posttoday

พญ.สมิตดา สังขะโพธิ์ คุณหมอนักวิ่ง... ขวัญใจนักวิ่ง

19 ธันวาคม 2559

ภาพความสำเร็จของโครงการ #ก้าวคนละก้าว ที่จุดประกายโดย อาทิวราห์ คงมาลัย หรือ ตูน บอดี้สแลม

โดย...กองทรัพย์ ภาพ เสกสรร โรจนเมธากุล

ภาพความสำเร็จของโครงการ #ก้าวคนละก้าว ที่จุดประกายโดย อาทิวราห์ คงมาลัย หรือ ตูน บอดี้สแลม จบลงอย่างสวยงาม ด้วยระยะทาง 400 กม.จากกรุงเทพฯ-โรงพยาบาลบางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งยอดบริจาคมหาศาลราว 70 ล้านบาท ทำให้เห็นชัดว่าการระดมทุนด้วยการวิ่งจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ให้โรงพยาบาลบางสะพานนั้น ปลุกให้เกิดพลังขับเคลื่อนบางอย่างในสังคมอย่างน้อยก็เรื่องของการให้ ตลอดระยะเวลา 10 วัน (วันที่ 1-10 ธ.ค.) ที่ทุกก้าวเกิดเพื่อสร้างประโยชน์แก่ผู้อื่น ไม่ได้มีเพียงซูเปอร์สตาร์หนุ่มคนเดียวเท่านั้นที่ขับเคลื่อนพลังบวกนี้ ยังมีศิลปินนักแสดงที่ได้รับการเชื้อชวน และนักวิ่งทั้งหลาย แต่ไม่เท่านั้น เพราะเบื้องหลังยังมีทีมที่ประกอบให้โครงการนี้ราบรื่นและลุล่วงเกินเป้าหมายที่วางไว้อีกไม่น้อย และหนึ่งฟันเฟืองสำคัญก็คือทีมแพทย์ที่ดูแลบรรดานักวิ่ง

ร่วมกับก้าวที่ยิ่งใหญ่

หมอเมย์-พญ.สมิตดา สังขะโพธิ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู เป็นอีกคนหนึ่งที่เราเห็นภาพเธอคนนี้ร่วมในก้าวครั้งนี้ด้วย บางวันเธอจะวิ่งด้านหลังร็อกเกอร์หนุ่มเพื่อควบคุมระดับความเร็วของหัวขบวนให้ช้าลง บางภาพเธอกำลังคลายกล้ามเนื้อให้กับทีมวิ่ง แต่ยังมีงานเบื้องหลังอีกมากที่เธอต้องทำตลอด 10 วันที่ผ่านมา ด้วยหน้าที่ของหมอและด้วยหัวใจของนักวิ่ง

หลายคนสงสัยว่าหน้าที่ของหมอเมย์ในโครงการก้าวคนละก้าวคืออะไร? คุณหมอเวชศาสตร์ฟื้นฟู บอกว่า หน้าที่ของเธอคือดูแลโปรแกรมการวิ่ง การใช้พลังงาน การกิน รวมถึงการบาดเจ็บ กายภาพบำบัด ฟื้นฟูกล้ามเนื้อของนักวิ่งตลอดเส้นทาง เพราะการวิ่งระยะไกล 400 กม. ติดต่อกันเป็นเวลาหลายวันกล้ามเนื้อต้องบาดเจ็บแน่นอน

“นอกจากหมอจะมีทีมที่ดูภาพรวมทั้งหมดที่ทำงานคู่ขนานกัน ทีมวิ่งก็มีหมอเมย์ที่ดูแลทั้งหมด และมีหมอที่วิ่งกับตูนทุกวัน รับผิดชอบกรณีที่มีเหตุฉุกเฉิน กู้ชีพเบื้องต้น ทีมงานนี้มีหลายคนหลายฝ่ายมาก ทุกคนเตรียมตัวมาแล้วมาทำงานประสานกัน

พญ.สมิตดา สังขะโพธิ์ คุณหมอนักวิ่ง... ขวัญใจนักวิ่ง

 

