posttoday

9 วิธี หนีออฟฟิศซินโดรม

08 พฤศจิกายน 2559

ถ้าคุณมี 5 อาการต่อไปนี้ คุณเข้าข่ายเป็นโรคฮอตฮิตที่แพร่หลายที่สุดในเวลานี้ "ออฟฟิศซินโดรม"

โดย...บีเซลบับ/ ภาพ คลังภาพโพสต์ทูเดย์

ถ้าคุณมี 5 อาการต่อไปนี้ คุณเข้าข่ายเป็นโรคฮอตฮิตที่แพร่หลายที่สุดในเวลานี้ "ออฟฟิศซินโดรม" ที่คนทำงานออฟฟิศหลายคนกำลังประสบปัญหาอยู่ ประกอบด้วย อาการปวดตึงบริเวณคอ บ่า ไหล่ อาการยกแขนไม่ขึ้น อาการปวดหลัง อาการปวดตึงที่ต้นขา และอาการปวดศีรษะจากความเครียด ถ้ามีอาการดังกล่าวที่ยกมา มากบ้างน้อยบ้างก็ตามที คุณอาจเป็นหนึ่งที่จะต้องสร้างภูมิคุ้มกันให้ตัวเองตั้งแต่เดี๋ยวนี้ เมื่อถึงเวลาทำงานหรือเมื่อเดินทางมาถึงออฟฟิศในทุกเช้า จะได้ไม่เป็นออฟฟิศซินโดรม เห็นออฟฟิศแล้วอยากรีบวิ่งเข้ามาทำงาน ไม่ใช่อยากวิ่งหนีแบบทุกวันนี้

1.เลือกนั่งติดริมหน้าต่าง รับแสงจากธรรมชาติ

2.ควรเปิดอากาศให้ถ่ายเทบ้าง เพราะอาคารที่ทำงานส่วนใหญ่ติดเครื่องปรับอากาศ แต่ก็ไม่ใช่ปิดตายหน้าต่างตลอดเวลา

3.ควรปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ทุกครั้งที่ไม่ใช้งาน เพื่อลดการรับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคความดันโลหิตสูงและความเครียด

4.หาต้นไม้สักต้นหรือหลายต้น ช่วยดูดซับสารพิษและเป็นที่พักสายตาจากคอมพิวเตอร์

5.ในบางครั้งอาจลองนัดกันปิดแอร์ แล้วใช้พัดลมบ้าง โดยนัดกันสวมเสื้อผ้าบางเบา หรือสบายๆ จะรู้สึกเย็นสบายแบบไม่ต้องง้อแอร์ ดีต่อสุขภาพและประหยัดดีด้วย

6.งดสูบบุหรี่เด็ดขาดในที่ทำงาน ที่ทำงานบางแห่ง พอพนักงานส่วนใหญ่ กลับบ้านไป พนักงานส่วนที่ทำงานเวลากลางคืนจะสูบบุหรี่ ควรตั้งเป็นกฎเหล็กห้ามเด็ดขาด เพราะไม่ดีต่อสุขภาพของทุกคน

7.ควรติดตั้งเครื่องฟอกอากาศ และอาจมีตู้ปลาสักตู้เพื่อคืนความชื้นที่เสียไป

8.หมั่นทำความสะอาดโต๊ะทำงานและจัดระเบียบให้สะดวกต่อการใช้สอย

9.ถ้าคุณทำงานโดยใช้คอมพิวเตอร์ หรือนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ทั้งวัน อย่าลืมตั้งกฎให้ตัวเอง หรือพยายามเตือน ตัวเองเมื่อนึกได้ทุกครั้ง ให้เงยหน้าขึ้น แล้วมองออกไปไกลๆ ทุกๆ 20 นาที เพื่อบรรเทาความเหนื่อยล้าของสายตา

ออฟฟิศซินโดรม ก็ออฟฟิศซินโดรม ถ้าเราตั้งใจจริง เราจะสร้างพฤติกรรมการทำงานในออฟฟิศใหม่ที่ไม่เป็นภัยต่อ ตัวเองได้แน่ ทำงานให้สนุกด้วยสุขภาพร่างกายและจิตใจที่ดีกันดีกว่า!

ข่าวล่าสุด

YouTube ผ่อนปรน "ประเด็นอ่อนไหว" ไฟเขียวสร้างรายได้เต็มรูปแบบ