มนต์มณี ตันนาภัย ไม่ทิ้งโอกาสที่จะเรียนรู้
ลองคิดเล่นๆ ว่า ในชีวิตคนคนหนึ่งจะสามารถเป็นเจ้าของธุรกิจได้กี่อย่าง สอง สาม หรือ สี่
โดย...พุสดี สิริวัชระเมตตา
ลองคิดเล่นๆ ว่า ในชีวิตคนคนหนึ่งจะสามารถเป็นเจ้าของธุรกิจได้กี่อย่าง สอง สาม หรือ สี่ แล้วถ้าถามต่อไปว่า สี่ธุรกิจนี้คุณจะใช้เวลาปลุกปั้นภายในกี่ปี สามปี ห้าปี หรือ สิบปี ถ้าคุณยังมึนงงกับตัวเลข และยังหาคำตอบให้ชีวิตไม่ได้ ลองไปทำความรู้จักกับผู้บริหารสาวยุคใหม่ ที่นอกจากจะเข้ามารับหน้าที่สานต่อธุรกิจของครอบครัวที่มีอยู่ถึง 3 ธุรกิจ ในวัยเพียง 28 ปี เบลล์-มนต์มณี ตันนาภัย ยังกำลังมุ่งมั่นกับการปั้นแบรนด์ ริน (Ryn) แบรนด์ผลิตภัณฑ์สปาและสกินแคร์ พร้อมบริหารอีกหลากหลายธุรกิจส่วนตัวที่เธออาศัยแพชชั่นที่มีไปลงขันกับเพื่อนอีกถึง 4 ธุรกิจ
จากเด็กเนิร์ดสู่เจ้าของธุรกิจ
ด้วยความที่เป็นเด็กเรียนดี (มาก) ทำให้ความฝันในวัยเด็กของเบลล์ คือ การเป็นหมอ แต่พอโตขึ้น และได้มีโอกาสเรียนวิชาเศรษฐศาสตร์ตอน ม.ปลาย ทำให้เธอตกหลุมรักในศาสตร์นี้อย่างจริงจัง และมุ่งมั่นจะเรียนต่อทางนี้ จึงตัดสินใจสอบเข้าคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในที่สุด
“สมัยเด็ก เบลล์เรียนค่อนข้างดี ตอนเรียนอยู่ภูเก็ต เกรดเฉลี่ยไม่เคยต่ำกว่า 3.80 เวลาทางจังหวัดคัดเลือกเด็กที่ได้คะแนนสูงสุดในแต่ละวิชาเข้าโครงการเด็กเก่งประจำจังหวัด เบลล์ก็จะอยู่ในกลุ่มนี้ตลอด (หัวเราะ) ตอนเด็กเบลล์เคยคิดอยากเป็นหมอ เพราะเป็นอาชีพที่เหมือนเราได้เป็นฮีโร่ ได้ช่วยคน แต่พอได้มาเรียนเศรษฐศาสตร์ เหมือนเบลล์ได้เปิดโลกอีก เวลาไปอ่านหนังสือพิมพ์ หรือคุยกับผู้ใหญ่ เบลล์รู้สึกเศรษฐศาสตร์ทำให้เราเข้าใจในสิ่งที่ผู้ใหญ่คุยกัน ประกอบกับที่บ้านก็ทำธุรกิจเบลล์ก็เลยยิ่งสนใจ”
ผู้บริหารสาวคนเก่งยอมรับว่า ตั้งใจแต่ต้นว่า เมื่อเรียนจบจะกลับมาช่วยสานต่อธุรกิจของครอบครัว แต่ขอไปคว้าปริญญาโทมาให้ได้ ดังนั้น ช่วงเวลาว่างก่อนจะไปเรียนต่อ เธอจึงเข้ามาชิมลางในฐานะผู้จัดการฝึกหัดที่บริษัทอุตสาหกรรมผลิตน้ำมันปาล์มดิบของครอบครัว
“ช่วงที่ทำงานอยู่ที่บ้านเกือบปี เพื่อรอไปเรียนต่อ ทำให้เบลล์ได้เรียนรู้และเข้าใจพื้นฐานของงานในหลายๆ แผนก ที่สำคัญคือ รู้ว่าถ้าวันหนึ่งเราจะเข้ามาทำธุรกิจ อะไรคือสิ่งที่เรายังขาด ดังนั้นจากตอนแรกที่เบลล์ตั้งใจไปต่อเอ็มบีเอ แต่พอเข้ามาทำงานถึงได้รู้ว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดในการทำธุรกิจ คือการวางแผนการเงิน เลยเบนเข็มไปเรียนต่อด้านเศรษฐศาสตร์การเงินที่มหาวิทยาลัยบอสตัน สหรัฐแทน”
