posttoday

การใช้อารมณ์รักษาอารมณ์

28 มกราคม 2560

มนุษย์ปุถุชนอย่างเรามีอารมณ์รัก โลภ โกรธ หลง สุข เศร้า เหงา ทุกข์ คละเคล้าปะปนเป็นธรรมดา

โดย...แพทย์จีนสุรีย์รัตน์ เกกีงาม (โจว จิ้ง เหวิน) คลินิกหัวเฉียวฯ แพทย์แผนจีน Facebook Fanpage : huachiew tcm

มนุษย์ปุถุชนอย่างเรามีอารมณ์รัก โลภ โกรธ หลง สุข เศร้า เหงา ทุกข์ คละเคล้าปะปนเป็นธรรมดา แต่ถ้าเราต้องจมอยู่ในห้วงอารมณ์ใดอารมณ์หนึ่งเป็นระยะเวลานานๆ จนไม่สามารถสลัดทิ้งออกไปจากจิตใจได้ ไม่ว่าจะเป็นความเศร้าโศก ความโกรธเคือง หรือความวิตกกังวลต่างๆ จนทำให้สภาพจิตใจที่ย่ำแย่ส่งผลให้ร่างกายทรุดโทรมล้มป่วยในที่สุด เราจึงจำเป็นต้องทำความสะอาดหัวใจของเราให้กลับคืนสู่สภาพที่ผ่องใสดังเดิม

เมื่อสาเหตุความเจ็บป่วยครั้งนี้ไม่ได้มาจากเชื้อโรค แต่มาจากใจหรืออารมณ์ที่ป่วย ดังนั้นการรักษาก็จำต้องใช้ใจและอารมณ์เข้าช่วยบำบัดเยียวยาเฉกเช่นเดียวกัน

ในทางการแพทย์จีนโบราณมีทฤษฎีการใช้อารมณ์ข่มอารมณ์มาใช้ในการรักษาโรคที่เกิดจากใจ โดยมีที่มาจากคัมภีร์แพทย์จีนโบราณชื่อหวงตี้เน่ยจิง จากบททฤษฎีปัญจธาตุหรืออู่สิง ได้บันทึกไว้ว่า อารมณ์เศร้าใช้รักษาความโกรธ อารมณ์หวาดกลัวให้รักษาด้วยความดีใจ ซึ่งในสมัยโบราณก็มีหมอจีนที่ได้ทำวิธีการชนิดนี้มารักษาที่ได้ผลดีมาแล้วมากมาย ซึ่งตัวอย่างที่จะนำเล่าให้วันนี้คือการใช้ความโกรธรักษาความคิดถึง

เรื่องราวมีอยู่ว่า ในยุคปลายสมัยราชวงศ์หมิง หญิงม่ายผู้หนึ่งอาศัยอยู่กับบุตรสาวเพียงลำพัง ทั้งสองดูแลห่วงใยกัน ด้วยรู้ว่ามีกันแค่เพียงสองคน ต่อมาบุตรสาวต้องแต่งงานและย้ายไปอยู่ต่างตำบลที่ห่างไกลออกไป ย่างเข้าฤดูหนาวได้ไม่นานลูกสาวรู้ข่าวว่าแม่ของตนล้มป่วยหนักจึงรีบเดินทางไปหา แต่ด้วยหนทางที่ทุรกันดารทำให้ไปไม่ทันดูใจของแม่ นางเศร้าโศกเสียใจมาก เฝ้าโทษตัวเองที่ไม่สามารถมาปรนนิบัติแม่แม้ในช่วงสุดท้ายของชีวิตได้ จนในที่สุดนางก็ล้มป่วยลง ฝ่ายสามีได้พยายามหาหมอต่างๆ มารักษา แต่อาการของนางก็ไม่ดีขึ้นเลย วันหนึ่งฝ่ายสามีได้เชิญหมอจีนเข้ามารักษา

เมื่อหมอได้แมะและสอบถามอาการเรียบร้อยแล้ว จึงกล่าวว่า ภรรยาของท่านเป็นโรคป่วยทางใจ ยาอะไรก็รักษาไม่หาย ต้องใช้วิธีอื่น เมื่อซินแสได้นัดแนะทำความเข้าใจถึงวิธีการรักษากับฝ่ายสามีเรียบร้อยแล้วจึงลากลับไป ฝ่ายสามีจึงเข้าไปบอกภรรยาที่นอนป่วยอยู่ในห้องว่า

“บ่ายวันนี้พี่จะเชิญคนทรงเข้ามา เพื่อเชิญวิญญาณแม่ของน้องมาพูดคุยให้หายคิดถึง”

ทันทีที่คนทรงเข้ามาในห้องก็ได้ประกอบพิธีกรรมเพื่อเชิญดวงวิญญาณ หญิงสาวเมื่อเห็นว่าวิญญาณของแม่ตนเข้ามาอยู่ที่ร่างทรงแล้ว นางจึงร้องไห้ออกมาความรันทดใจ แต่ทันใดนั้นเสียงจากร่างทรงกลับตวาดสวนออกมาว่า

“แกไม่ต้องมาร้องไห้พิรี้พิไร ฉันเกลียดแกนังลูกชั่ว ตั้งแต่แกเกิดมาผัวฉันก็ตาย ชีวิตต้องตกอับขมขื่น แกจำไว้เถอะว่าถึงฉันจะอยู่ในนรกขุมไหนก็ตามฉันจะคอยสาปแช่งแกไปจนวันตาย และที่แกนอนป่วยใกล้ตายอยู่อย่างนี้ ก็เป็นเพราะฉันเอง ดูสารรูปของแกตอนนี้สิ ช่างน่าสมเพชจริง ๆ ฮ่า ฮ่า ฮ่า” 

หญิงสาวเมื่อได้ฟังถ้อยคำจนจบ รู้สึกโกรธขึ้นมาจับใจ คิดเสียดายเวลาที่เฝ้าคิดถึงจนตัวเองต้องล้มป่วย ตั้งแต่นี้ไปเราจะตัดใจ ไม่ปล่อยให้จิตใจจมจ่อมอยู่กับความโศกเศร้า เมื่อคิดได้ดังนั้นอาการป่วยของหญิงสาวจึงค่อยๆ ดีขึ้นจนหายเป็นปกติในที่สุด

เมื่อใดที่เราปล่อยใจให้จมอยู่ในอารมณ์ใดอารมณ์หนึ่งเป็นเวลานาน ในที่สุดอารมณ์มักจะส่งผลเสียต่อสุขภาพของเรา ยิ่งในสมัยปัจจุบันมีสิ่งกระทบเข้าสู่จิตใจของเราได้ง่าย สิ่งที่จะป้องกันได้คือคำว่า “สติรู้” คำเดียว

ข่าวล่าสุด

เลือกตั้ง69: แสวงเลขากกต.คาดรู้ผลคะแนนไม่เป็นทางการ 5 ทุ่ม