หมอจะเตรียมตัวให้ตูนก่อน 15 วันก่อนวิ่ง แต่ส่วนใหญ่งานของเราจะอยู่หน้างาน ซึ่งต้องดูว่าเขาบาดเจ็บอะไร ซึ่งตูนบาดเจ็บวันที่ 5 เซตที่สอง เพราะวิ่งเร็วเกินไปเราก็ฉีดยารักษา ประเมินว่าเขาจะวิ่งต่อไหวไหมในวันที่ 7 หน้าที่ของหมอจะเช็กอัตราการเต้นของหัวใจ (HR-Heart Rate) ไม่ให้เร็วเกินไป และประเมินความเร็วไม่ให้ตูนวิ่งเร็วเกินไป แต่ด้วยความเป็นตูน เขาจะเป็นคนกำหนดเพซ (ความเร็วเฉลี่ยต่อกม.) ของเขาเองด้วยฟิลลิ่ง ณ เวลานั้น ถ้าเขาวิ่งเร็วเกินไป หมอจะเป็นคนดึงให้เขาวิ่งช้าลง หรือแนะนำให้วิ่งสลับเดิน เจอเนินให้เดินบ้าง นี่เป็นวิธีการทำงานของพวกเราในขบวน

หมอวิ่งตามตูนได้ 4 วันจาก 10 วัน (วันที่ 4,5,7 และ 10) เนื่องจากภารกิจที่ต้องดูแลคนไข้ด้วย แต่สี่วันนี้ก็เป็นอะไรที่เราคิดถึงและได้รับสิ่งดีๆ กลับมามากมาย วันสุดท้ายเราตั้งใจว่าจะไปจบพร้อมเขา บรรยากาศแต่ละวันที่เราเจอระหว่างทางมันดีมากๆ พวกเราเจอเด็กๆ คนแก่ รวมถึงชาวบ้านแถวนั้นมายื่นเงิน เอากระปุกออมสินมายื่นให้เลย เด็กบางคนเอาเงินทั้งแบงก์ทั้งเหรียญใส่ซองพลาสติก แล้วเขียนชื่อเขาลงไปเอามายื่นให้ เด็กถูกสอนให้แบ่งปัน น่ารัก คนแก่ก็ออกมายืนรอให้กำลังใจ เป็นความรู้สึกที่ดีที่ได้เห็นว่าทุกคนอยากออกมาช่วย เป็นบรรยากาศที่ทุกคนอยากกลับไปวิ่งอีก” หมอเมย์ย้อนภาพให้ฟังด้วยน้ำเสียงมีความสุข

คุณหมอนักวิ่ง

ย้อนไปก่อนจะเป็นที่รู้จักในฐานะคุณหมอนักวิ่ง หมอเมย์เป็นคนหนึ่งที่เข้ายิมเพื่อออกกำลังกายเป็นประจำ เธอเคยมองว่าไม่มีความท้าทายในกีฬาวิ่ง เพราะเธอวิ่ง 10 กม.ได้อย่างสบายๆ จึงหยุดวิ่งไปเกือบ 8 ปี จนกระทั่งเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา เริ่มมาลองวิ่งอีกครั้ง และครั้งนี้ก็ออกมาจากยิม “ตอนนั้นมีภารกิจเรียนปริญญาโท ไม่มีเวลาเข้ายิมก็เลยออกมาวิ่งสวนลุมฯประกอบกับช่วงนั้นคนออกมาวิ่งเยอะขึ้น คิดว่าเราน่าจะลองทำ ก็เลยพบว่าตัวเองทำได้ หมอวิ่งมาเรื่อยๆ และจบฟูลมาราธอน (ระยะทาง 42.195 กม.) มาประมาณ 13 สนามแล้ว”

พญ.สมิตดา สังขะโพธิ์ คุณหมอนักวิ่ง... ขวัญใจนักวิ่ง

 

ในฐานะนักวิ่ง เธอจัดเป็นคุณหมอนักวิ่งที่เรียกว่าแข็งแกร่ง สวยอึด และชอบแบ่งปัน แต่ด้วยหน้าที่การงานที่ของเธอคือแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู ซึ่งรักษาโรคกล้ามเนื้อ และเกี่ยวเนื่องกับอาการปวดต่างๆ อยู่แล้ว พอมาชอบวิ่ง เธอจึงนำสิ่งที่ทำกับสิ่งที่ชอบมาบวกกัน “ด้วยความที่เรามีทักษะและความชำนาญของกล้ามเนื้อ บวกกับนักวิ่งก็จะมีปัญหาในเรื่องของกล้ามเนื้อเส้นเอ็น ทำให้เราเข้าใจและสามารถรักษาวางแผนได้ง่ายขึ้นในลักษณะของการรักษา เหมือนการเอาสิ่งที่เราชอบและสิ่งที่เราใช้อยู่แล้วทุกวันมาบวกกัน แต่การเพิ่มทักษะการวิ่งให้เร็วขึ้นยังไง อันนั้นก็ต้องให้นักวิ่งแถวหน้าแนะนำ” หมอเมย์ถ่อมตัว

