่ยวกับดวงตาอะไรบ้าง

ต้อกระจก

โรคยอดฮิตในผู้สูงอายุเกิดจากเลนส์แก้วตาเสื่อมสภาพจนมีความขุ่นมัวเกิดขึ้น ทำให้บดบังแสงที่จะผ่านเข้าไปในตา เมื่อแสงส่งผ่านไปยังประสาทตาไม่เต็มที่ การมองเห็นจึงไม่ชัดเจน หรือมีอาการตามัวได้ สามารถรักษาได้โดยการผ่าตัดนำเลนส์แก้วตาที่ขุ่นออก แล้วใส่เลนส์แก้วตาเทียมเข้าไปแทนที่

ต้อหิน

เป็นกลุ่มโรคที่มีการเสื่อมของขั้วประสาทตาส่งผลให้เกิดการสูญเสียการมองเห็นและเป็นสาเหตุสำคัญของภาวะตาบอด ปัจจัยเสี่ยงสำคัญของการเกิดต้อหิน ได้แก่ ความดันตาที่สูง แนวการรักษาโรคต้อหินจะเป็นการประคับประคอง เพื่อไม่ให้ประสาทตาถูกทำลายมากกว่าเดิม และคงการมองเห็นที่มีอยู่ให้นานที่สุดเท่านั้น เนื่องจากเส้นประสาทตาถูกทำลายอย่างถาวร การรักษาจะได้ผลมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับชนิดและระยะของโรค ดังนั้นยิ่งได้รับการรักษาเร็วเท่าไรยิ่งดี

จอตาเสื่อมในผู้สูงวัย

เป็นโรคที่เกิดจากความเสื่อมของจุดศูนย์กลางของจอตา ซึ่งเป็นจุดรับภาพที่ทำให้เรามองเห็น โรคนี้แบ่งออกเป็นชนิดแห้งและชนิดเปียก โดยชนิดแห้งเป็นชนิดที่พบได้มากกว่า เกิดจากเซลล์ประสาทตาบริเวณจุดรับภาพค่อยๆ เสื่อมไปเรื่อยๆ อย่างช้าๆ ตามอายุ จนถึงระยะที่ผู้ป่วยมองไม่เห็นตรงกลาง แต่มองเห็นด้านข้างได้ (ตรงกันข้ามกับต้อหิน) ส่วนชนิดเปียกพบได้น้อยกว่า แต่รุนแรงกว่า เนื่องจากมีการเสื่อมของจอตาร่วมกับมีการสร้างเส้นเลือดผิดปกติใต้จอตา ทำให้จอตาบวมและมีเลือดออกได้ ส่งผลให้ตามัวเฉียบพลัน ผู้ป่วยอาจมองไม่เห็นทันทีได้

ม่านตาอักเสบ

เป็นภาวะที่มีการอักเสบของเนื้อเยื่อส่วนกลาง (Uvea) ภายในลูกตา ซึ่งเนื้อเยื่อส่วนนี้มีเส้นเลือดเป็นส่วนประกอบมากมาย สามารถทำให้สูญเสียการมองเห็นอย่างถาวรได้หากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี ผู้ป่วยจะมีอาการตาแดง ตาสู้แสงไม่ได้ เห็นจุดลอยไปมามากขึ้น กลุ่มที่เสี่ยงต่อการเป็นโรคม่านตาอักเสบ ได้แก่ ผู้ป่วยโรคแพ้ภูมิตัวเอง เช่น โรคพุ่มพวง หรือ SLE โรคกระดูกสันหลังอักเสบ (Ankylosing Spondylitis) โรคผิวหนังแข็ง (Scleroderma) และผู้ป่วยที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง เป็นต้น

โรคตาในเด็ก

การตรวจคัดกรองโรคมีความสำคัญอย่างมากต่อการรักษาโรคตาในเด็ก เนื่องจากเด็กต้องได้รับการแก้ไขในช่วงอายุที่ยังรักษาได้ โดยสามารถเริ่มตรวจครั้งแรกได้ตั้งแต่อายุ 3-6 เดือน และตรวจครั้งต่อๆ ไปเมื่ออายุ 3 ขวบ และ 6 ขวบ โดยเฉพาะพ่อแม่ที่มีประวัติเป็นโรคตาถือว่ามีความเสี่ยงสูง จึงควรนำเด็กมาพบแพทย์ให้เร็วและสม่ำเสมอ ปัญหาสายตาและการมองเห็นที่พบบ่อยในเด็กและจำเป็นต้องได้รับการแก้ไข ได้แก่ ภาวะสายตาผิดปกติ ตาเข สายตาขี้เกียจ หนังตาตกแต่กำเนิด และมะเร็งจอตาในเด็ก

