posttoday

ธชย ประทุมวรรณ เก่ง กล้า บ้า ดี

15 สิงหาคม 2559

กลับมาเป็นที่จับตามองอีกครั้งสำหรับ เก่ง-ธชย ประทุมวรรณ หลังดั้นด้นไปโกย 27 รางวัลในการแข่งขัน World Championships of Performing Arts (WCOPA) ครั้งที่ 20

โดย...กาญจนา อายุวัฒน์ธนชัย ภาพ วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี

กลับมาเป็นที่จับตามองอีกครั้งสำหรับ เก่ง-ธชย ประทุมวรรณ หลังดั้นด้นไปโกย 27 รางวัลในการแข่งขัน World Championships of Performing Arts (WCOPA) ครั้งที่ 20 ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา นอกจากจะสร้างความสั่นสะเทือนบนเวทีโอลิมปิกแห่งศิลปะ ต่อจากนี้ไปเขาอาจเป็นแรงกระเพื่อมอันยิ่งใหญ่ให้ศิลปะไทยกลายเป็นเรื่องสำคัญของชาติ

ชัยชนะ

เวที WCOPA เป็นการแข่งขันศิลปะหลายรูปแบบ ทั้งเล่นดนตรี ขับร้อง การแสดง จัดมานานกว่า 20 ปี ซึ่งประเทศไทยเป็นปีแรกที่มีสิทธิเข้าร่วมการแข่งขัน โดยได้ยกทัพตัวแทน 25 คน ลงแข่งหลากหลายแขนง อย่าง เก่ง เขาลงแข่งขัน 19 ประเภท คว้ารางวัลมาได้ทุกประเภท เมื่อบวกกับรางวัลพิเศษอื่นๆ รวมเป็น 22 เหรียญ 5 โล่รางวัล (ไม่มีเงินรางวัล)

“เวทีนี้เป็นเนกซ์สเต็ปของผม มีหลายคนถามว่าต่อไปจะทำอะไร คำตอบคืออยากนำดนตรีไทยไปสู่สายตาชาวโลก ซึ่งทางถนัดของผมคือ การประกวด เราร้องเพลงได้เราก็ลง เราเล่นดนตรีได้เราก็ลง ในการร้องเพลงเราก็ร้องได้หลายอย่าง ผมลงร้องเพลงสิบอย่าง บรอดเวย์ ป๊อป ร็อก เราทำอะไรได้ก็ทำให้มากที่สุด ทำให้เต็มที่ที่สุด”

เก่งสามารถเล่นดนตรีไทยได้เกือบทุกชนิด ยกเว้นระนาด ถนัดที่สุดคือ จะเข้ ทั้งยังมีความสามารถในการขับเสภาและร้องเพลงไทยเดิม “ผมอยากร้องเพลงไทย อยากเล่นจะเข้ของไทยไปแข่งกับสากล ไปให้รู้เลยว่าภาษาไม่ใช่อุปสรรคในการแข่งขัน และดนตรีไทยไม่ใช่สิ่งล้าสมัยอย่างที่คนไทยคิด” ซึ่งชัยชนะได้พิสูจน์ว่า ดนตรีไม่เคยมีพรมแดน

นอกจากนี้ เบื้องหลังความสำเร็จ เก่งต้องขอบคุณอาจารย์สอนเพลงไทยเดิม อาจารย์สอนเพลงป๊อป รวมถึง 2 คนสำคัญ ปกรณ์ หนูยี่ คีตศิลปินกรมศิลปากรผู้รอบรู้เครื่องดนตรีไทย และช่างหน้า-ทำผม ที่เดินทางไปอเมริกาด้วยกัน เขาใช้เงินส่วนตัวไปเกือบล้านบาท ซึ่งก่อนหน้าที่จะเดินทาง เขาโร่ขอสปอนเซอร์จากหลายหน่วยงานแต่ไม่มีใครสนใจ นอกจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยที่ให้เงินสนับสนุนมาส่วนหนึ่ง ผิดกับตอนกลับมาสู่ประเทศไทยพร้อมรางวัลมากมาย เขากลับกลายเป็นจุดสนใจอย่างฮีโร่