“ต้องยอมรับว่าแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูในปัจจุบันยังมีน้อยมาก บางคนไม่รู้จักหมอเวชศาสตร์ฟื้นฟูด้วยซ้ำ หนึ่งปีเราจะจบออกมาเพื่อทำงานประมาณ 30-40 คน/ปี ซึ่งต้องกระจายไปทั่วประเทศ ซึ่งทุกคนพื้นฐานไม่ต่างกัน ทีนี้การมีทักษะอื่นใดพิเศษ ก็ขึ้นอยู่กับความชอบของแพทย์แต่ละคน ซึ่งบางคนอาจจะเรียนต่อเพิ่มเติมอาวุธในมือ หน้าที่ของแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูจะดูแลคนป่วยที่มีหลากหลายรูปแบบ เช่น อัมพฤกษ์ อัมพาต กระดูกหัก ทำงานคู่กับนักกายภาพบำบัด หมอเป็นคนจัดโปรแกรม นักกายภาพบำบัดเป็นคนลงมือทำ บทบาทของพวกเราก็คือเราจะทำยังไงก็ได้ให้คนไข้ของเรามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ยกระดับของเขาจากการป่วยให้กลับมาในระดับปกติหรืออย่างน้อยใกล้เคียงวิถีเดิมของเขาที่สุดเท่าที่เราจะทำได้

การดูแลคนไข้แต่ละรูปแบบก็จะแตกต่างกัน ความเชี่ยวชาญของหมอก็แตกต่างกัน บางคนเก่งเรื่องเด็ก บางคนเก่งเรื่องอัมพฤกษ์ หรือเชี่ยวชาญระบบประสาท คุณหมอบางคนไปเป็นผู้ดูแลนักกีฬาคนพิการ หรือนักกีฬา เพื่อดูแลรักษากล้ามเนื้อ และฟื้นฟูกล้ามเนื้อก็มี ส่วนตัวหมอเองคนที่เข้ามาหาเราส่วนใหญ่ก็เป็นนักวิ่ง ด้วยปัญหากล้ามเนื้อ แต่บอกเลยว่าเพื่อนๆ มีอาการบาดเจ็บจากการวิ่ง ก็พบแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูได้ตามโรงพยาบาลต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะรักษาได้ เข้าใจในมุมกล้ามเนื้อ แต่อาจจะไม่เข้าใจเรื่องวิ่งหากหมอคนนั้นไม่ได้วิ่งด้วย แม้จะแตกต่างกันแต่หมอมองว่าแค่เล็กน้อย เพราะสุดท้ายถ้าบาดเจ็บก็พบหมอดีที่สุด”

พญ.สมิตดา สังขะโพธิ์ คุณหมอนักวิ่ง... ขวัญใจนักวิ่ง

วิ่งเปลี่ยนตัวตน

การจบมาราธอนแรกทำให้หมอเมย์ได้รู้จักพี่ป๊อก-อิทธิพล สมุทรทอง แอดมินเพจ “42.195 เราจะไปมาราธอนด้วยกัน” ชายผู้วิ่งคู่เคียงข้างกับตูนตลอด 400 กม. จากนั้นเธอมีโอกาสได้เป็นเพซเซอร์พานักวิ่งจบระยะมาราธอน จุดเริ่มต้นของการให้ผู้อื่น “ปกติเป็นคนไม่ค่อยคุยอะไรกับใครอยู่แล้ว แต่พอได้มาเจอพี่ป๊อก ซึ่งชวนให้มาแนะนำเพื่อนนักวิ่งดูแลตัวเอง หรือเคล็ดลับที่เพื่อนนักวิ่งสามารถดูแลตัวเองได้โดยไม่ต้องไปเจอหมอ หมอว่ามันเป็นอะไรที่ดีที่เราได้ให้ได้แบ่งปัน เราก็จะได้อะไรบางอย่างกลับมา แม้ว่าความจริงแล้วเราไม่ได้ต้องการอะไรจากเขา แค่เขาไม่ต้องบาดเจ็บ อันนี้จะมีความสุขที่สุด เมื่อไหร่ที่เราทำแล้วเราได้ให้เรามีความสุขเราไม่เหนื่อยหรอก”

