ชีวิต ความรัก และหน้าที่ อุษามณี ไวทยา
บทบาทชีวิตมายาของ พิตะวัน ในละคร “มายา” กำลังเข้มข้น
โดย...มัลลิกา ภาพ ทวีชัย ธวัชปกรณ์
เป็นทั้งที่ชิงชังและน่าสงสาร สำหรับ “พิตะวัน สัจจามาตย์” ถูกฉีกหน้ากากที่ปกปิดตัวตนที่แท้จริง สร้างภาพสวยหรูเพราะคิดไปว่าจะเป็นการทำให้ตัวเองมีคุณค่าเพิ่มขึ้นในสายตาคนอื่น แต่ภาพมายาก็มลาย พิตะวัน ผู้โหยหาในความรัก ปรารถนาความอบอุ่น และอยากได้การยอมรับในตัวตนของเธอจากผู้อื่น จะต้องเจอชะตากรรมเยี่ยงไรต่อไปอีก...
บทบาทชีวิตมายาของ พิตะวัน สัจจามาตย์ ทางช่อง 7 สี ในละคร “มายา” ของค่ายโพลีพลัส กำลังเข้มข้น บทบาทชีวิตของ “ขวัญ-อุษามณี ไวทยานนท์” ผู้สวมวิญญาณพิตะวันก็เข้มข้น ไม่ต่างกัน
และวันนี้เธอเอ่ยอย่างมั่นใจว่า เป็นหัวหน้าครอบครัว “ต้องรับผิดชอบทุกอย่างให้ดี”
เป็นนักแสดง(ได้)ทุกบทบาท
งานละครตอนนี้ขวัญรับไปเรื่อยๆ ตามที่ช่องจะมอบโอกาสให้ ไม่ได้กำหนดตายตัวว่า ต้องปีละ 1 หรือ 2 เรื่อง เพราะจังหวะเวลาในการถ่ายทำและออกอากาศก็ไม่แน่นอน แต่สิ่งที่แน่นอนนั้นคือ รายจ่ายของครอบครัว
“งานละครขวัญขอแค่ทำงานกับทีมที่เรารัก ทุกครั้งที่เราไปทำงานมีความสุข เวลาเจออุปสรรคมันเป็นปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้ เรารู้พวกเขาตั้งใจ เวลาให้กองละคร หนูขอไว้แค่วันอาทิตย์เป็นวันที่เข้าไปดูบริษัทของเราเอง และถ้ามีช่วงไหนภาระค่าใช้จ่ายเยอะก็ขอไปรับอีเวนต์ ก็บอกกองก่อน เพราะถ้ารอเงินจากละครไม่พอค่าใช้จ่าย มันมีระบบการจ่ายเงิน
ขวัญต้องจัดสรรเงินเอาไปให้ที่บ้าน ค่าน้ำ ค่าไฟ เราไม่ทำใครจะทำ พอเราโตขึ้นมาเราต้องรับผิดชอบ หนูรับรู้ว่า ตอนนี้แม่ใช้ชีวิตแบบหมดห่วง หนูให้แม่พัก ดูแลงานเอง ให้เงินเดือนแม่ใช้ หรือเวลาแม่มีอะไรบอกเราก็หาให้เขา เหมือนตอนเด็กแม่เลี้ยงเรา เขาทำงานหนัก ถึงตอนนี้ให้พัก ไม่มีภาระเงินทองให้เครียด ไม่มีอะไรให้บั่นทอนจิตใจ ตอนนี้หนูเป็นทัพหน้า เราต้องดูแลแม่เรา ให้อยู่ในที่ปลอดภัย เหมือนแม่ดูแลเราปกป้องเรา”
ในส่วนของงานละครที่กำลังออกอากาศ เรื่อง มายา ขวัญรับบทบาทที่มีความซับซ้อนทางอารมณ์ของตัวละครมากขึ้น นับเป็นอีกขั้นของการพัฒนาทางการแสดง และถึงแม้จะเป็นนางเอกเบอร์ต้นของช่อง แต่เธอก็ไม่เลือกรับงาน เพราะทุกสิ่งที่ผู้ใหญ่หยิบยื่นให้คือโอกาสที่ดีที่สุดแล้ว