ธชย ประทุมวรรณ เก่ง กล้า บ้า ดี

การแข่งขัน

นับคร่าวๆ เก่งเคยประกวดมาแล้วกว่าพันเวที เริ่มตั้งแต่สมัยมัธยมฯ ต้น เวทีโค้ก มิวสิค อวอร์ดส เวทีเดอะสตาร์ เวทีเดอะวอยซ์ ซึ่งเหตุที่บ้าประกวด ไม่ใช่เพราะชอบแข่งขัน แต่เขาเห็นมันเป็นทางลัดในการพัฒนาตัวเอง

“เราต้องแข่งกับเวลา เรามีเวลาเท่าคนเข้าประกวดคนอื่น แต่เราจะทำให้ดีกว่าเขาได้ยังไง เราจะชนะคนอื่นได้ยังไง ดังนั้นการซ้อม การฝึกฝน และการคิดสร้างสรรค์ต่างๆ มันต้องออกมาอย่างรวดเร็ว ต้องทำให้ดีภายในเวลาจำกัด ผมเลยติดการประกวดมาก และชอบ (ลากเสียงยาว) แต่ไม่ใช่ว่าประกวดทุกครั้งชนะทุกครั้งนะ แน่นอนว่าต้องเคยเฟล ท้อแท้ ด่ากรรมการ แต่สุดท้ายเราต้องกลับมาพิจารณาตัวเอง ต้องปรับปรุง และเดินหน้าต่อไป”

อย่างการแข่งขัน World Championships of Performing Arts เขาตัดสินใจลงแข่งถึง 19 ประเภท ซึ่งนอกจากจะต้องเตรียมตัวมาดีแล้ว ระหว่างการแข่งขันอาจต้องเตรียมตัวใหม่ก็เป็นได้ “การแข่งขันมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา” เขากล่าว “หมายความว่าคนที่ท็อปฟอร์มในรอบนี้อาจไม่ผ่านเข้ารอบในรอบหน้าก็มี ซึ่งทำให้เราต้องเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ตลอด ต้องวิเคราะห์คู่แข่งว่าเขาเล่นเขาร้องยังไง เพื่อให้ตัวเองทำในสิ่งที่แตกต่างออกไป ไม่ใช่ว่าเอะอะจะทำให้ดีอย่างที่ฉันซ้อมมา มันไม่ได้ ถ้าอยากโดดเด่นเราต้องไม่เหมือนใครและทำให้ดีที่สุด”

ธชย ประทุมวรรณ เก่ง กล้า บ้า ดี

ตัวตน

เก่งมีซิงเกิ้ลแรกเมื่อปี 2554 จากนั้นมีเพลงใหม่ให้ฟังทุกปี จนล่าสุดปีนี้เขาเพิ่งปล่อยซิงเกิ้ลเพลง สังเคราะห์แสง ในฐานะศิลปินอิสระครั้งแรก “บางเพลงเรารู้ว่าปล่อยออกไปแล้วคนไม่ฟัง แต่เราต้องปล่อย เพราะเป็นเพลงที่บ่งบอกว่านี่คือตัวฉัน ไม่ทำไม่ได้ จะร้องแต่เพลงรักไม่ได้ บางเพลงที่ออกไปมันต้องมีจิตวิญญาณของผมอยู่ด้วย เพราะผมเกิดมาเพื่อสิ่งนี้ ผมจะทำสิ่งนี้ไปตลอดชีวิต ดังนั้นผมจะไม่ทำเพลงฉาบฉวย”