จากสาวแบงก์สู่เจ้าของโรงแรม
ช่วงที่เบลล์เรียนจบกลับมา เป็นช่วงที่ทางบ้านมีโปรเจกต์ธุรกิจใหม่พอดี นั่นคือ การทำโรงแรมแกรนด์ เมอร์เคียว ภูเก็ต ป่าตอง เบลล์เลยได้มีโอกาสเข้ามาช่วยตั้งแต่ต้น ได้เห็นพื้นที่โรงแรมตั้งแต่ยังเป็นพื้นดินเปล่าๆ ช่วงนั้นเบลล์ต้องเดินทางไปมาระหว่างกรุงเทพฯ-ภูเก็ต เพื่อมาดูงานแทบทุกสัปดาห์ แต่ระหว่างนั้นเบลล์ก็เริ่มทำงานเป็นเจ้าหน้าที่วิเคราะห์สินเชื่อธุรกิจรายใหญ่ ฝ่ายอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารกรุงเทพสำนักงานใหญ่ไปด้วย
“เบลล์ตัดสินใจไปทำงานนอกบ้านก่อน เพราะอยากได้ประสบการณ์และการทำงานในองค์กรใหญ่ แต่พอไปทำจริงงานนี้ให้อะไรกับเบลล์มากกว่าที่คิด เพราะด้วยเนื้องานเราต้องรับผิดชอบตั้งแต่การประเมินลูกค้าที่เข้ามาขอสินเชื่อ วิเคราะห์ความน่าเชื่อถือ ประเมินความเป็นไปได้ในการชำระหนี้ ถ้าสินเชื่อได้รับการอนุมัติ เราก็ต้องลงไปดูหน้างานจริง ประสบการณ์เหล่านี้เป็นประโยชน์กับเบลล์มาก เพราะอย่างที่บอกว่าเป็นช่วงที่ทางบ้านกำลังสร้างโรงแรม งานประจำที่ทำเลยเหมือนมีโรงเรียนฝึกหัดให้ไปดูงานของอีกหลายๆ โครงการคู่ไปด้วย ได้นำความรู้ในการตรวจสอบโครงสร้างอสังหาริมทรัพย์ของลูกค้า มาปรับใช้กับการตรวจงานการตกแต่งภายในของโรงแรม”
กระทั่งโรงเเรมเสร็จสมบูรณ์และเปิดทำการในช่วงปลายปี 2557 เบลล์จึงกลับมาสานต่อธุรกิจที่บ้าน ด้วยการนั่งตำแหน่งกรรมการผู้จัดการของโรงแรม ทว่าหลังจากเข้ามาทำงานได้สักระยะ ด้วยความที่ชอบเข้าสปา และสนใจโปรดักต์สปาเป็นทุนเดิม เธอจึงมองว่า สปาเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพในตลาดค่อนข้างสูง เลยตัดสินใจเข้ามาดูแลส่วนสปาในโรงแรมอย่างจริงจัง โดยตั้งชื่อว่า “ริน”
“ตั้งแต่เด็ก เบลล์จะตามคุณแม่ไปเข้าสปาตลอด จำได้ว่าสมัยเด็กชอบตั้งคำถามไปเรื่อย เช่น ทำไมต้องเลือกใช้ผลิตภัณฑ์กลิ่นนี้ ทำไมไม่ใช้กลิ่นนี้มาผสมกลิ่นนี้ จากคำถามวัยเด็ก พอโตมาเป็นคนใช้ผลิตภัณฑ์เอง เบลล์ก็ยิ่งสนใจ ถึงขั้นตามอ่านฉลากของผลิตภัณฑ์เพื่อดูว่ามีส่วนผสมอะไรบ้าง”
