posttoday

เลือกกินอาหารให้เหมาะสมช่วงวัย ช่วยป้องกันความเครียดได้

28 ธันวาคม 2559

ปัจจุบันมีโรคภัยไข้เจ็บแปลกๆ เกิดขึ้นมากมาย ทำให้คนส่วนใหญ่หันมาดูแลตัวเองมากขึ้น

โดย...ราภรณ์

ปัจจุบันมีโรคภัยไข้เจ็บแปลกๆ เกิดขึ้นมากมาย ทำให้คนส่วนใหญ่หันมาดูแลตัวเองมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย แต่จะรู้ได้อย่างไรว่าสิ่งที่ปฏิบัติอยู่นั้นเหมาะสมกับสภาพร่างกายในแต่ละช่วงวัย และนำมาซึ่งร่างกายที่แข็งแรงอย่างแท้จริง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและวิตามินแบลคมอร์ส จากประเทศออสเตรเลีย นำโดย ผุสดี สุจิตจร ผู้จัดการทั่วไป บริษัท แบลคมอร์ส (ประเทศไทย) จึงจัดกิจกรรม Blackmores Livemore VIP Days 2016 สร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการดูแลตัวเองด้วยวิถีธรรมชาติ โดยเชิญ พญ.ธิศรา วีรสมัย หัวหน้าศูนย์เวชศาสตร์ชะลอวัย โรงพยาบาลพญาไท 1 ร่วมให้ความรู้ในหัวข้อ “Be a Well Being สุขภาพดีทุกช่วงวัยใครว่ายาก?”

พญ.ธิศรา กล่าวว่า การใช้ชีวิตในแบบ Well Being คือ การกินดีอยู่ดี ชีวิตเต็มไปด้วยความผาสุก ต้องประกอบไปด้วยความสุขสมบูรณ์ทั้งในแง่ร่างกายและจิตใจ มีหน้าที่การงานมั่นคง อยู่ท่ามกลางสิ่งแวดล้อมและครอบครัวที่ดี ทั้งนี้ความผาสุกของร่างกายและจิตใจนั้น จะต้องสามารถบริหารความเครียดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งในแต่ละช่วงวัยจะมีความเครียดและการดูแลสุขภาพที่ไม่เหมือนกัน

กลุ่มวัยทำงาน ควรกินวิตามินบี ซี และอาหารที่มีสารอาหารแมกนีเซียม

กลุ่มวัยทำงาน เป็นกลุ่มที่ต้องเผชิญกับภาวะเครียดมากที่สุด เพราะสนใจกับหน้าที่การงานจนลืมดูแลสุขภาพ ซึ่งการทำงานหนักทำให้ร่างกายเผชิญความเครียดทุกๆ นาทีโดยที่ไม่รู้ตัว ปัจจุบันมีโรคคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม (Computer vision syndrome) หมายถึง การใช้สายตาอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ จนกล้ามเนื้อตาอ่อนล้า มีเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อตาลดลงจนปวดกล้ามเนื้อตา มองภาพไม่ชัด เหล่านี้แฝงอยู่ในความเครียดและกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารอยากความหวาน รับประทานแต่อาหารในกลุ่มแป้ง น้ำตาล ทำให้ร่างกายไม่ได้รับสารอาหารที่เหมาะสม ประกอบกับการใช้ชีวิตอยู่นอกบ้านเป็นส่วนใหญ่ ในกลุ่มนี้การดูแลสุขภาพจึงเน้นการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายให้เหมาะสม และที่สำคัญคือ การรับประทานอาหารและได้สารอาหารที่ครบถ้วน ปัจจุบันอาหารที่มีงานวิจัยพบว่าสามารถต้านความเครียดได้ดี จะอยู่ในกลุ่มพวกวิตามินบี และควรรับประทานอาหารที่มีสารอาหารแมกนีเซียม วิตามินซี เช่น รับประทานผลไม้ ฝรั่งและส้ม และธาตุสังกะสีร่วมด้วย

