posttoday

ดลนภา ธรรมวัฒนะ ไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดมือ

18 มกราคม 2560

ด้วยนามสกุล “ธรรมวัฒนะ” อาจทำให้หลายคนวาดภาพ ดรีม-ดลนภา ธรรมวัฒนะ ผู้บริหารสาวคนเก่ง ที่ตอนนี้สวมบทเอ็มดีของ บริษัท ดีบีกรุ๊ป

โดย...พุสดี สิริวัชระเมตตา ภาพ... กฤษณ์ พรหมสาขา ณ สกลนคร

ด้วยนามสกุล “ธรรมวัฒนะ” อาจทำให้หลายคนวาดภาพ ดรีม-ดลนภา ธรรมวัฒนะ ผู้บริหารสาวคนเก่ง ที่ตอนนี้สวมบทเอ็มดีของ บริษัท ดีบีกรุ๊ป ผู้นำเข้าแบรนด์ชีสเค้กสุดพรีเมียมจากเมืองโอตารุ เลอ ทาโอะ (Le Tao) พร้อมควบตำแหน่งผู้อำนวยการสายงานบริหารการตลาด บริษัท บีจีที คอร์ปอเรชั่น ผู้จำหน่าย บอดี้ โกลฟ ว่าเป็นลูกคุณหนูที่เดินตามสูตรทายาทตระกูลดัง ด้วยการชิมลางทำงานประจำสักระยะ ก็เริ่มหาทางบินเดี่ยวออกมาสร้างอาณาจักรของตัวเอง

ทว่า หลังจาก 1 ชั่วโมงที่ได้ทำความรู้จักกับสาวหน้าเก๋ ที่มีความร่าเริงและรอยยิ้มเป็นเอกลักษณ์ กลับทำให้รู้สึกว่า เธออาจจะเป็นลูกคุณหนูจริง แต่เป็นคุณหนูขาลุยที่รู้จักตัวเองเองดีมากๆ รู้ว่าอะไรคือสิ่งที่ใช่ และไม่ใช่สำหรับตัวเอง ที่สำคัญคือ ถึงจะเป็นสาวร่างเล็ก แต่เธอกลับมีหัวใจที่ยิ่งใหญ่ พร้อมสู้ไม่ถอยเพื่อพาตัวเองก้าวไปสู่จุดที่ฝัน

“ดรีมฝันว่าอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเองค่ะ แต่ก็ไม่ได้มีภาพชัดเจนว่าต้องเป็นธุรกิจแนวไหน เพราะฉะนั้นที่ผ่านมา ดรีมเลยได้แต่รอคอยจังหวะและโอกาสจะพาไป พอเรียนจบปริญญาตรีด้านการตลาดที่ มหาวิทยาลัยซานฟรานซิสโก ดรีมก็ไปเรียนต่อด้านการบริหารธุรกิจแฟชั่นที่แอลเอ 1 ปี เพื่อกลับมาช่วยคุณพ่อทำงานที่บอดี้ โกลฟ ควบคู่ไปกับการเรียนปริญญาโทด้านการตลาด ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ช่วงแรกที่เข้ามาทำงานดรีมยังไม่มีตำแหน่งอะไร พูดง่ายๆ แผนกไหนขาด เราก็เข้าไปทำ (ยิ้ม) ช่วยตามความสามารถที่เราจะทำได้ จนพอเรียนจบถึงได้เข้ามาช่วยงานด้านการตลาดเต็มตัว”

ถามว่า ตั้งธงไว้แต่ต้นไว้หรือไม่ว่าจะต้องกลับมาสานต่อธุรกิจที่บ้าน ดรีมรีบออกตัวว่า ไม่ได้วางแผนชีวิตไว้เลย ว่าเรียนจบมาแล้วต้องเข้ามาสานต่อธุรกิจของครอบครัว แต่อาจเพราะเห็นคุณพ่อบริหารแบรนด์นี้มาตั้งแต่เริ่มต้น เวลามีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาด ก็ได้ไปมีส่วนร่วมตลอด เลยเหมือนว่าได้ซึมซับมาเรื่อยๆ จนกลายเป็นความรักและความผูกพันไม่รู้ตัว ดังนั้น พอเรียนด้านการตลาดมา ซึ่งก็เอื้อกับธุรกิจที่บ้าน เลยตัดสินใจเข้ามาช่วย แต่ก็ยังไม่เคยลืมความฝันของตัวเองที่อยากจะมีธุรกิจของตัวเอง

