อยู่อย่างไรให้สุขหลังเกษียณ
เดือน ต.ค. ก้าวแรกบนถนนแห่งการเกษียณอายุ จะเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับตัวเรา เตรียมไว้ดีก็ไม่มีอะไรให้ต้องคิดมาก
โดย...บีเซลบับ ภาพ... คลังภาพโพสต์ทูเดย์
เดือน ต.ค. ก้าวแรกบนถนนแห่งการเกษียณอายุ จะเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับตัวเรา เตรียมไว้ดีก็ไม่มีอะไรให้ต้องคิดมาก ข้าราชการเกษียณอายุบางท่านกลัวขั้นจิตตกว่าจะอยู่อย่างไรกับชีวิตหลังเกษียณ คิดไปสารพัด ฟังแล้วบอกได้แต่ว่า ไม่ต้องกลัว เพื่อนร่วมทางมีเยอะ(ฮา) เพราะฉะนั้นไม่ต้องกลัวเหงา ไม่ต้องกลัวการปรับเปลี่ยน เคล็ดลับคือค่อยๆ ปรับ ร่างกายจิตใจ ความคิดอารมณ์ ทัศนคติ ทุกอย่างค่อยเป็นค่อยไป
หลักคือความเป็นมิตรต่อตัวเอง และยิ้มให้ตัวเองเสมอ คิดเสียว่าในเมื่อชีวิตการทำงานประสบความสำเร็จได้ แล้วทำไมจะประสบความสำเร็จกับชีวิตหลังเกษียณบ้างไม่ได้ หลายคนทำได้แถมทำได้ดี ชีวีมีสุข สุขภาพกายใจแจ่มใส สมองไม่เสื่อมสูญ ขออนุญาตไปเก็บตกมาฝากกัน ใครอยากมีความสุขกับชีวิตเกษียณตามมาอ่านกันเลย
1.คนที่ประสบความสำเร็จกับการเกษียณอายุ คือคนที่วางแผนก่อนเกษียณ บางคนวางแผนตั้งแต่เมื่อแรกเข้ารับราชการ ดูแลและเข้มงวดกับตัวเองตั้งแต่รายรับรายจ่าย เงินเดือนเดือนแรกยันเดือนสุดท้าย เงินออม การวางแผนเพิ่มพูนเงินออม หารายได้พิเศษ วันหยุดเวลาว่างไม่ปล่อยเวลาให้เปล่าเลย แต่ขยันทำมาหากินหารายได้เสริม
2.ไม่เอาแต่เก็บ หากคิดวางแผนจัดการเงินที่มี หลายคนคำนวณรายได้รายรับเป็นระยะ เงินเดือนเงินได้และเงินบำนาญพึงได้ที่จะได้รับเมื่อถึงวันเกษียณ กลุ่มนี้จะตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น เพิ่มรายรับที่สามารถทำได้ บางช่วงต้องการเงินเพิ่ม ก็ไม่รบกวนเงินออม แต่จะขวนขวายหาทางหางานพิเศษเพิ่ม เพิ่มรายรับในส่วนที่ต้องการแต่ต้องไม่รบกวนงานหลัก ทำเท่าที่สามารถทำได้ มีแผนอาชีพสำรองตามความถนัด ตั้งแต่งานช่าง งานด้านภาษา ดนตรี กีฬา งานกสิกรรมฯลฯ
3.สร้างเครือข่าย นี่เป็นเรื่องจริงของชาวเกษียณ บางคนมีเครือข่ายหรือก๊วนเพื่อนร่วมรุ่นตั้งแต่สมัยประถม มัธยม วิทยาลัย มหาวิทยาลัย คบกันเหนียวแน่นไม่จืดจาง ช่วยเหลือและสนับสนุนซึ่งกันและกัน ดูแลกันไม่เฉพาะเรื่องงานเรื่องเงิน แต่เป็นเรื่องความสุข สุขภาพ แนวคิด เพื่อนคู่คิดคู่คุย คบหาสมาคม การมีเพื่อนมากและได้เพื่อนดี ย่อมได้รับการช่วยเหลือเกื้อกูลในการสร้างรายได้ งานที่ว่ายากหากมีเพื่อนแล้วไม่ต้องกลัวเลย เราช่วยเขา เขาก็ช่วยเรา
