นวัตกรรมเพื่อชีวิตที่ดี จรูญพันธ์ ชวะโนทัย
จรูญพันธ์ ชวะโนทัย วัย 28 ปี ผู้บริหารหน้าเด็กที่มีฝีมือและวิสัยทัศน์น่าสนใจ ค่าที่เป็นทายาทรุ่นที่ 3 ของสามัคคีเภสัช
โดย...วราภรณ์ ภาพ : วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี
จรูญพันธ์ ชวะโนทัย วัย 28 ปี ผู้บริหารหน้าเด็กที่มีฝีมือและวิสัยทัศน์น่าสนใจ ค่าที่เป็นทายาทรุ่นที่ 3 ของสามัคคีเภสัช บริษัทผลิตยาสามัญซึ่งเป็นที่โด่งดังในหมู่ชาวบ้าน คือ ยารักษาโรคผิวหนังซีม่าโลชั่น ที่มีอายุยาวนานกว่า 60 ปี ก่อนหน้าที่จะมาดูแลฝ่ายข้อมูลและพัฒนาด้านการตลาดให้กับคลินิกด้านความงามที่ชูนวัตกรรมด้านการรักษาเป็นหลัก ซึ่งเป็นเทรนด์การดูแลด้านความงาม ได้แก่ ฟิลอก้าจากฝรั่งเศส กับไอดี ดีเอ็นเอจากสวิตเซอร์แลนด์ เขาเป็นอดีตนักวิจัยที่มีความสนใจนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ ซึ่งได้นำความรู้และความสามารถมาต่อยอดสร้างธุรกิจของตัวเอง
การเติบโตมาในครอบครัวสามัคคีเภสัช ทำให้เขาสนใจวงการยามาตั้งแต่เด็กๆ จนเป็นแรงบันดาลใจทำให้อยากเรียนสายวิทยาศาสตร์ พอจบมัธยมปลายจากโรงเรียนอัสสัมชัญ จรูญพันธ์สนใจเรื่องสเต็มเซลล์ จึงเลือกเรียนไบโอเทคโนโลยี คณะ Bioscience สาขา Biotechnology มหาวิทยาลัยมหิดลนานาชาติ ซึ่งพอจบมาก็ได้เป็นนักวิจัยของสถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล มหาวิทยาลัยมหิดล อยู่ 2 ปี ก่อนที่จะกลายมาเป็นผู้บริหารในวงการสุขภาพความงาม
“ตอนเป็นนักวิจัยได้เรียนรู้เรื่องการเปลี่ยนยีน เซลล์ประสาท ก็สนุกดี จนได้มารู้จักกับคุณน้ำหวาน (พัสวี พยัคฆบุตร) ซึ่งเป็นตัวแทนสถาบันความงามและศาสตร์ชะลอวัยจากฝรั่งเศสแห่งแรกในเอเชีย ฟิลอก้า คลินิก ไทยแลนด์ เขาชวนให้มาร่วมธุรกิจ ผมเลยดูด้านข้อมูล และได้ใช้ความรู้ด้านไบโอ แอนไทเอจจิ้ง ซึ่งที่ฟิลอก้าเน้นนวัตกรรมเซลล์บำบัด ทำอย่างไรให้เซลล์ของเราแข็งแรง โดยให้สารอาหารที่ดี แล้วก็ชอบที่จะไปงานประชุมแพทย์ เพื่อได้รู้จักเทคโนโลยีใหม่ๆ ซึ่งล่าสุดได้รู้จักเทคโนโลยี idna จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เกิดความสนใจจึงขอเป็นตัวแทนเปิดคลินิก ID DNA แห่งแรกของโลก ที่แก้ไขปัญหาแอนไทเอจจิ้งจากต้นเหตุ ที่มาจากยีน หรือดีเอ็นเอของแต่ละคน โดยตรวจดีเอ็นเอและผลิตครีมให้เหมาะกับแต่ละบุคคล”
ด้วยใบหน้าที่เด็กใครอาจคิดว่าดี แต่จุดนี้กลับสร้างแรงกดดันมากกว่าคนอื่น คนอาจไม่เชื่อถือ ตื่นมาทุกวันก็ต้องสร้างความมั่นใจให้ตัวเอง แต่ขอให้เวลาและผลงานเป็นเครื่องพิสูจน์ฝีมือ และที่สุดผลงานก็ทำให้ชาวต่างชาติยอมรับ ซึ่งหลักการง่ายๆ ในการทำงานของตนคือ ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น เมื่อเรามีความพยายามและมีการสร้างการทำงานเป็นทีมเวิร์กที่ดี ความสำเร็จก็คงอยู่ไม่ไกล