ดลนภา ธรรมวัฒนะ ไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดมือ

 

“การเข้ามาสานต่อธุรกิจครอบครัวสำหรับดรีม คือความรับผิดชอบ แต่การที่เราเข้ามาทำงานตรงนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าต้องทิ้งความฝันที่มี ตลอดเวลาดรีมยังเฝ้ามองหาโอกาสที่จะสร้างธุรกิจ เวลาได้เดินทาง ดรีมก็จะเที่ยวด้วย หาโอกาสทางธุรกิจไปด้วย ดูว่ามีแบรนด์ไหนน่าสนใจ น่าจะเข้ามาเปิดตลาดในไทย ดรีมทำแผนธุรกิจมาไม่รู้เท่าไรต่อเท่าไร (หัวเราะ) ตั้งแต่ธุรกิจเครื่องสำอาง เสื้อผ้า จิวเวลรี่ ร้านอาหาร แต่ก็คว้าน้ำเหลวมาตลอด”

ผู้บริหารสาวฉายภาพถึงบทเรียนแห่งความล้มเหลวที่ได้รับมาด้วยแววตาเป็นประกายว่า ถึงจะต้องเจ็บซ้ำๆ เพราะไม่ได้รับการตอบรับจากแบรนด์ที่ติดต่อไป แต่เธอไม่เคยท้อหรือหมดหวัง เพราะเธอเชื่อว่า การจะเป็นพาร์ตเนอร์ทางธุรกิจไม่ได้อาศัยแค่ความสามารถ แต่มีเรื่องของจังหวะเวลาและโอกาส วิสัยทัศน์หรือแนวคิดของเราจะดีหรือไม่ดีไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ คือ อาจยังไม่สอดคล้องกับแนวทางของแบรนด์นั้นๆ

“ทุกครั้งที่ลงมือทำแผนธุรกิจ ดรีมตั้งใจทำเต็มร้อยทุกครั้งนะ แต่เวลาที่ไม่ได้รับการตอบกลับมา ถามว่าท้อมั้ย ไม่นะ ดรีมคิดว่าคนเราเมื่อมีโอกาสก็ต้องไขว่คว้า แต่เมื่อไม่ใช่จังหวะและโอกาสของเราก็ต้องทำใจ เพราะอย่างน้อยการรอคอยของดรีมก็ไม่สูญเปล่า

ในที่สุด วันนี้ความอดทนและพยายามของดรีมก็เป็นผล เมื่อเราได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้นำเข้าชีสเค้ก ที่ไม่ได้มีชื่อแค่ระดับเอเชีย แต่ระดับโลก ตอนที่นั่งทำแผนธุรกิจส่งไป เรารู้สึกว่าเรากำลังถ่ายทอดจากประสบการณ์จริงในฐานะลูกค้าที่ประทับใจทุกอย่างของแบรนด์นี้ และอยากนำเข้ามาให้คนไทยได้สัมผัส”

ถึงจะผ่านด่านหิน เอาชนะใจเจ้าของแบรนด์ ได้รับการตอบรับมาในเบื้องต้น แต่ดรีมบอกว่า เธอยังต้องใช้เวลาอีกร่วมปีกว่าจะเจรจาทุกอย่างลงตัว และนำความอร่อยของแบรนด์ชีสเค้กชื่อดัง ที่การันตีว่ารสชาติต้องเหมือนนั่งกินอยู่ที่ญี่ปุ่นมาเสิร์ฟถึงเมืองไทย

“ในอนาคต เลอ ทาโอะ จะไม่หยุดอยู่แค่นี้ ดรีมตั้งเป้าว่าภายในปีนี้จะเปิด เลอ ทาโอะ คาเฟ่ เพื่อมอบประสบการณ์การกินชีสเค้กแบบใหม่ให้ลูกค้า พร้อมมีเมนูของหวานและเบเกอรี่อีกมากมายมาเสริมทัพความอร่อย ส่วนตัวดรีมเองหลังจากได้แบรนด์ เลอ ทาโอะ มาสมใจ ก็ไม่ได้หมายความว่า จากนี้จะปิดประตูฝันของตัวเอง เพราะดรีมยังคงเปิดกว้างที่จะมองหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ที่เข้ามาเสมอ”

