ใส่ใจ ‘ข้อเข่า’เพื่อย่างก้าวที่แข็งแรง
ปวดเข่า ข้อเข่าฝืดหรือติดขัดได้ยินเสียงดังในเข่า เข่าบวมรู้สึกขาไม่มีกำลังหรือเข่าอ่อนปวดเข่าเวลาขึ้น-ลงทางชันหรือบันไดปวดเวลานั่งกับพื้น เช่น นั่งพับเพียบขัดสมาธิหรือคุกเข่า
โดย...พุสดี
ปวดเข่า ข้อเข่าฝืดหรือติดขัดได้ยินเสียงดังในเข่า เข่าบวมรู้สึกขาไม่มีกำลังหรือเข่าอ่อนปวดเข่าเวลาขึ้น-ลงทางชันหรือบันไดปวดเวลานั่งกับพื้น เช่น นั่งพับเพียบขัดสมาธิหรือคุกเข่า ปวดเวลาเดินบนพื้นราบ ใครที่กำลังมีอาการเหล่านี้อย่านิ่งนอนใจ เพราะอาจกำลังเสี่ยงต่อการเป็น “โรคข้อเข่าเสื่อม” โดยไม่รู้ตัว ซึ่งหลายคนอาจนอนใจว่าโรคนี้มักเป็นในผู้สูงอายุเท่านั้น แต่วัยทำงานหรือวัยรุ่นก็มีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นโรคนี้ได้เช่นกัน
นพ.ศริษฏ์ หงษ์วิไล ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ ศูนย์ข้อสะโพกและข้อเข่ากรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวว่า ข้อเข่าที่เป็นปกติจะมีช่องว่างระหว่างข้อต่อ ซึ่งจะมีของเหลวที่มีลักษณะข้นมากบรรจุอยู่เรียกว่าน้ำเลี้ยงข้อ ทำ หน้าที่เหมือนเบาะรองรับข้อต่อ แต่ในผู้ที่มีอาการข้อเสื่อมน้ำเลี้ยงข้อจะมีความข้นและความยืดหยุ่นลดลงกว่าปกติ ทำ ให้คุณสมบัติการรองรับแรงกระแทกเมื่อมีแรงกดลงที่ข้อเข่าเสียไป กระดูกอ่อนที่ทำ หน้าที่ป้องกันปลายกระดูกของกระดูกต้นขาและกระดูกหน้าแข้งจะเกิดการกระทบกระแทกและเสียดสีกันซึ่งเป็นต้นเหตุของอาการปวดที่เกิดขึ้น
สาเหตุหลักของโรคข้อเข่าเสื่อมเกิดจากการเสื่อมของกระดูกอ่อนบุข้อที่เกิดจากการใช้งานหนักและความเสื่อมตามอายุ ส่วนใหญ่จะพบในผู้สูงอายุหรือในบางรายอาจเป็นผลจากปัจจัยอื่น เช่น น้ำหนักตัวมาก เป็นโรคอ้วน ใช้งานข้อเข่ามากเกินไป มีประวัติเคยประสบอุบัติเหตุบริเวณข้อเข่าอย่างรุนแรง เช่น กระดูกหักเข้าข้อ เอ็นข้อเข่าฉีกขาด แหวนรองข้อฉีกขาด มีประวัติเคยติดเชื้อในข้อเข่าเป็นโรคข้ออักเสบเรื้อรัง เช่น รูมาตอยด์ หรือเกาต์
การเสื่อมของข้อโดยเฉพาะข้อเข่าแบ่งออกเป็น 4 ระยะ คือ ระยะที่หนึ่ง จะมีอาการเจ็บเล็กน้อย ไม่มีการเปลี่ยนแปลงรูปร่าง แต่อาจมีอาการฝืดๆ ขัดๆ ระยะที่สอง กระดูกอ่อนผิวข้อเริ่มสึกอาจต้องตรวจดูจากการเอกซเรย์ ระยะที่สาม ผิวข้อเริ่มขรุขระกระดูกอ่อนผิวข้อเริ่มแตกร่อนมีอาการเจ็บขัดมากขึ้น และระยะที่สี่กระดูกอ่อนผิวข้อสึกทั่วข้อเข่า
การรักษาอาการเสื่อมของข้อเข่าขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค ในระยะแรกของโรคข้อเสื่อมมักจะใช้ยาแก้ปวดธรรมดาและทำ กายภาพบำบัดรวมทั้งควบคุมน้ำหนักตัวและรับประทานอาหารให้เหมาะสม ในกรณีที่มีอาการมากหรือปรับเปลี่ยนท่าทางแล้วอาการปวดไม่บรรเทา แนะนำ ให้ปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยให้การรักษาและคำ แนะนำ ต่อไป
สำหรับผู้ป่วยที่จะออกกำ ลังกายแนะนำว่าให้ออกกำลังกายด้วยวิธีที่ไม่สร้างภาระให้กับข้อเข่า หลีกเลี่ยงการกระโดด กระแทก การบิดเข่าเป็นต้น สำหรับการออกกำลังกายในน้ำ เช่น ว่ายน้ำ หรือเดินในน้ำจะช่วยให้ข้อเข่ารับภาระน้อยลง มีการฝึกการเคลื่อนไหวของข้อเข่าได้ดี รวมถึงการออกกำลังกายด้วยการปั่นจักรยานนั้นสามารถทำได้การบริหารกำลังกล้ามเนื้อต้นขาโดยไม่ใช้น้ำหนักต้าน เช่น การนั่งเกร็งต้นขาและยกปลายเท้าขึ้น จะช่วยให้กล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้น ช่วยบรรเทาอาการปวดได้


