posttoday

ครีเอทเมนูด้วยความสุข

04 พฤศจิกายน 2559

เชฟพัท-วารุตม์ ธันวารชร เชฟหนุ่มสุดครีเอทวัย 34 ปี และผู้ก่อตั้งร้าน “ไรซ์ บาก้า” (Rice Baga)

โดย...ภาดนุ ภาพ กิจจา อภิชนรจเรข

เชฟพัท-วารุตม์ ธันวารชร เชฟหนุ่มสุดครีเอทวัย 34 ปี และผู้ก่อตั้งร้าน “ไรซ์ บาก้า” (Rice Baga) เป็นอีกหนึ่งคนรุ่นใหม่ที่นำความสามารถของตัวเองมาต่อยอดโดยการเปิดร้านอาหาร พร้อมทั้งสร้างแบรนด์ขึ้นมาจนคนรู้จัก

“เดิมทีผมไปเรียนไฮสกูลที่ประเทศนิวซีแลนด์ แล้วจึงย้ายไปเรียนปริญญาตรีที่วิทยาลัยเลอกอร์ดองเบลอ ในเมืองอะเดเลด ประเทศออสเตรเลีย สาขา International Convention and Event Management

ในช่วงวัยรุ่นที่จริงผมก็ไม่ได้ชอบทำอาหารมากนักหรอก ติดจะชอบกินซะมากกว่า อีกอย่างตอนนั้นผมเป็นมือกลองในวงดนตรีที่ตั้งกันเองกับเพื่อนๆ ด้วย จึงยังไม่ได้สนใจเรื่องทำอาหารจริงจัง แต่เมื่อได้เรียนแล้วก็รู้สึกว่าการเข้าครัวนี่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะมันคืองานที่วุ่นวายและเป็นงานหนักที่ต้องใช้แรงและความละเอียดทั้งวัน

ครีเอทเมนูด้วยความสุข

 

ตอนเรียนก็ต้องเรียนตั้งแต่เบสิก เช่น การหั่นผัก การปิ้งย่าง การอบ การทำขนม ทำเครื่องดื่มในบาร์ รวมทั้งการบริหารจัดการด้วย เรียกว่าในช่วงที่เรียนต้องรู้ครอบคลุมทั้งหมดเลย คือหลักสูตรที่ผมเรียนนี้จะเรียน 2 ปีครึ่งก็จบปริญญาตรีแล้ว ดังนั้นปีแรกจึงเรียน 6 เดือน ฝึกงาน 6 เดือน พอขึ้นปีที่ 2 ก็ต้องเรียนอีก 6 เดือน และฝึกงานอีก 6 เดือน จากนั้นจึงกลับไปเรียนในช่วงสุดท้ายจนจบ”

เชฟพัท เล่าว่า ตอนที่เรียนในช่วงปีแรกเขามีโอกาสได้ฝึกงานที่โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ ประเทศไทย โดยฝึกงานในทุกแผนกเวียนจนครบ แล้วจึงกลับไปเรียน ส่วนในปีที่ 2 เขาได้มาฝึกงานที่
โรงแรมพาร์ค ไฮแอท ซึ่งเป็นโรงแรมในเครือเดียวกัน ในเมืองเมลเบิร์น โดยช่วยทั้งในครัว ช่วยเสิร์ฟ เป็นลูกมือในร้านอาหาร รวมทั้งช่วยในบาร์ด้วย 

“พอเรียนจบปริญญาตรี (อายุ 24 ปี) ผมมีโอกาสได้เข้ามาทำงานสายโรงแรมในแผนกแคตเทอริ่งทั้งในเครือแมริออท (โรงแรมแมริออท โรงแรมเรเนซองส์) เครือสตาร์วู้ด (โรงแรมเลอ เมอริเดียน) และเครือแอคคอร์ (โรงแรมโนโวเทล โรงแรมพูลแมน) โดยทำงานสายนี้มาร่วม 8 ปี

ครีเอทเมนูด้วยความสุข

 

นอกจากงานประจำแล้ว ด้วยความที่ผมชอบกินอาหารญี่ปุ่นและเบอร์เกอร์มาก ผมจึงเริ่มฝึกทำเมนูใหม่ๆ เป็นงานอดิเรกมาเรื่อยๆ จนวันหนึ่งก็ปิ๊งไอเดียว่าอยากครีเอทเมนูที่ยังไม่เคยมีใครทำมาก่อน ซึ่งก็มีหลายเมนูที่ทดลองทำออกมา จนมาลงเอยที่เมนูฟิวชั่นอย่าง “ไรซ์ เบอร์เกอร์” (Rice Burger) หรือเบอร์เกอร์ข้าวหน้าต่างๆ ที่สามารถต่อยอดความคิดไปได้เรื่อยๆ ตอนนี้ก็มีเกือบ 13 หน้าแล้ว เช่น เบอร์เกอร์หน้าหมูปิ้งเซอร์ลอยน์น้ำจิ้มแจ่ว เมนูนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากหมูปิ้งข้างทาง เบอร์เกอร์หน้าปูนิ่มทอดราดซอสเทอริยากิ ดัดแปลงมาจากอาหารญี่ปุ่น และเบอร์เกอร์หน้าเนื้อย่างราดด้วยซอส เป็นต้น ซึ่งลูกค้าสามารถเลือกข้าวญี่ปุ่นทั้งแบบดั้งเดิม แบบผสมไข่หวาน แบบผสมไข่ปลา และอื่นๆ ได้ตามชอบ