ศัลยกรรมจักษุตกแต่งและเสริมสร้าง

การรักษาโรคและความผิดปกติทุกชนิดของเปลือกตา ท่อน้ำตา และเบ้าตา ต้องอาศัยจักษุแพทย์ด้านศัลยกรรมจักษุตกแต่งและเสริมสร้างที่มีความเชี่ยวชาญทั้งด้านจักษุและศัลยกรรม เพื่อประเมินตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุและรักษาความผิดปกติของเปลือกตา ท่อน้ำตา และเบ้าตา เพื่อให้นัยน์ตาสามารถทำหน้าที่ในการมองเห็นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ภาวะสายตาผิดปกติ

ภาวะสายตาผิดปกติสามารถแก้ไขได้ด้วยเลเซอร์และทำได้หลายวิธี เช่น LASIK PRK และ ReLEx SMILE ซึ่งเป็นการผ่าตัดด้วยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด แบบแผลเล็ก ไร้ใบมีด และมีประสิทธิภาพสูงสุดในปัจจุบัน

ReLEx SMILE เทคโนโลยีล่าสุดเพื่อการรักษาภาวะสายตาผิดปกติ

ReLEx (Refractive Lenticule Extraction) SMILE (Small Incision Lenticule Extraction) เป็นการผ่าตัดแก้ไขสายตาสั้นและเอียงด้วยเลเซอร์แบบแผลเล็ก ไร้ใบมีด และเป็นวิวัฒนาการอีกขั้นต่อจากการผ่าตัดแบบ LASIK เพื่อให้มีความแม่นยำสูงขึ้นและลดโอกาสเกิดผลข้างเคียง

ReLEx SMILE ใช้เทคโนโลยี Femtosecond Laser ซึ่งเป็นเทคโนโลยีขั้นสูงใหม่ล่าสุด สามารถแยกชั้นกระจกตาเป็นรูปเลนส์ (Lenticule) ภายใน และนำเลนส์ที่ตัดไว้ออกมา ผ่านแผลเปิดเล็กๆ ที่กระจกตาขนาดเพียง 2-4 มม. เพื่อปรับความโค้งของกระจกตาให้เหมาะสมกับค่าสายตาที่ต้องการแก้ไข ทำให้แผลหายเร็วมีอาการเคืองน้อยมาก เมื่อเทียบกับ LASIK แบบเดิมและผู้รับการรักษาสามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้ตามปกติหลังจากผ่าตัดเพียง 1-2 วันเท่านั้น

ทำไม ReLEx SMILE คือคำตอบของการรักษาภาวะสายตาผิดปกติ

ไม่เจ็บขณะผ่าตัด เพราะไม่มีการใช้เครื่องมือแยกชั้นฝากระจกตาแบบ LASIK ที่ต้องใช้แรงกดลงบนลูกตา จึงช่วยให้สบายตาหลังผ่าตัดมากกว่า

ไม่มีฝากระจกตาอย่างแท้จริง (Flapless) จึงไม่ต้องกังวลเรื่องภาวะแทรกซ้อนจากการแยกชั้นฝากระจกตาแบบ LASIK ซึ่งอาจเกิดขณะผ่าตัด หรือฝากระจกตาเคลื่อนหลังผ่าตัด

เป็นเทคนิคที่ปราศจากใบมีดอย่างสิ้นเชิง (Bladeless) และมีความแม่นยำสูงมาก

สามารถแก้ไขสายตาสั้นได้ถึง 1,000 (-10.00 D) และสายตาเอียงได้ถึง 500 (หรือ -5.00 D)

เป็นทางเลือกที่ทันสมัยที่สุดของการใช้เลเซอร์รักษาค่าสายตาผิดปกติ โดยเฉพาะผู้ที่มีความจำกัดเรื่องความหนาของกระจกตาเป็นการเพิ่มโอกาสให้รักษาสายตาผิดปกติด้วยเลเซอร์ได้

รู้อย่างนี้แล้วมาดูแลสุขภาพตาเพื่อคืนการมองเห็นที่คมชัดและคุณภาพชีวิตที่สมบูรณ์กันนะคะ... ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จากโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ โรงพยาบาลชั้นนำแห่งแรกในภูมิภาคอาเซียนที่ได้รับการรับรองจากองค์กร Joint Commission International (JCI) หากคุณมีปัญหาเกี่ยวกับดวงตาสามารถไปรับคำปรึกษาได้ที่ศูนย์จักษุ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อีกหนึ่งโรงพยาบาลที่รักษาอาการผิดปกติต่างๆ เกี่ยวกับตาได้อย่างครอบคลุมโดยจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน พร้อมให้คำปรึกษาและบริการผู้ป่วยทุกโรคที่เกี่ยวกับดวงตา ตรวจวินิจฉัยด้วยเครื่องมือที่ทันสมัยและเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด คุณจึงมั่นใจได้ในความแม่นยำ รวดเร็ว ทำให้รักษาได้ทันท่วงทีและได้ผลดี

ข่าวล่าสุด

YouTube ผ่อนปรน "ประเด็นอ่อนไหว" ไฟเขียวสร้างรายได้เต็มรูปแบบ