“การทำงานตรงนี้ก็เป็นแพชชั่นของผมในการได้ศึกษาและเรียนรู้อะไรใหม่ๆ ในเรื่องเทคโนโลยี ไม่ได้อยู่กับที่เดิมๆ ซึ่งปัจจุบันเทคโนโลยีก้าวไปไกล ทำให้เรารู้จักดูแลจากภายใน เข้าถึงจุดเริ่มต้นของคนเรามากที่สุด ถ้าเราได้เรียนรู้โนว์ฮาว อนาคตคนไทยก็คงมีศักยภาพในการทำ และในอนาคตคนเราจะมีอายุถึงร้อยปี เพราะมีชีวิตที่ดี ยืนยาวมากขึ้น มิชชั่นของผมก็อยากเป็นส่วนหนึ่งในการหานวัตกรรมที่จะสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี ให้ทุกคนมีสุขภาพที่ดีจากภายในครับ
ด้านยาเป็นศาสตร์ด้านเวชศาสตร์ เวชภัณฑ์ จะรักษาด้วยการกินยา แต่สิ่งที่ผมสนใจคือด้านไบโอ คือเทคโนโลยีรักษาภายในสู่ภายนอก เราดูว่าเราจะป้องกันโลกได้อย่างไร ป้องกันโรคก่อน ผมสนใจสองอย่างคือ แอนไทเอจจิ้งกับสารชะลอวัย ทำยังไงเราจึงอ่อนเยาว์ ซึ่งเป็นอีกศาสตร์ด้านความงาม
เดี๋ยวนี้วิทยาการก้าวไกลไปมาก เราจะดูเด็กลงโดยดูที่เซลล์และดูดีเอ็นเอ เพื่อดูและศึกษาสเต็มเซลล์ของเราว่า เราใช้ชีวิตแบบไหนที่เป็นอุปสรรคทำให้เราดูแก่เร็ว แล้วเราจะใช้เทคโนโลยีมาดูแลด้านเซลล์บำบัด หรือเซลล์ เทอราปี เพื่อทำให้เซลล์ของคนเราแข็งแรง โดยการให้วิตามิน หรือโดยการฉีดวิตามินเข้าไปในร่างกาย ซึ่งเป็นวิทยาการที่ยอมรับกันทั่วโลก แต่เมืองไทยเพิ่งมีสักพัก และเขาจะมีวิตามินเฉพาะบุคคล โดยก่อนหน้าจะรักษาก็ต้องมีการตรวจเลือดของคนนั้นก่อน และส่งผลไปห้องเล็บ เพื่อวิเคราะห์ว่าวิตามินในร่างกายที่เราขาดคือตัวไหน จะได้ดูแลได้ตรงจุด แต่ละคนขาดวิตามินไม่เหมือนกัน ไม่เท่ากัน เพราะร่างกายคนเราไม่เหมือนกัน ซึ่งศาสตร์ชะลอวัยวิทยาการใหม่นี้ดาราฮอลลีวู้ดนิยมกันมาก”
สำหรับเมืองไทยแม้วิทยาการนี้เพิ่งเข้ามา แต่นักแสดงคนไทยและเหล่าเซเลบริตี้บางกลุ่มก็ให้ความสนใจเป็นที่น่าพอใจ แม้การดูแลด้านความงามเฉพาะบุคคลจะมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ทาร์เก็ตของเขาจึงเน้นที่ลูกค้าตลาดบน ซึ่งฮอตขนาดที่ต้องมีการบุ๊กกิ้งล่วงหน้า 2 เดือนจึงจะได้ทำการรักษา
“บางครั้งเราอายุ 48 แต่อายุดีเอ็นเอของเราอาจจะเท่ากับคนอายุ 58 ก็ได้ เนื่องมาจากดีเอ็นเอ ค่ายีนของเราแข็งแรงไม่เท่ากัน บางคนยีนด้านผิวพรรณ คนนี้หน้ามีกระ คนนี้หน้าเด็ก มันเกี่ยวข้องกับยีนของเราทั้งสิ้น หรือภายในดีเอ็นเอเราอาจมีปัญหาพันธุกรรม บางคนพันธุกรรมดี ยีนคุมเม็ดสีที่ดี ทำให้ไม่มีกระ บางคนยีนสร้างเม็ดสีไม่ดีก็เป็นฝ้าได้ง่าย นวัตกรรมใหม่ของโลกก็จะทำให้เราสามารถดูดีเอ็นเอดีหรือไม่ดี และรักษาให้ตรงจุดเฉพาะบุคคลได้ ยิ่งถ้าเราดูแลเร็ว รู้ปัญหาเร็ว ดูแลเสียแต่เนิ่นๆ ปัญหาในอนาคตก็จะน้อยลง”