“ในการรับงานละครป้าแดง (สุรางค์ เปรมปรีดิ์) สอนขวัญว่า เราเป็นนักแสดง ผู้ใหญ่บอกมา ต้องค่ะอย่างเดียว แล้วรับผิดชอบการแสดงให้ได้ตามบทประพันธ์ที่เขายื่นมาให้ดีที่สุด เพราะกว่าผู้ใหญ่จะระบุชี้ชัดแล้วว่าให้ใครเล่น มันผ่านกระบวนการทางช่อง หลายขั้นตอนมาก ทุกคนเชื่อมั่นในตัวเรา ถึงเลือกเรา เราเป็นนักแสดงก็ต้องพยายามทำให้ดีที่สุด
ที่ผ่านมา หนูรับงานแต่ละตัวละครมีจุดวิกฤตในชีวิตไม่เหมือนกัน ในเรื่องมายา มันมีช่วงพัฒนาการที่เยอะของตัวละคร และค่อนข้างแตกต่างจากเรื่องอื่น คือละครสะท้อนสังคม ถ้าเด็กดูแล้วมีผู้ใหญ่ชี้แนะ เด็กก็ไม่จำเป็นต้องเจ็บเองอย่างพิตะวัน เรามีหน้าที่เล่นสะท้อนตัวละครออกไป ในการทำงานเราพยายามทำให้ดีที่สุด ไม่ว่าผลออกมายังไง เพราะเรารู้ว่าเราเหนื่อยขนาดไหน แต่ละซีนเราเครียด เราตรากตรำขนาดไหน
บทของพิตะวัน การแสดงเป็นเรื่องของจิตใจ พิตะวันไม่ได้มีอาชีพ แต่มีกระบวนการทางจิตใจ เราจึงสังเกตคนเพื่อมาปรับใช้ในการแสดงไม่ได้ การบ้านของเราคือปล่อยให้จิตว่าง แล้วเข้าใจพิตะวันให้มากที่สุด กระบวนการสมองเขาคิด ทำแบบนี้ เพราะหัวใจเขาต้องการหนีจุดต่ำของชีวิต ทำยังไงก็ได้ให้คนอื่นยอมรับ ให้ออกไปจากจุดที่ตัวเองอยู่ โดยไม่คิดถึงจิตใจคนอื่นว่าจะมองมายังไง
การรับบทนี้ช่วงถ่ายทำท้ายๆ เรื่องเครียดมาก บทหนักทั้งนั้นเลย แต่เป็นงานที่พยายามทำให้ออกมาดีที่สุด หนูดูละครตัวเองเล่นทุกเรื่อง ถ้ามีเวลาจะดูตอนที่ออกอากาศทันทีเลย เป็นการจับผิดตัวเองอีกที แต่เราก็ทำที่สุดในตอนนั้นแล้วละ แต่ก็ดูไว้เพราะยังไงก็ต้องทำงานแสดงต่อไป มันเป็นมากกว่างานที่รัก เราอยู่มาตั้งแต่เด็ก เหมือนความเคยชิน ต้องมากองถ่าย ต้องมาเจอพี่ๆ ทีมงาน คือไปทำอย่างอื่นก็ยังคิดถึงงานละครอยู่ดี”
อยากทำให้ตัวเองภูมิใจ
นอกจากงานแสดงที่เป็นอาชีพหลัก ตอนนี้ขวัญยังมีธุรกิจลิปสติก UZI Cosmetic ที่หมายมาดปั้นมือให้ธุรกิจเติบโตเลี้ยงดูทุกคนในบริษัท และครอบครัวของเธอให้ดีกว่าเดิมได้ และเป็นอีกหนึ่งงานที่ขวัญบอกว่า เป็นความภูมิใจของตัวเองที่ทำให้เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาได้ เพราะขวัญเริ่มคิดค้นสูตรกับผู้เชี่ยวชาญ สั่งผลิต ทดลองใช้เองมานานกว่า 2 ปี