เมื่อมีเมนูเรียบร้อยแล้ว สเต็ปต่อมาผมจึงมองหาโลเกชั่นเพื่อเปิดร้านอยู่หลายที่ จนมาลงตัวที่โครงการ เดอะ คริสตัล พาร์ค ตอนที่เปิดก็ได้อาศัยเพื่อนในวงการสื่อฯ มาช่วยโปรโมทให้ด้วย ร้านไรซ์ บาก้า จึงเริ่มเป็นที่รู้จักของลูกค้า ตั้งแต่เปิดร้านจนถึงตอนนี้ก็เกือบ 2 ปีแล้วครับ”

เชฟพัท เสริมว่า เมื่อเปิดร้านแรกๆ ได้รับผลตอบรับที่ดีมาก อาจเพราะด้วยความแปลกใหม่ของเมนูซึ่งคนไม่เคยเห็นหรือไม่เคยมีมาก่อน...

ครีเอทเมนูด้วยความสุข

 

”เมื่อลูกค้าได้มาลองชิมก็บอกว่าอร่อย โดยเฉพาะในช่วง 3-4 เดือนแรกนี่คนเยอะมากทุกวัน บางคนมาจากฝั่งธน มารอตั้งแต่ร้านยังไม่เปิด ต้องบอกว่าเราใช้วัตถุดิบที่คุณภาพดีที่สุดที่เราหาได้และขายในราคาที่เหมาะสมทุกเมนู สิ่งที่สำคัญอีกอย่างที่ทำให้เราเป็นที่รู้จักก็คือ ได้พี่ๆ น้องๆ และเพื่อนๆ สื่อนี่แหละที่ช่วยกันโปรโมทให้ด้วยครับ

ในอนาคตผมวางแผนไว้ว่าจะเปิดสาขาร้านไรซ์ บาก้า ในช่วงกลางปี 2560 แล้วยังคิดต่ออีกว่าอยากจะทำแบรนด์ไรซ์ บาก้า ในรูปแบบธุรกิจแฟรนไชส์ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ โดยอาจเริ่มจากการไปเปิดบูธในงานเอ็กซ์โปของประเทศในแถบเอเชียเพื่อดูการตอบรับ ซึ่งที่ผ่านมาก็มีนักข่าวหนังสือพิมพ์ชาวญี่ปุ่นมาสัมภาษณ์ และนำไปลงเว็บไซต์ในญี่ปุ่นด้วย ผมจึงคิดว่าจะผลักดันธุรกิจ
แฟรนไชส์นี้ต่อไป

เชฟพัท บอกว่า เมนูไรซ์ เบอร์เกอร์หน้าต่างๆ ที่เขาคิดขึ้นมานี้ ไม่ใช่เมนูตามกระแสอย่างที่ปัจจุบันกำลังนิยมทำกัน แต่เขาทำเพราะความชอบและแรงบันดาลใจที่อยากจะทำจริงๆ ซึ่งพูดได้ว่าเป็นเมนูที่เป็นตัวตนของเขาจริงๆ แล้วเขายังให้ความใส่ใจในรสชาติที่เหมาะกับคนไทยและคนที่ชอบอาหารญี่ปุ่นอีกด้วย

ครีเอทเมนูด้วยความสุข

 

“การที่ผมเลือกเรียนทำอาหาร ผมคิดว่าเป็นอาชีพที่ผมมาถูกทางแล้ว เพราะเป็นสิ่งที่ผมทำแล้วมีความสุข บางทีมันไม่ใช่เรื่องของเงินทอง แต่อยู่ที่ความสุขในการได้คิดเมนูใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยมีใครทำ ยิ่งทำออกมาแล้วคนกินบอกว่าอร่อยก็ยิ่งมีความสุขมากขึ้นไปอีก นี่ก็ถือว่าเป็นรางวัลที่ดีในชีวิตแล้วล่ะ

ในพาร์ตของธุรกิจ เป็นธรรมดาว่าเมนูที่เราทำออกมาเราก็อยากให้มันขายได้ อยากให้คนกินชอบ ซึ่งก็จะช่วยให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้ แต่ผมจะทำธุรกิจแบบค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไปมากกว่า ไม่รีบร้อนเปิดสาขาเยอะและเร็วเกินไป ทำแบบพอเพียง เพราะคิดว่าถ้าวันนี้เราทำแบรนด์ของเราให้แข็งแรง ต่อไปก็จะสามารถทำเงินได้เอง ถ้าให้วัดระดับความพอใจในตอนนี้ก็ถือว่าอยู่ในขั้นที่พอใจมากครับ”

เชฟพัท ทิ้งท้ายว่า ทุกวันนี้เขาทำงานตลอด 7 วันเต็ม แต่อาจจะไม่ได้เดินทางมาที่ร้านทุกวัน จะสื่อสารกันด้วยโซเชียลมีเดียมากกว่า เพราะสะดวกและรวดเร็ว ส่วนงานด้านบริหารจัดการ คิดเมนู คัดเลือกลูกน้อง ส่วนใหญ่เขาจะทำเองทั้งหมด ผู้ที่สนใจสามารถอัพเดทได้ที่ FB : ricebaga และ IG : rice_baga

ข่าวล่าสุด

รู้จัก “พีรามิดกลับหัว” รูปแบบการกินอาหารใหม่แห่งปี 2026