ดลนภา ธรรมวัฒนะ ไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดมือ

ตลอด 1 ปีที่ได้มีโอกาสปลุกปั้นธุรกิจร้านขนมมา ดรีมยอมรับว่าเป็นประสบการณ์ใหม่ที่เธอยังต้องเรียนรู้อีกหลายอย่าง เพราะแม้จะเคยชิมลางทำธุรกิจเสื้อผ้าของที่บ้าน ซึ่งเป็นแบรนด์นำเข้ามาเหมือนกัน แต่ก็มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะในแง่การบริหารงาน เพราะ เลอ ทาโอะ เป็นบริษัทเล็กๆ เราทำกับหุ้นส่วนอีก 1 คน ต้องรู้ปัญหาทุกอย่างที่เกิดขึ้นไม่ว่าเรื่องเล็กเรื่องใหญ่ การตัดสินใจทุกอย่างมาจากเธอและหุ้นส่วนเท่านั้น ต่างกับ บอดี้ โกลฟ ที่เป็นธุรกิจใหญ่ ค่อนข้างอยู่ตัวแล้ว มีทีมงานมืออาชีพคอยช่วยบริหารอยู่ เพราะฉะนั้นการทำงานจะเน้นในภาพรวมมากกว่า

“สิ่งที่คุณพ่อสอนดรีมเสมอคือ คนเราต้องไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไป เมื่อมีโอกาสผ่านเข้ามาต้องไขว่คว้า ที่สำคัญไม่ว่าจะทำอะไรแล้วแต่ ต้องลงมือทำด้วยตัวเอง เรียนรู้ด้วยตัวเอง อย่าหวังพึ่งคนอื่น การเป็นผู้บริหาร มองผิวเผินเหมือนเป็นงานที่สบาย แต่ความจริงแล้วเป็นงานที่หนัก ต้องรับรู้ และหาทางออกให้กับสารพัดปัญหาที่เกิดขึ้น” 

ชวนคุยเรื่องงานมาเสียนาน จนได้รู้จักกับอีกมุมของสาวสังคมคนเก่ง งานนี้เลยถือโอกาสพักเรื่องเครียดๆ มาชวนคุยถึงไลฟ์สไตล์วันว่างของผู้บริหารสาวคนเก่ง โดยเฉพาะเคล็ดลับการดูแลรักษารูปร่างให้ยังฟิตแอนด์เฟิร์ม ครองตำแหน่งสาวร่างเล็กไว้ได้อย่างอิจฉา เจอคำถามนี้ ทำเอาดรีมถึงกับอมยิ้มก่อนเฉลยว่า เพราะกลัวหุ่นไม่ปัง ไม่เฟิร์มเหมือนสมัยเป็นวัยรุ่น เลยต้องอาศัยตัวช่วยอย่างการออกกำลังกายเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต

“แต่ก่อนดรีมไม่ออกกำลังกายเลยนะ แต่พออายุมากขึ้นก็จำเป็นต้องหันมาออกกำลังกาย ปาร์ตี้น้อยลง เพราะตามประสาผู้หญิง เราก็กลัวแก่ กลัวป่วยเป็นธรรมดา ตอนนี้ถ้าว่างก็แบ่งเวลาไปเข้าคลาสเต้นซุมบ้า ชกมวย บางทีก็ไปปั่นจักรยานกับคุณพ่อบ้าง”

ดรีมเล่าถึงไลฟ์สไตล์สุดแอ็กทีฟอย่างอารมณ์ดี พร้อมเฉลยถึงอีกหนึ่งภารกิจที่ฟังแล้วชวนอึ้งไม่น้อย คือ ทุกวันนี้นอกจากจะแบ่งเวลาทำงานควบ 2 บริษัท จนวันว่างแทบไม่เหลือแล้ว เธอยังสวมบทนักศึกษาปริญญาเอก สาขาบริหารธุรกิจ อยู่ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์อีกด้วย ซึ่งตอนนี้เธอแอบกระซิบดังๆ ว่า เหลือแค่ทำธีซิสก็จะจบแล้ว

ว่าที่ดอกเตอร์สวย เก่ง ครบสูตร สมเป็นไอดอลของสาวรุ่นใหม่ตัวจริง

ข่าวล่าสุด

“ธนาธร” เยือนสารคาม ชี้ เป้าหมายตั้งรัฐบาลประชาชนให้สำเร็จ!