นอกจากการแชร์วิธีการดูแลตัวเองในรูปแบบต่างๆ ตามโอกาสอันสมควรแล้ว หมอเมย์ยังมีเฟซบุ๊กแฟนเพจของตัวเองในชื่อ “Goodhealth สุขภาพดีอย่างมีกึ๋น” ซึ่งเกิดขึ้นระหว่างที่เธอเรียนเวชศาสตร์ชะลอวัย เป็นแหล่งเก็บข้อมูลที่ตัวเองสนใจ แต่เมื่อเข้าสู่วงการวิ่งเต็มตัว เพจนี้จึงเสมือนช่องทางการแชร์เคล็ดลับต่างๆ ของนักวิ่งหรือผู้สนใจสุขภาพ ทั้งในรูปแบบของเนื้อหารวมทั้งคลิปวิดีโอสั้นๆ

“พอเราทำคลิปก็สนุกดี ทำมาเรื่อยๆ ส่วนใหญ่ทุกคลิปที่ทำจะสดมาก อัดเสร็จแล้วมาโพสต์ ส่วนใหญ่จะเป็นคลิปท่ายืดเหยียดบ้าง หรือคำแนะนำเรื่องอาการบาดเจ็บบ้าง แล้วแต่สถานการณ์

ในมุมของคนทั่วไป หมออยากให้เขามีความรู้ในการดูแลตัวเอง ในแง่มุมว่าเราเป็นหมอก็นำสิ่งที่เรามีไม่เหมือนคนอื่นในการแบ่งปัน ทุกวันนี้ก็เหนื่อยแต่มีความสุข เพราะเราได้เจอเพื่อน เจอคนดีๆ ได้พาคุณพ่อคุณแม่ไปเที่ยวกับเราในวันที่เดินได้ พวกท่านต้องแข็งแรง การออกกำลังกายของเขาก็ทำให้เขาแข็งแรงมากพอที่จะไปเที่ยวกับเราได้จนกว่าเขาจะเดินกับเราไม่ไหว

พญ.สมิตดา สังขะโพธิ์ คุณหมอนักวิ่ง... ขวัญใจนักวิ่ง

 

ความสุขของการออกมาวิ่งสำหรับหมอ หนึ่งเราได้รีชาร์จตัวเอง หลายคนบอกเหนื่อย งานก็หนักแล้ววิ่งก็เหนื่อยอีก แต่จริงๆ แล้วการออกมาวิ่งคือการชาร์จแบต แบตเต็มก็ไปทำงานต่อ พอออกมาวิ่ง เราได้พาคุณแม่ออกมาวิ่งด้วย พ่อตามออกมาวิ่ง น้องชายออกมาวิ่งแล้ว และทุกคนออกมาเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนอื่นๆ อีก อยู่ในครอบครัวที่มีพลังงานบวก หมอพอใจว่านี่คือความสำเร็จส่วนตัวที่พาคนรอบตัวออกมาออกกำลังกายได้”

อย่ากลัวที่จะก้าว

“มนุษย์มักกลัวและเคยชินอยู่กับสิ่งเดิมๆ กลัวที่จะถูกเปลี่ยนหรือเปลี่ยนแปลงตัวเอง ใครที่ได้สัมผัสได้อ่านหรือฟังมุมมองของนักวิ่ง หรือคนที่ไม่เคยวิ่งแล้วออกมาวิ่งจะรู้เลยว่า เขาเหล่านั้นเริ่มจากศูนย์ หมอก็เหมือนกัน เรากลัวการเปลี่ยนแปลง แต่การเปลี่ยนตัวเองมันยากช่วงต้น แต่ถ้าหากเราได้ลองทำทีละนิด เหมือนคอนเซ็ปต์ของตูน คือก้าวทีละก้าว ไปทีละนิด มันก็ต้องถึงจุดหมายของเราสักวันหนึ่ง

วันที่เราเริ่มก้าว วันที่เราเปิดใจ ใครจะบังคับคุณให้ตาย ก็ไม่มีใครทำได้ นอกจากคุณจะเปิดใจทำอะไรบางอย่างด้วยตัวเอง เมื่อเปิดใจเราอาจจะชอบหรือเปล่าไม่รู้ แต่เราอาจจะเจอสิ่งที่ดีๆ ในอนาคตก็ได้ ถึงวันหนึ่งคุณจะเห็นว่าวิ่งเปลี่ยนชีวิตได้จริง ทั้งร่างกาย จิตใจ มุมมอง เพียงแค่อย่าอายที่จะทำ”

หมอเมย์ทิ้งท้ายแค่ว่า เป้าหมายของเธอในปีหน้าคือวิ่งจบ 100 กม.ที่นิวซีแลนด์ให้ได้ ส่วนวิ่งจบแล้วจะชอบหรือไม่ชอบค่อยว่ากันอีกที

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด แอสตัน วิลล่า พบ เอฟเวอร์ตัน พรีเมียร์ลีก วันนี้ 18 ม.ค.69