อย่างเพลงสังเคราะห์แสง เขาบอกตามตรงว่า ทำออกมาอาจขายไม่ได้ แต่ทำแล้วมีความสุขเขาก็ทำ “เพลงไทยเป็นอุตสาหกรรมเกินไป จนไม่เห็นความสามารถที่แท้จริงของศิลปิน คนเราเกิดมาใช้ชีวิต เลือกทำในสิ่งที่มีความสุขและเกิดประโยชน์เพื่อสังคม ดีกว่าทำงานหาเงินมากๆ มีชื่อเสียงมากๆ แล้วสุดท้ายก็เอาไปด้วยไม่ได้”

นอกจากนี้ เก่งยังมีชุดความคิดที่น่าสนใจที่ทำให้เขาแตกต่างจากทุกคน “ผมไม่ชอบคนที่นำความสำเร็จของคนอื่นมาเป็นบรรทัดฐาน” เขาแสดงทัศนะ “ผมคิดว่าความสำเร็จมันไม่มีสูตรตายตัว คุณจะบอกว่า ต้องโกอินเตอร์ ต้องร้องเพลงสากล และคุณรู้ได้ไงว่าร้องเพลงไทยแล้วจะไม่ชนะ เพราะไม่มีคนเคยทำ เราแค่รู้สึกว่าทุกอย่างมันไม่มีสูตรอย่างเดียว หรืออย่างตอนทำเพลงสมัยก่อน มีคนมาบอกว่าทำไมไม่ทำเพลงร้องไห้จะได้ดัง ผมเลยถามไปว่า เพลงเศร้านี่มันสูตรเพลงป๊อปใช่ไหม แต่พี่ไม่คิดหรอว่าเพลงป๊อปก็มีสูตรอื่น ทำไมคิดว่าแบบเดิมๆ คือสิ่งที่ถูก มันอาจจะมีแบบอื่นก็ได้ อย่างเสื้อผ้า เพียงแค่คนใส่กันแบบนี้ แล้วรู้ได้ยังไงว่าใส่กลับด้านผิด ในเมื่อมันใส่ได้เหมือนกัน”

นอกจากนี้ ในฐานะที่คนส่วนใหญ่ยกให้เขาเป็นคนรุ่นใหม่สนใจดนตรีไทย เขากลับมองว่าไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่จะเล่นจะเข้แทนเปียโน “ผมไม่ได้เกิดมาแล้วเห็นดนตรีไทยเลย ไม่ใช่คนยุคเก่าที่เกิดมาก็เห็นคนเล่นปี่พาทย์อยู่ในวัด ดนตรีไทยจึงเป็นสิ่งใหม่สำหรับผม ไม่ได้เก่าโบราณอย่างที่คนอื่นคิด”

เป้าหมายต่อไปเขาอยากนำเพลงไทยไปเล่นให้ฝรั่งฟังบนเวทีงานมิวสิกเฟสติวัลทั่วโลก โดยจะใช้ WCOPA เป็นเส้นทางสู่เป้าหมายนั้น “ชัยชนะทำให้คนไทยภาคภูมิใจ ทำให้ผมภาคภูมิใจ และชุบตัว
ผมขึ้นมาอีกครั้ง แต่สิ่งที่สำคัญกว่า คือ ผมอยากให้เด็กไทยได้รู้ว่าวัฒนธรรมไทยสำคัญและเจ๋งขนาดไหน เราจะร้องเพลงฝรั่งไปแข่งเพื่ออะไร เราเป็นคนไทย ทำได้อย่างดีที่สุดก็คงเป็นได้แค่ของก๊อบเกรดเอ สู้เป็นตัวเราจะดีกว่าไหม เป็นไทยดีที่สุด”

เขายังไม่วายทิ้งปมให้ขบคิดว่า “น่าเสียดายที่คนเล่นดนตรีไทยในบ้านเราหาความสุขได้ยาก ผมดีใจมากที่ยังมีความสุขอยู่” เสียงหัวเราะของเขาไม่ไพเราะทว่าน่าสงสารจับใจทีเดียว

ข่าวล่าสุด

บีโอไอไฟเขียว ZDT ยักษ์ใหญ่ PCB โลก ลงทุนไทย 6.5 หมื่นล้าน ดันไทยฐานผลิตอาเซียน