“เริ่มต้นขวัญอยากทำอะไรให้ตัวเองภูมิใจ ก็มีความรู้จากที่เรียนจบปริญญาโทมา (คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ) ทำเองคนเดียวก่อน ที่ขวัญต้องลุยเองทุกขั้นตอนเพื่อให้เกิดความผิดพลาดน้อยที่สุด เพราะถ้าเกิดอะไรที่ผิดพลาดมาเราจะได้ไม่ต้องไปโทษคนอื่น การฝากทุกอย่างให้คนอื่นทำแทนเราหมด ทำให้เราเกิดความไม่รู้ แม้ตอนนี้ขวัญจะมีเพื่อนๆ ที่เก่งในแต่ละสายงานมาช่วย แต่ขวัญก็รู้งานทุกขั้นตอน แล้วเรื่องเงินขวัญดูแลจัดการคนเดียว เปอร์เซ็นต์ที่เราจะเสี่ยงก็น้อยลงมาเหมือนกัน”
ใช้เงินลงทุนไปกับธุรกิจนี้ก็หลายล้านบาท แต่ตอนนี้ยิ้มได้อย่างโล่งอก เพราะเพียงไตรมาสแรกที่เปิดตัวสินค้าล็อตแรกก็หมดเกลี้ยง ตอนนี้ก็คืนทุนเรียบร้อยแล้ว
“ตอนนี้ลิปสติกมี 5 สี เป็นสีที่ขวัญใช้จริงในชีวิตอยู่แล้ว กำลังจะมีสีเพิ่มอีก ลิปสติกขวัญเป็นออร์แกนิก ทุกๆ วันเราได้สารเคมี แล้วลิปสติกเป็นสิ่งที่ใกล้ปาก ขวัญทำเองใช้เองก่อน เพราะเวลาเราไปทรีตเมนต์ล้างเลือด โลหะหนัก ก็จ่ายเป็นแสน ถ้าเราใช้ของที่ปลอดภัย เรื่องพวกนี้เราก็กังวลน้อยลง
จนกระทั่งเราเปิดตัว กระแสเข้ามากระหน่ำมาก จึงชวนเพื่อนๆ ช่วยแต่ละสายงาน ปัจจัยในการทำงานระบบเหมือน 4M คือ Man การบริหารกำลังคน ซึ่งขวัญทำงานกับเพื่อน คุยกันได้ เอาเนื้อจริงมาคุยกัน Money การบริหารเงิน เราทำคนเดียวไม่มีหุ้น อำนาจการตัดสินใจ เราควบคุมได้ว่าจะเอาเงินไปลงไหน เงินตรงนี้กระจายตรงไหน
Materials เราทำมา 2 ปีกว่า ไม่เร่งรีบเอากำไร เราทำมาใช้เอง เรารักเราชอบเราเลือกสิ่งที่ดีที่สุด ส่วนผสมเอามาจากสวิส ฝรั่งเศส ตอนนี้ 6 เดือน ยังไม่มีลูกค้าคอนฟิกซ์กับโปรดักส์เราว่าเนกกาทีฟ และ Management กระบวนการทำงาน อันไหนที่เราไม่รู้ อย่างเรื่องระบบโลจิสติกส์ก็ได้เพื่อนมาช่วย ใครเก่งด้านไหนเอามา เป็นทีมที่เวิร์ก ขวัญตั้งใจทำให้บริษัทของเราเป็นคอสเมติกที่ดีไม่แพ้ต่างชาติ”
ความรักกับเวลา