4.อย่าพะวงกับอายุ อายุ 60 แล้วไง ต้องเปิดหูเปิดตา ท่องเที่ยวพบปะผู้คนใหม่ๆ อย่าให้ตัวเองเรื้อสนาม เรียนรู้ต่อไป มองทุกสิ่งอย่างสร้างสรรค์ ไม่โลภ ไม่โกรธ ไม่หลง
5.อย่าวิตกกับอนาคตที่ยังมาไม่ถึง อย่ากลัวไปก่อน อย่าคิดแทนคนอื่น วิตกแทนคนอื่น ผู้สูงวัยบางคนคิดเองเออเอง วิตกเอง เช่น กลัวลูกหลานจะไปไม่รอด กลัวการค้าถดถอย กลัวเสียหน้าเสียวงศ์ตระกูล ฯลฯ ทั้งหมดคิดไปเอง เพราะยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นจริงเลยสักอย่างเดียว คิดมากเกินไปก็ไม่ดี
6.ดูแลสุขภาพ สุขภาพคือสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับคนสูงอายุ ถ้าสุขภาพไม่ดีหมายถึงต้นทุนต่ำ ไปต่อได้ยาก ทั้งการคิด การทำ การพูด
7.รักษามาตรฐานของตัวเอง เรื่องนี้ก็สำคัญ อย่าคิดว่าแก่แล้วแก่เลย ไม่ปรับตัวปรับใจ ชีวิตจะสะดุดเพราะสิ่งแวดล้อมทุกอย่างรอบตัวเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เราจะไม่เปลี่ยนได้ยังไง เรื่องมาตรฐานเป็นเรื่องเฉพาะตัว แต่อย่างน้อยก็ต้องชั่งน้ำหนักทุกวัน ไม่อ้วนเกินไป ไม่ผอมเกินไป แต่งกายด้วยเสื้อผ้าสะอาด สมาร์ท ปรายตาดูแฟชั่นบ้าง รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ห่างไกลสิ่งเสพติด
8.ชีวิตยังต้องวางแผน เขียนแผนชีวิตล่วงหน้า หรืออย่างน้อยก็วางแผนไว้คร่าวๆ เช่น ปีนี้จะใช้เงินเท่าไรอย่างไร ทรัพย์สินที่ดินที่ใดจะขายตรงไหน ราคาเท่าไร จะไปเที่ยวต่างประเทศในปีไหนเดือนไหน ไปประเทศใดบ้าง ฯลฯ แค่คิดก็มีความสุขแล้วใช่มั้ย
บางคนบอกว่าอายุเป็นเพียงตัวเลข มองในมุมตัวเลขก็ใช่ ทายอายุไม่ถูกก็มีเยอะ(ฮา) เพราะตัวเลขไม่สัมพันธ์กับใบหน้า มีทั้งแบบที่หกสิบปีแล้วยังแข็งแรง แคล่วคล่องว่องไว สนุกสนาน แฟชั่นจะยังไงฉันไม่ยอมตกเทรนด์ กับแบบที่ร่างกายทรุดโทรม โรคภัยรุมเร้า เพราะหักโหมตรากตรำกับสิ่งเสพติดมาตลอด เรียกว่าอาวุโสแบบไม่บันยะบันยัง ใบหน้าเกินวัยและเกินหน้าเพื่อนรุ่นเดียวกัน
ว่าแต่ “คุณลุงคุณป้า” จะเลือกเป็นชาวเกษียณอายุแบบไหนดีคะ