ความสนใจที่บ่มเพาะมาตลอดนี่เอง ทำให้เมื่อมีโอกาสเข้ามาบริหารสปา เธอพยายามนำประสบการณ์ที่มีมาต่อยอดเพื่อนำเสนอบริการรูปแบบใหม่ ตั้งแต่ก้าวแรกที่ลูกค้าเข้ามาในสปา ด้วยการเปลี่ยนจากการตั้งคำถามคลาสสิกกับลูกค้าว่า “ชอบน้ำมันอโรมากลิ่นไหน” เป็น “วัตถุประสงค์การมาสปานี้คืออะไร” เพื่อที่จะได้นำเสนอโปรแกรมที่ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาอ่างตรงจุด เช่น สลีพ เทอราพี สำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องการนอน, ฟาทีค เทอราพี สำหรับผู้ที่เหน็ดเหนื่อยจากการเดินทาง สเตรน เทอราพี สำหรับผู้ที่ต้องการผ่อนคลายจากการทำงานหนัก และสุดท้ายมัสเซิล เทอราพี สำหรับผู้ที่ต้องการผ่อนคลายจากการออกกำลังหนัก
“หลังจากเข้ามาเซตโปรแกรมในสปาได้ 4 เดือน เบลล์ก็เริ่มต่อยอดไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์สปาเอง ภายใต้ชื่อ “ริน” เช่นเดียวกับสปา เพราะเป็นชื่อที่ติดหู ออกเสียงได้ง่ายทั้งคนไทยและคนต่างชาติ โดยเบลล์ตั้งใจสร้างทีมวิจัยและพัฒนาขึ้นมาโดยเฉพาะ เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์สปาที่ชูจุดเด่นด้วยการนำสมุนไพรไทยมาใช้ผสมผสานกับดอกไม้ของต่างชาติ เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีกลิ่นที่อ่อนโยนมากขึ้น เจาะกลุ่มตลาดคนไทยและต่างชาติ
ทุกโอกาสคือการเรียนรู้
นอกจากธุรกิจครอบครัวที่ต้องเข้ามาสานต่อ และธุรกิจส่วนตัวที่ต้องปลุกปั้น เบลล์ยังสวมหมวกเจ้าของธุรกิจอีกหลายอย่างที่ลงขันกับเพื่อน ซึ่งเธอบอกว่าเริ่มต้นตั้งแต่อายุ 25 ปี จนทุกวันนี้ เธอมีร้านอาหารอีก 3 แห่ง และ ซาลอนอีก 1 แห่ง
“เบลล์มองว่าทุกธุรกิจที่เราทำเป็นโอกาสที่เข้ามา แต่ก่อนจะเริ่มต้นธุรกิจทุกครั้ง เบลล์จะประเมินก่อนว่า ธุรกิจนี้มีแนวโน้มไปได้หรือไม่ได้ ถ้าคิดแล้วไปได้ เบลล์ว่าไม่มีเหตุผลที่เราจะไม่ทำ อย่างธุรกิจร้านอาหาร เบลล์อยากทำเพราะชอบทำอาหารและขนมเป็นทุนเดิม ซึ่งถ้าไม่เริ่มทำตั้งแต่ 3 ปีที่แล้ว มาวันนี้ภาระหน้าที่มากขึ้น ก็คงไม่มีโอกาสได้ทำ
ที่สำคัญเบลล์มองว่า แต่ละธุรกิจก็มีความทับซ้อนกัน ถึงจะเป็นธุรกิจคนละประเภท แต่หลักการพื้นฐานในการทำธุรกิจไม่ต่างกัน อย่างธุรกิจร้านอาหารที่เบลล์ทำ เบลล์ก็นำความรู้มาต่อยอดในวันที่เราเข้ามาทำโรงแรมได้ เพราะในโรงแรมก็ต้องมีร้านอาหาร ร้านขนม เช่นเดียวกับร้านทำผมที่เบลล์ทำ สเกลงานก็คล้ายกับสปา กลายเป็นว่าเบลล์สามารถนำประสบการณ์ที่มีทั้งหมดมาใช้ได้หมด”
จากนี้ไป เธอยังไม่มีแผนจะเพิ่มไลน์ธุรกิจใหม่ๆ ถ้าจะขยายธุรกิจจะเน้นที่การขยายสาขามากกว่า ส่วนแบรนด์ริน เธอวาดฝันไว้ว่า วันหนึ่งจะพาแบรนด์สปาไทยไปเติบโตในตลาดต่างประเทศให้ได้ ผู้บริหารสาวสวยกล่าวทิ้งท้ายด้วยแววตามุ่งมั่น