ตอนนี้โลกทั้งใบเป็นยิ่งกว่าสีชมพู เมื่อความรักกับ กอล์ฟ-พิชญะ นิธิไพศาลกุล ลงเอยด้วยดี หลังจากที่เคยคบหาดูใจกันเมื่อ 10 ปีที่แล้ว แล้วเลิกรากันไปแบบที่เรียกว่ามองหน้ากันไม่ติดเลยเทียว ซ้ำกลับมาคบกันอีกครั้งก็เกิดดราม่ากับครอบครัวฝ่ายหญิง
“เวลาขวัญมีปัญหา นึกถึงพ่อคนแรก ตั้งแต่เด็กพ่อสอนให้เราใช้สติ สอนให้เราเข้มแข็ง ถ้าไม่ใช่ในละคร หนูร้องไห้ยากมาก ถึงตอนนี้พ่อไม่อยู่ เวลาเจอวิกฤตก็จะนึกถึงคำสอนของพ่อ ถ้าเรามีสติมาก่อนอารมณ์นะ ทุกอย่างมันจะคลี่คลายได้เอง แล้วหนูโชคดี ถ้าเผลอใช้อารมณ์นำไปก่อน จะมีคนที่รักเราคอยช่วยดึงไว้
พี่กอล์ฟก็มีความคล้ายพ่อ คือ พ่อใจเย็น ไม่ใช่ใจดีนะ พ่อดุมาก ทำให้เราเกรงใจ พ่อเรียกชื่อขวัญ ร้องไห้เลยนะ ปกติพ่อจะเรียกลูกขวัญ ลูกๆ ไม่เคยเห็นพ่อทะเลาะกับแม่ แต่เรียกแม่เข้าห้องเย็น ลูกไม่เคยเห็นอะไรที่ไม่ดี ในการที่พ่อว่าแม่ ทำให้เราเคารพแม่ พ่อให้เกียรติแม่มาก พี่กอล์ฟก็เหมือนกัน อย่างหนูใจร้อน พี่กอล์ฟจะมาสอนเราตอนเราอารมณ์เย็นแล้ว วันหลังลองฟังพี่หน่อยนะ มีวิธีดุให้เราเกรงใจไปในตัว
ตอนนี้พี่กอล์ฟเป็นทุกอย่าง เป็นเพื่อน เป็นพี่ คนขับรถ เป็นเอทีเอ็ม หนูต้องขอบคุณแฟนคลับทุกคน ที่อยู่ข้างเรามาเมื่อ 10 ปีที่แล้ว เรากลับมามีความผูกพันกัน เราได้เห็นภาพในโมเมนต์ที่อยู่ในความทรงจำเรา ซึ่งเราไม่รู้ว่ามันสำคัญกับคนอื่นด้วย”
ขวัญเล่าถึงวันวานเมื่อรักแรกกับกอล์ฟว่า การที่รู้สึกดีกับคนหนึ่งมาก แล้วเขาหายไป “ขาดกันปึ้ง ไม่ติดต่อกันอีกเลย พอกลับมา ความรู้สึกหนูเหมือนเราเจอสิ่งมีค่าในชีวิต เห็นคุณค่าของกันและกันตอนที่ขาดกันไป มีความรู้สึกไม่อยากให้หายไปอีก ซึ่งหนูว่ามันเป็นเดสตินี ดีแล้วที่เวลาผ่านไป 10 ปี เราถึงกลับมาคบกัน เพราะถ้าเราไม่ผ่านช่วงนั้นมา ปัจจุบันหนูอาจไม่ได้ดีกับพี่เขาแบบนี้ แต่พี่เขาดีกับหนูตั้งแต่เริ่มต้นอยู่แล้ว
เป็นทั้งที่ชิงชังและน่าสงสาร สำหรับ “พิตะวัน สัจจามาตย์” ถูกฉีกหน้ากากที่ปกปิดตัวตนที่แท้จริง สร้างภาพสวยหรูเพราะคิดไปว่าจะเป็นการทำให้ตัวเองมีคุณค่าเพิ่มขึ้นในสายตาคนอื่น แต่ภาพมายาก็มลาย พิตะวัน ผู้โหยหาในความรัก ปรารถนาความอบอุ่น และอยากได้การยอมรับในตัวตนของเธอจากผู้อื่น จะต้องเจอชะตากรรมเยี่ยงไรต่อไปอีก...
