นสพ.ชัยวลัญช์ ตุนาค ทำธุรกิจต้องกล้า
ณ ตอนนี้มีเพจเพจหนึ่งเกี่ยวกับแนวคิด แรงบันดาลใจและการพัฒนาตนเอง ชื่อ “Dr.Dang Can Do…ผมทำได้ คุณก็ทำได้”
โดย...วรธาร ทัดแก้ว ภาพ... วิศิษฐ์ แถมเงิน
ณ ตอนนี้มีเพจเพจหนึ่งเกี่ยวกับแนวคิด แรงบันดาลใจและการพัฒนาตนเอง ชื่อ “Dr.Dang Can Do…ผมทำได้ คุณก็ทำได้” เพิ่งเปิดมาได้ 2 เดือนกว่าๆ แต่ได้รับการตอบรับและกล่าวถึงดีทีเดียว มีคนรู้จักแล้วกว่า 3 แสนกว่าคน ยอดแฟนเพจเพิ่มขึ้นทุกวัน ปัจจุบันอยู่ที่ 7,577 คน ยอดไลค์โดยเฉลี่ยต่อโพสต์ 750 ไลค์ คอมเมนต์เฉลี่ยต่อโพสต์ 50 คอมเมนต์ และยอดแชร์เฉลี่ยต่อโพสต์ 40 แชร์
เจ้าของเพจเป็นข้าราชการอารมณ์ดีชื่อ นสพ.ชัยวลัญช์ ตุนาค หรือหมอแดง ตำแหน่งนายสัตวแพทย์ชำนาญการพิเศษ หัวหน้าห้องปฏิบัติการพยาธิวิทยา และหัวหน้ากลุ่มชันสูตรโรคสัตว์ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ภาคตะวันออก อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ที่ดูแลสัตว์ในภาคตะวันออก 9 จังหวัด ตั้งขึ้นมาภายใต้แนวคิด “ข้าราชการมืออาชีพ ที่รวยด้วยธุรกิจที่ตัวเองรัก” เพื่อต้องการเผยแพร่แนวคิดในการพัฒนาตนเองและสร้างภาพลักษณ์ให้กับข้าราชการ ว่าการเป็นข้าราชการที่ดีนั้นไม่จำเป็นต้องจน ข้าราชการก็สามารถรวยได้ด้วยการเอาเวลาที่เหลือจากเวลาทำงานมาสร้างธุรกิจสร้างอาชีพของตนเองโดยไม่จำเป็นต้องคอร์รัปชั่นหรือกอบโกยจากราชการ ซึ่งช่วยปลุกกระแสการตื่นตัวในแวดวงราชการได้เป็นอย่างมาก
ปัจจุบันนอกจากรับราชการแล้วยังประกอบธุรกิจส่วนตัว โดยเป็นเจ้าของและผู้อำนวยการ โรงพยาบาลสัตว์ ด็อก แอนด์ แคท เฮลท์ เซนเตอร์ ระยอง ซึ่งเป็นโรงพยาบาลสัตว์ที่ทันสมัยมากใน จ.ระยอง ที่บริการด้วยอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัย ทั้งห้องเอกซเรย์ ห้องผ่าตัด และอุปกรณ์ทางการแพทย์สำหรับสัตว์เล็กและใหญ่ครบ ทั้งเป็นโรงพยาบาลสัตว์แห่งแรกในไทยที่ออกแบบและตกแต่งด้วยสไตล์โมเดิร์นลอฟต์ดูทันสมัยแตกต่างจากโรงพยาบาลสัตว์ทั่วไป