ในฐานะที่เขาดูแลด้านข้อมูลและเข้าร่วมสัมมนานวัตกรรมด้านความงามของโลกอยู่เป็นประจำ ทำให้รู้ข้อมูลด้านความงามที่น่าสนใจ คือ ปัจจุบันสถาบันความงามต่างๆ ดูแลจากภายนอกมากกว่าภายใน แต่นวัตกรรมด้านความงามแห่งโลกอนาคตจะเข้าไปดูลึกถึงเซลล์ภายในร่างกายกันแล้ว พอเซลล์มนุษย์แข็งแรงจากภายในร่างกาย พอเราดูแลเซลล์ให้แข็งแรงได้ ผิวพรรณภายนอกก็จะแข็งแรงตาม
นอกจากเป็นนักบริหารที่หน้าดูอ่อนเยาว์กว่าวัยแล้ว จรูญพันธ์ ยังให้ความสำคัญกับการดูแลบุคลิกภาพที่พร้อมไปด้วยกันหมด ตั้งแต่บุคลิก เสื้อผ้าหน้าผมต้องดูดีแบบองค์รวม ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้ากันเลยทีเดียว
“ผมชอบการที่ทำให้ตัวเองดูดี การแต่งตัวเราจะไปเจอใคร การแต่งตัวสำคัญเพื่อให้เกียรติคนนั้น ไม่ใช่แค่การแต่งตัว ภาพลักษณ์ทุกอย่าง ซึ่งเป็นคำสอนของทั้งคุณพ่อและคุณแม่ให้ดูแลตัวเองให้ดี ซึ่งผมเป็นอย่างนี้ตั้งแต่เด็ก มีตามกระแสโลกบ้างว่าเขากำลังฮิตอะไร แต่ผมเน้นการแต่งตัวตามกาลเทศะ วันธรรมดาแต่งสบายๆ เสื้อผ้าเราใส่ทุกวันเสื้อเชิ้ตปกติ อีกทั้งผมอายุยังน้อย และอยู่ในธุรกิจขายความงาม การดูแลภาพลักษณ์สำคัญมากๆ หน้าโทรมเจอคน คนคงไม่เชื่อ แต่ก่อนจะแต่งตัวให้ดูดี รูปร่างก็ต้องดีก่อน ผมออกกำลังกายอาทิตย์ละ 3-4 ครั้ง ครั้งละ 2 ชั่วโมง ทั้งคาดิโอและเวตเทรนนิ่ง และกินอาหารที่ดีและมีประโยชน์ด้วย"
ในวัยเพียง 28 แต่เขาก็มีเป้าหมายชีวิตที่ชัดเจน คือ ผลักดันให้ธุรกิจของเขาเติบโตเดินไปได้ ที่สำคัญคือบุคลากรในองค์กรทำงานอย่างมีความสุข “ตอนนี้เราถือว่าเราเป็นเอเชีย ดิสทริบิวเตอร์ คลินิกของเราใหญ่ที่สุดในเซาท์อีสต์เอเชีย ที่เราเป็นได้เพราะสวิตเซอร์แลนด์เห็นศักยภาพของเราตั้งแต่ผมไปดีลธุรกิจนี้มาเอง ตอนนั้นผมไปเจอร์แบรนด์ไอดี ดีเอ็นเอ ตอนไปประชุมแพทย์ที่ดูไบ เห็นไอเดียของแบรนด์เขาแล้วน่าสนใจมาก โชคดีที่ไดเรกเตอร์เขาไปพอดี ก็เลยได้คุย แล้วบอกว่าเราทำฟิลอก้าของฝรั่งเศสที่ประเทศไทย แล้วก็บอกว่าเราสนใจแบรนด์เขานะ เขาก็ให้ผมทำบิซิเนสแพลน ว่าทำอย่างไรให้แบรนด์ของเขาพัฒนาในประเทศไทย
เป้าหมายของผมมี 2 อย่าง คือ หาพาร์ตเนอร์ กับเอาบริการของเราไปไว้ในคลินิกพาร์ตเนอร์ของเรา อีกหนึ่งคือเปิดคลินิกของเรา เราจะได้ให้ความรู้และทำการตลาดได้ง่ายกว่า ผมก็เขียนแพลนแล้วนำไปพรีเซนต์ บินไปดูโรงงานที่สวิตเซอร์แลนด์ สุดท้ายเขาก็ให้แบรนด์มา ซึ่งก่อนหน้านี้เขาไม่รู้ว่าผมอายุ 28 เขาก็เกิดคำถาม แต่เราพยายามทำแผนให้ดี เราโชว์แผนฟิลอก้าที่เราเคยทำ มีการจัดอีเวนต์อยู่ตลอด เขาก็เห็นถึงความตั้งใจ เราน่าเชื่อถือ เรามีลูกค้าในมือสามารถต่อยอดให้เขาได้ และเราก็มีลูกค้าโปรไฟล์ดีๆ เช่น นักธุรกิจ คนในสังคม ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมอยากทำให้แบรนด์นี้โตขึ้นไปเรื่อยๆ ครับ"