บทบาทชีวิตมายาของ พิตะวัน สัจจามาตย์ ทางช่อง 7 สี ในละคร “มายา” ของค่ายโพลีพลัส กำลังเข้มข้น บทบาทชีวิตของ “ขวัญ-อุษามณี ไวทยานนท์” ผู้สวมวิญญาณพิตะวันก็เข้มข้น ไม่ต่างกัน
และวันนี้เธอเอ่ยอย่างมั่นใจว่า เป็นหัวหน้าครอบครัว “ต้องรับผิดชอบทุกอย่างให้ดี”
เป็นนักแสดง(ได้)ทุกบทบาท
งานละครตอนนี้ขวัญรับไปเรื่อยๆ ตามที่ช่องจะมอบโอกาสให้ ไม่ได้กำหนดตายตัวว่า ต้องปีละ 1 หรือ 2 เรื่อง เพราะจังหวะเวลาในการถ่ายทำและออกอากาศก็ไม่แน่นอน แต่สิ่งที่แน่นอนนั้นคือ รายจ่ายของครอบครัว
“งานละครขวัญขอแค่ทำงานกับทีมที่เรารัก ทุกครั้งที่เราไปทำงานมีความสุข เวลาเจออุปสรรคมันเป็นปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้ เรารู้พวกเขาตั้งใจ เวลาให้กองละคร หนูขอไว้แค่วันอาทิตย์เป็นวันที่เข้าไปดูบริษัทของเราเอง และถ้ามีช่วงไหนภาระค่าใช้จ่ายเยอะก็ขอไปรับอีเวนต์ ก็บอกกองก่อน เพราะถ้ารอเงินจากละครไม่พอค่าใช้จ่าย มันมีระบบการจ่ายเงิน
ขวัญต้องจัดสรรเงินเอาไปให้ที่บ้าน ค่าน้ำ ค่าไฟ เราไม่ทำใครจะทำ พอเราโตขึ้นมาเราต้องรับผิดชอบ หนูรับรู้ว่า ตอนนี้แม่ใช้ชีวิตแบบหมดห่วง หนูให้แม่พัก ดูแลงานเอง ให้เงินเดือนแม่ใช้ หรือเวลาแม่มีอะไรบอกเราก็หาให้เขา เหมือนตอนเด็กแม่เลี้ยงเรา เขาทำงานหนัก ถึงตอนนี้ให้พัก ไม่มีภาระเงินทองให้เครียด ไม่มีอะไรให้บั่นทอนจิตใจ ตอนนี้หนูเป็นทัพหน้า เราต้องดูแลแม่เรา ให้อยู่ในที่ปลอดภัย เหมือนแม่ดูแลเราปกป้องเรา”
ในส่วนของงานละครที่กำลังออกอากาศ เรื่อง มายา ขวัญรับบทบาทที่มีความซับซ้อนทางอารมณ์ของตัวละครมากขึ้น นับเป็นอีกขั้นของการพัฒนาทางการแสดง และถึงแม้จะเป็นนางเอกเบอร์ต้นของช่อง แต่เธอก็ไม่เลือกรับงาน เพราะทุกสิ่งที่ผู้ใหญ่หยิบยื่นให้คือโอกาสที่ดีที่สุดแล้ว
“ในการรับงานละครป้าแดง (สุรางค์ เปรมปรีดิ์) สอนขวัญว่า เราเป็นนักแสดง ผู้ใหญ่บอกมา ต้องค่ะอย่างเดียว แล้วรับผิดชอบการแสดงให้ได้ตามบทประพันธ์ที่เขายื่นมาให้ดีที่สุด เพราะกว่าผู้ใหญ่จะระบุชี้ชัดแล้วว่าให้ใครเล่น มันผ่านกระบวนการทางช่อง หลายขั้นตอนมาก ทุกคนเชื่อมั่นในตัวเรา ถึงเลือกเรา เราเป็นนักแสดงก็ต้องพยายามทำให้ดีที่สุด