นสพ.ชัยวลัญช์ เล่าถึงการเลือกเป็นสัตวแพทย์ให้ฟังว่า งานปศุสัตว์ก็เป็นงานที่ได้ใกล้ชิดและช่วยเหลือชาวบ้านที่ส่วนใหญ่ไม่มีเงิน และกรมปศุสัตว์ก็เป็นองค์กรเดียวที่จะเข้าไปช่วยเหลือชาวบ้านโดยไม่คิดมูลค่า จึงเป็นที่มาของการรับราชการสังกัดกรมปศุสัตว์ โดยเป็นสัตวแพทย์ประกอบกับมีพื้นฐานจิตใจเป็นคนรักสัตว์และเคยเลี้ยงสุนัขมาตั้งแต่เด็ก
“ที่ผมเลือกเป็นข้าราชการเพราะเห็นว่าระบบบริการของราชการยังไม่ดีพอในความรู้สึกส่วนตัวจึงอยากเข้ามาพัฒนาให้ดีขึ้น ไม่ใช่เพราะคิดว่าอาชีพนี้มั่นคงนะ ผมไม่เคยคิดถึงความมั่นคง ไม่คิดถึงเรื่องเงินเดือน ไม่เคยคิดเรื่องสวัสดิการ แต่คิดว่าทำยังไงให้การปศุสัตว์ของไทยดีขึ้น สัตวแพทย์ดีขึ้น ประเทศดีขึ้น ชาวบ้านได้รับการบริการที่ดี คิดแค่นั้น แล้วช่วงแรกก็ไม่ได้คิดทำธุรกิจอะไร” นสพ.ชัยวลัญช์ เล่าถึงการมาเป็นสัตวแพทย์
ขณะที่แนวคิดที่นำไปสู่การทำธุรกิจด้วยการเปิดคลินิกในปี 2539 นสพ.ชัยวลัญช์ กล่าวว่า ได้ไอเดียมาจากการอ่านหนังสือของหนูดี วนิษา เรซ และอีกหลายคนที่บอกว่า การที่เป็นคนดีก็ไม่ได้หมายความว่าคนคนนั้นจะต้องจน เพราะฉะนั้นจึงคิดว่าการเป็นข้าราชการก็ไม่จำเป็นต้องจนเช่นกัน ทุกคนสามารถเป็นข้าราชการที่ดีและรวยได้ด้วย
“ผมมานั่งคิดนะ ถ้าไม่มีเงินจะเอาที่ไหนมาพัฒนางานหรือซื้ออุปกรณ์การแพทย์ เพราะในการทำงานราชการผมต้องซื้อทุกอย่างมาใช้ในงานข้าราชการ ทั้งคอมพิวเตอร์ กล้อง เพราะของราชการไม่พอ ยิ่งเราเป็นหมอผ่าซากสัตว์ ถ้าไม่มีกล้องถ่ายรูป ไม่มีสไลด์ไปฉายผมจะพรีเซนต์งานได้ยังไง เวลาออกไปบรรยายเป็นวิทยากรทั่วภาคตะวันออกผมจึงต้องซื้อเองทุกอย่าง นี่แหละคือที่มาของการเปิดคลินิก โดยทำแบบค่อยเป็นค่อยไป
ผมไม่ได้คิดว่าจะต้องรวยจากธุรกิจนี้และตอนแรกก็ไม่ได้คิดว่าเป็นธุรกิจด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้คิดและเพิ่งจะคิดมาสองปีนี้เอง ผมมองว่าธุรกิจไม่ได้เป็นคำที่น่าเกลียดอะไร เป็นคำเชิงสร้างสรรค์ด้วยซ้ำ แต่คนไทยมักมีอคติเพราะรู้สึกว่ามันเอาเปรียบ เป็นพ่อค้าต้องเอากำไร หลายคนบอกผมว่าคุณหมอรักอาชีพนี้แล้วทำไมไม่รักษาฟรี ผมบอกว่าโอ้โฮ เป็นคนดีต้องรักษาฟรี เป็นคนดีต้องให้เต็มที่ใช่ไหม? มันไม่ใช่ อย่าลืมว่าถ้าฟรีจะเอาเงินที่ไหนไปจ่ายลูกน้องซึ่งเขาก็มีครอบครัว”