กลุ่มครอบครัวควรกินโอเมก้า 3

กลุ่มครอบครัว ผู้หญิงที่อยู่ในกลุ่มนี้ หากอยู่ในช่วงการเตรียมความพร้อมจะมีบุตร ก่อนการตั้งครรภ์มีงานวิจัยพบว่า การรับประทานโฟเลตก่อนตั้งครรภ์ 3 เดือน และหลังตั้งครรภ์รับประทานอย่างต่อเนื่องอีก 3 เดือน จะช่วยลดความพิการของไขสันหลังเด็กลงได้ส่วนหนึ่ง ในระหว่างตั้งครรภ์และให้นมบุตร ก็ควรได้สารอาหารที่อยู่ในกลุ่มโอเมก้า 3 ซึ่งจะมีสาร DHA ช่วยบำรุงสมองลูก แต่หากอยู่ในช่วงการเลี้ยงลูก ร่างกายที่แข็งแรงเป็นสิ่งสำคัญ ดังนั้นจึงควรรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินซี เพื่อช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย โดยวิตามินซีจะพบมากในผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว ผักใบเขียว แต่ข้อเสียคือวิตามินซีสลายตัวง่าย การปรุงอาหารด้วยความร้อนจะสูญเสียวิตามินซีได้ถึงร้อยละ 60 การรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารประเภทวิตามินซีจึงเป็นอีกหนึ่งตัวช่วย นอกจากนี้ในแง่ของการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันร่างกาย การศึกษาวิจัยพบว่า การรับประทานวิตามินซีวันละ 2,000 มิลลิกรัม ติดต่อกันอย่างน้อย 1 สัปดาห์ จะช่วยลดสารก่อภูมิแพ้ที่เรียกว่าสารฮิสตามีนได้ร้อยละ 40 อีกด้วย

กลุ่มวัยทอง ควรกินสารอาหารโคเอนไซม์ คิวเทน

กลุ่มวัยทองหรือวัยสูงอายุ ร่างกายจะขาดฮอร์โมน เกิดความเสื่อมของเซลล์ เช่น ผิวพรรณไม่ชุ่มชื้น ความทรงจำแย่ลง ไขมันในเลือดสูงขึ้นทำให้มีโอกาสเกิดไขมันอุดตันและเกิดภาวะหลอดเลือดตีบ ไม่ว่าจะเป็นสมองหรือหัวใจ การเสื่อมของข้อเข่า ดังนั้นการดูแลที่สำคัญคือปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิต พักผ่อนให้เพียงพอ และการออกกำลังกายที่เหมาะสม เพื่อสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหัวใจและหลอดเลือด ควรออกกำลังกายในลักษณะที่เรียกว่า เวต แบริ่ง เน้นการออกกำลังกายให้กระดูกแข็งแรง เช่น เดินเร็ว วิ่งเหยาะๆ แต่หากมีน้ำหนักตัวมากจนมีอาการเจ็บข้อเข่า อาจเป็นการเดินออกกำลังในน้ำแทน

สารอาหารที่เหมาะสำหรับคนกลุ่มนี้ ได้แก่ สารอาหารโคเอนไซม์ คิวเทน ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานหลักของร่างกาย โดยเฉพาะการทำงานของหัวใจ และในขณะเดียวกันก็มีฤทธิ์ในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันร่างกาย ช่วยลดคอเลสเตอรอล รวมถึงควรรับประทานอาหารที่ให้โอเมก้า 3 ซึ่งมี EPA และ DHA โดยเฉพาะ EPA มีบทบาทลดไขมันตัวร้าย หรือไตรกลีเซอไรด์ และเพิ่ม HDL หรือไขมันตัวดีให้กับร่างกาย รวมถึงยังช่วยลดการอุดตันของหลอดเลือด ส่วนปัญหาผู้สูงอายุเข่าเสื่อม นอกจากรับประทานแคลเซียมและวิตามินดีแล้ว กลูโคซามีนก็มีบทบาทสำคัญ เพราะเป็นสารตั้งต้นของไฮยาลูโรนิคแอซิด ซึ่งพบมากในกระดูกอ่อนตามข้อ มีคุณสมบัติช่วยให้ความยืดหยุ่นกระดูกอ่อนดี การเคลื่อนไหวของข้อต่างๆ เป็นไปอย่างราบรื่นมากขึ้น ลดกระบวนการอักเสบตามข้อได้ดีอีกด้วย

ข่าวล่าสุด

“รมว.นฤมล” สั่ง สพฐ.เกาะติดสถานการณ์ คลั่งบุก รร.กลางหาดใหญ่