ที่ผ่านมา หนูรับงานแต่ละตัวละครมีจุดวิกฤตในชีวิตไม่เหมือนกัน ในเรื่องมายา มันมีช่วงพัฒนาการที่เยอะของตัวละคร และค่อนข้างแตกต่างจากเรื่องอื่น คือละครสะท้อนสังคม ถ้าเด็กดูแล้วมีผู้ใหญ่ชี้แนะ เด็กก็ไม่จำเป็นต้องเจ็บเองอย่างพิตะวัน เรามีหน้าที่เล่นสะท้อนตัวละครออกไป ในการทำงานเราพยายามทำให้ดีที่สุด ไม่ว่าผลออกมายังไง เพราะเรารู้ว่าเราเหนื่อยขนาดไหน แต่ละซีนเราเครียด เราตรากตรำขนาดไหน
บทของพิตะวัน การแสดงเป็นเรื่องของจิตใจ พิตะวันไม่ได้มีอาชีพ แต่มีกระบวนการทางจิตใจ เราจึงสังเกตคนเพื่อมาปรับใช้ในการแสดงไม่ได้ การบ้านของเราคือปล่อยให้จิตว่าง แล้วเข้าใจพิตะวันให้มากที่สุด กระบวนการสมองเขาคิด ทำแบบนี้ เพราะหัวใจเขาต้องการหนีจุดต่ำของชีวิต ทำยังไงก็ได้ให้คนอื่นยอมรับ ให้ออกไปจากจุดที่ตัวเองอยู่ โดยไม่คิดถึงจิตใจคนอื่นว่าจะมองมายังไง
การรับบทนี้ช่วงถ่ายทำท้ายๆ เรื่องเครียดมาก บทหนักทั้งนั้นเลย แต่เป็นงานที่พยายามทำให้ออกมาดีที่สุด หนูดูละครตัวเองเล่นทุกเรื่อง ถ้ามีเวลาจะดูตอนที่ออกอากาศทันทีเลย เป็นการจับผิดตัวเองอีกที แต่เราก็ทำที่สุดในตอนนั้นแล้วละ แต่ก็ดูไว้เพราะยังไงก็ต้องทำงานแสดงต่อไป มันเป็นมากกว่างานที่รัก เราอยู่มาตั้งแต่เด็ก เหมือนความเคยชิน ต้องมากองถ่าย ต้องมาเจอพี่ๆ ทีมงาน คือไปทำอย่างอื่นก็ยังคิดถึงงานละครอยู่ดี”
อยากทำให้ตัวเองภูมิใจ
นอกจากงานแสดงที่เป็นอาชีพหลัก ตอนนี้ขวัญยังมีธุรกิจลิปสติก UZI Cosmetic ที่หมายมาดปั้นมือให้ธุรกิจเติบโตเลี้ยงดูทุกคนในบริษัท และครอบครัวของเธอให้ดีกว่าเดิมได้ และเป็นอีกหนึ่งงานที่ขวัญบอกว่า เป็นความภูมิใจของตัวเองที่ทำให้เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาได้ เพราะขวัญเริ่มคิดค้นสูตรกับผู้เชี่ยวชาญ สั่งผลิต ทดลองใช้เองมานานกว่า 2 ปี
