posttoday

ระวังคนใกล้ตัวอาจเป็นโรคจิตเภท

08 พฤศจิกายน 2559

หลายคนคงเคยได้ยินเกี่ยวกับโรคจิตเภท ฟังชื่อก็น่ากลัวอยู่ ซึ่งโรคนี้ภาษาอังกฤษเรียกว่า Schizophrenia

โดย...ชลญ่า

หลายคนคงเคยได้ยินเกี่ยวกับโรคจิตเภท ฟังชื่อก็น่ากลัวอยู่ ซึ่งโรคนี้ภาษาอังกฤษเรียกว่า Schizophrenia คือกลุ่มอาการของโรคที่มีความผิดปกติของความคิด ทำให้ผู้ป่วยมีความคิดและการรับรู้ไม่ตรงกับความเป็นจริง ทำให้มีผลเสียต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน เช่น การดูแลตัวเอง การใช้ชีวิตในสังคม ส่วนใหญ่ผู้ป่วยจะเริ่มเป็นเมื่ออายุ 14-16 ปี หรือช่วงปลายวัยรุ่น โรคนี้พบได้ประมาณร้อยละ 1 ของประชากร อย่าได้ชะล่าใจกับโรคนี้เป็นอันขาด เพราะสังคมทุกวันนี้เอื้อต่อการเป็นโรคนี้ พ่อแม่จึงควรเอาใจใส่ดูแลลูกเพราะวันหนึ่งลูกอาจเป็นโรคนี้ก็ได้

โรคจิตเภท มีสาเหตุมาจากทั้งด้านร่างกายและจิตใจ โดยทางร่างกาย อาจมาจากทางพันธุกรรม ยิ่งมีความใกล้ชิดทางสายเลือดกับผู้ป่วยมากยิ่งมีโอกาสสูง จากความผิดปกติของสมอง โดยสารเคมีในสมองมีความผิดปกติ และจากโครงสร้างของสมองบางส่วนที่มีความผิดปกติเล็กน้อย ส่วนด้านจิตใจ มาจากความเครียดในชีวิตประจำวันเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดความเจ็บป่วย การใช้อารมณ์กับผู้ป่วย การตำหนิ มีท่าทีที่ไม่เป็นมิตรหรือจู้จี้ยุ่งเกี่ยวกับผู้ป่วยมากไปก็มีผลต่อการกำเริบของโรคได้

ขณะที่ลักษณะอาการสามารถแบ่งออกได้ 2 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มอาการที่เพิ่มมากกว่าคนปกติทั่วไป ได้แก่ อาการหลงเชื่อผิด เป็นความเชื่อของผู้ป่วยที่ผิดไปจากความเป็นจริง เช่น คิดว่าคนอื่นจะมาทำร้าย ระแวงว่าจะถูกวางยาพิษ คิดว่าตนส่งกระแสจิตได้ ความคิดผิดปกติ คิดแบบมีเหตุผลอย่างต่อเนื่องไม่ได้ ทำให้คุยกับคนอื่นไม่เข้าใจ มักพูดไม่เป็นเรื่องราว พูดไม่ต่อเนื่อง เปลี่ยนเรื่องพูดโดยไม่มีเหตุผล ประสาทหลอน มีพฤติกรรมผิดปกติ โดยมักเกี่ยวข้องกับความคิดและความเชื่อที่ผิดปกติ เช่น อยู่ในท่าแปลกๆ ซ้ำๆ หัวเราะหรือร้องไห้สลับกันเป็นพักๆ

2.กลุ่มอาการที่ขาดหรือบกพร่องไปจากคนปกติทั่วไป ได้แก่ เก็บตัว ซึม ไม่อยากพบปะผู้คน แยกตัวเอง ไม่ดูแลตัวเอง ไม่สนใจเรื่องการแต่งกาย กลางคืนไม่นอน ไม่มีความคิดริเริ่ม เฉื่อยชาลง ไม่ทำงาน นั่งเฉยๆ ได้ทั้งวัน ผลการเรียนหรือการทำงานตกต่ำ พูดน้อย ใช้เวลานานกว่าจะตอบ พูดจาไม่รู้เรื่อง เนื้อความไม่ปะติดปะต่อกัน การแสดงออกทางอารมณ์ลดลงมาก ไร้อารมณ์ มักมีสีหน้าเฉยเมย ไม่มีอาการยินดียินร้าย

เพราะฉะนั้น ผู้ปกครองจึงควรสอดส่องดูแลลูกอยู่เสมอว่าลูกผิดปกติไหม มีอาการอย่างที่กล่าวมาหรือเปล่า ถ้าสังเกตว่าลูกผิดปกติควรไปปรึกษาแพทย์ ก่อนที่ทุกอย่างอาจจะสายเกินแก้ ถ้าเป็นหมอจะได้รักษา อาจจะด้วยยาเพื่อควบคุมอาการและลดการกำเริบซ้ำของโรค การฟื้นฟูสภาพจิตใจ โดยฝึกการเข้าสังคมและให้คำปรึกษาแก่ผู้ป่วย การทำจิตบำบัด โดยผู้เชี่ยวชาญพูดคุยกับผู้ป่วยเพื่อให้ผู้ป่วยเข้าใจตนเองและปัญหาของตนเองมากขึ้น และด้วยครอบครัวบำบัด โดยแพทย์เป็นผู้ให้ความรู้ในเรื่องโรคและสิ่งที่ญาติควรปฏิบัติต่อผู้ป่วย สนใจสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับโรคนี้ได้ที่โรงพยาบาลมนารมย์ โทร. 02-725-9595

ข่าวล่าสุด

กทม.–กฟน. ผนึกกำลัง “ขุดครั้งเดียวจบ” นำสายไฟลงดิน ถนนวิทยุ