“เริ่มต้นขวัญอยากทำอะไรให้ตัวเองภูมิใจ ก็มีความรู้จากที่เรียนจบปริญญาโทมา (คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ) ทำเองคนเดียวก่อน ที่ขวัญต้องลุยเองทุกขั้นตอนเพื่อให้เกิดความผิดพลาดน้อยที่สุด เพราะถ้าเกิดอะไรที่ผิดพลาดมาเราจะได้ไม่ต้องไปโทษคนอื่น การฝากทุกอย่างให้คนอื่นทำแทนเราหมด ทำให้เราเกิดความไม่รู้ แม้ตอนนี้ขวัญจะมีเพื่อนๆ ที่เก่งในแต่ละสายงานมาช่วย แต่ขวัญก็รู้งานทุกขั้นตอน แล้วเรื่องเงินขวัญดูแลจัดการคนเดียว เปอร์เซ็นต์ที่เราจะเสี่ยงก็น้อยลงมาเหมือนกัน”
ใช้เงินลงทุนไปกับธุรกิจนี้ก็หลายล้านบาท แต่ตอนนี้ยิ้มได้อย่างโล่งอก เพราะเพียงไตรมาสแรกที่เปิดตัวสินค้าล็อตแรกก็หมดเกลี้ยง ตอนนี้ก็คืนทุนเรียบร้อยแล้ว
“ตอนนี้ลิปสติกมี 5 สี เป็นสีที่ขวัญใช้จริงในชีวิตอยู่แล้ว กำลังจะมีสีเพิ่มอีก ลิปสติกขวัญเป็นออร์แกนิก ทุกๆ วันเราได้สารเคมี แล้วลิปสติกเป็นสิ่งที่ใกล้ปาก ขวัญทำเองใช้เองก่อน เพราะเวลาเราไปทรีตเมนต์ล้างเลือด โลหะหนัก ก็จ่ายเป็นแสน ถ้าเราใช้ของที่ปลอดภัย เรื่องพวกนี้เราก็กังวลน้อยลง
จนกระทั่งเราเปิดตัว กระแสเข้ามากระหน่ำมาก จึงชวนเพื่อนๆ ช่วยแต่ละสายงาน ปัจจัยในการทำงานระบบเหมือน 4M คือ Man การบริหารกำลังคน ซึ่งขวัญทำงานกับเพื่อน คุยกันได้ เอาเนื้อจริงมาคุยกัน Money การบริหารเงิน เราทำคนเดียวไม่มีหุ้น อำนาจการตัดสินใจ เราควบคุมได้ว่าจะเอาเงินไปลงไหน เงินตรงนี้กระจายตรงไหน
Materials เราทำมา 2 ปีกว่า ไม่เร่งรีบเอากำไร เราทำมาใช้เอง เรารักเราชอบเราเลือกสิ่งที่ดีที่สุด ส่วนผสมเอามาจากสวิส ฝรั่งเศส ตอนนี้ 6 เดือน ยังไม่มีลูกค้าคอนฟิกซ์กับโปรดักส์เราว่าเนกกาทีฟ และ Management กระบวนการทำงาน อันไหนที่เราไม่รู้ อย่างเรื่องระบบโลจิสติกส์ก็ได้เพื่อนมาช่วย ใครเก่งด้านไหนเอามา เป็นทีมที่เวิร์ก ขวัญตั้งใจทำให้บริษัทของเราเป็นคอสเมติกที่ดีไม่แพ้ต่างชาติ”
ความรักกับเวลา
ตอนนี้โลกทั้งใบเป็นยิ่งกว่าสีชมพู เมื่อความรักกับ กอล์ฟ-พิชญะ นิธิไพศาลกุล ลงเอยด้วยดี หลังจากที่เคยคบหาดูใจกันเมื่อ 10 ปีที่แล้ว แล้วเลิกรากันไปแบบที่เรียกว่ามองหน้ากันไม่ติดเลยเทียว ซ้ำกลับมาคบกันอีกครั้งก็เกิดดราม่ากับครอบครัวฝ่ายหญิง
“เวลาขวัญมีปัญหา นึกถึงพ่อคนแรก ตั้งแต่เด็กพ่อสอนให้เราใช้สติ สอนให้เราเข้มแข็ง ถ้าไม่ใช่ในละคร หนูร้องไห้ยากมาก ถึงตอนนี้พ่อไม่อยู่ เวลาเจอวิกฤตก็จะนึกถึงคำสอนของพ่อ ถ้าเรามีสติมาก่อนอารมณ์นะ ทุกอย่างมันจะคลี่คลายได้เอง แล้วหนูโชคดี ถ้าเผลอใช้อารมณ์นำไปก่อน จะมีคนที่รักเราคอยช่วยดึงไว้
พี่กอล์ฟก็มีความคล้ายพ่อ คือ พ่อใจเย็น ไม่ใช่ใจดีนะ พ่อดุมาก ทำให้เราเกรงใจ พ่อเรียกชื่อขวัญ ร้องไห้เลยนะ ปกติพ่อจะเรียกลูกขวัญ ลูกๆ ไม่เคยเห็นพ่อทะเลาะกับแม่ แต่เรียกแม่เข้าห้องเย็น ลูกไม่เคยเห็นอะไรที่ไม่ดี ในการที่พ่อว่าแม่ ทำให้เราเคารพแม่ พ่อให้เกียรติแม่มาก พี่กอล์ฟก็เหมือนกัน อย่างหนูใจร้อน พี่กอล์ฟจะมาสอนเราตอนเราอารมณ์เย็นแล้ว วันหลังลองฟังพี่หน่อยนะ มีวิธีดุให้เราเกรงใจไปในตัว
ตอนนี้พี่กอล์ฟเป็นทุกอย่าง เป็นเพื่อน เป็นพี่ คนขับรถ เป็นเอทีเอ็ม หนูต้องขอบคุณแฟนคลับทุกคน ที่อยู่ข้างเรามาเมื่อ 10 ปีที่แล้ว เรากลับมามีความผูกพันกัน เราได้เห็นภาพในโมเมนต์ที่อยู่ในความทรงจำเรา ซึ่งเราไม่รู้ว่ามันสำคัญกับคนอื่นด้วย”
ขวัญเล่าถึงวันวานเมื่อรักแรกกับกอล์ฟว่า การที่รู้สึกดีกับคนหนึ่งมาก แล้วเขาหายไป “ขาดกันปึ้ง ไม่ติดต่อกันอีกเลย พอกลับมา ความรู้สึกหนูเหมือนเราเจอสิ่งมีค่าในชีวิต เห็นคุณค่าของกันและกันตอนที่ขาดกันไป มีความรู้สึกไม่อยากให้หายไปอีก ซึ่งหนูว่ามันเป็นเดสตินี ดีแล้วที่เวลาผ่านไป 10 ปี เราถึงกลับมาคบกัน เพราะถ้าเราไม่ผ่านช่วงนั้นมา ปัจจุบันหนูอาจไม่ได้ดีกับพี่เขาแบบนี้ แต่พี่เขาดีกับหนูตั้งแต่เริ่มต้นอยู่แล้ว
10 ปี ที่ผ่านมาเราไม่ได้ติดต่อกันเลย เจอกันบ้างแต่เขาทำเหมือนมองไม่เห็นเรา หนูไหว้เขายังไม่รับไหว้หนูเลย (หัวเราะ) แต่หนูยังไปส่องไอจีเขาอยู่ แต่ไม่ได้ฟอลโล่กัน เขาก็มาบอกทีหลังว่าส่องเราเหมือนกัน (หัวเราะ) ต่างคนต่างซุ่ม ตอนพี่เขาบวชส่งข้อความขออโหสิกรรม หนูน้ำตาไหลเลย แค่พี่เขาไม่เกลียดเราก็ดีใจมากแล้ว คิดแค่นั้น ไม่คิดว่าจะได้กลับมาคบ แต่พอเป็นแบบนี้ ตอนนี้หนูมีความสุข”