คุณหมอเล่าถึงการเปิดคลินิกว่า เริ่มจากเปิดที่ดอนเมืองในปี 2539 ต่อมาธุรกิจเติบโตดีจึงขยายมาเป็นโรงพยาบาลสัตว์ ก่อนที่ในปี 2548 จะมาเปิดที่ จ.ระยอง เพราะพี่ชายเป็นหมอที่นั่น แต่ด้วยความที่มีสองแห่งดูแลไม่ไหวจึงขายที่ดอนเมืองเพื่อมาดูแลที่ระยอง ซึ่งเป็นโรงพยาบาลสัตว์ พื้นที่ประมาณ 500 กว่าตารางเมตร เป็นอาคารชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์นลอฟต์ แบ่งสัดส่วนการรักษาที่ค่อนข้างดี มีที่จอดรถ มีห้องฉุกเฉิน ห้องไอซียู ห้องเอกซเรย์ ห้องตรวจหมาแมวแยกกัน และโรงแรมหมาแมวสะอาดมาก ไม่มีกลิ่น
“แต่จะบอกว่าวันที่หมอแดงทำคลินิกครั้งแรกไม่มีทุนเลย แต่ผมใช้สมอง ช่วงแรกก็ไปรับจ้างเขาได้เงินมาก็เก็บ แบ่งส่วนหนึ่งไว้ในสหกรณ์ออมทรัพย์เป็นทุนเรื่อยมาเปิดคลินิก พอมาทำโรงพยาบาลสัตว์ต้องใช้ทุนสูงก็เอาบ้านไปจำนอง เอาเงินแม่ยายส่วนหนึ่ง เงินพี่ชายส่วนหนึ่ง ยังไม่รู้จะใช้หนี้เมื่อไหร่ สุดท้ายมันเพิ่งจะมีรายได้เมื่อไม่กี่ปีมานี้เอง ทำมาประมาณ 10 กว่าปี เพิ่งจะปลดหนี้มาได้ 4-5 ปีนี้
หลายคนถามผมว่าทำไมหมอถึงกล้าคิด กล้าทำ กล้าเอาบ้านไปจำนองเอาเงินมาลงทุนสร้างโรงพยาบาลสัตว์ที่แตกต่างและไม่เหมือนใคร กล้าลงทุนขนาดนี้หมอมีหลักคิดอะไรเหรอ อยากรู้จัง เผื่อจะเป็นแนวทางให้กับคนอื่นๆ บ้าง ถามจริงๆ ก็บอกตรงๆ เลยที่หมอกล้าคิด กล้าทำ กล้าลงทุนส่วนหนึ่งเพราะหมอไม่คิดมาก แต่คิดเยอะ เพราะหมอไม่รู้เรื่องธุรกิจ หมอไม่ได้มองธุรกิจเป็นหลัก หมอไม่ได้มองเป้าที่ผลกำไร มองแค่ว่าใจมันรัก แล้วอยากจะทำแล้วหาวิธีทำ เมื่อหาได้ก็ทำเลย” หมอแดง กล่าว
หมอแดงยังกล่าวต่อว่า การตัดสินใจทำธุรกิจนั้นไม่ได้คิดมากแต่คิดเยอะ และเมื่อทำแล้วต้องให้ดีมีระดับและแตกต่างจากคนอื่น ก่อนทำจึงมองว่าจะจับลูกค้ากลุ่มไหน ก็เล็งไปที่กลุ่มที่รักสัตว์มากๆ ที่อยู่ในระยอง ซึ่งมองว่ามีศักยภาพและตอบโจทย์ธุรกิจได้ ตอนนี้เซ็นทรัลไปลงแล้วแสดงว่าเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพ และเมื่อไปดูจีดีพี จ.ระยอง สูงที่สุดในประเทศ แสดงให้เห็นว่าคนระยองไม่ได้จน เพราะฉะนั้นถ้าจะจับลูกค้ากลุ่มบนก็น่าจะโอเค
“อีกอย่างธุรกิจของผมไม่ต้องกำไรเยอะ เพราะผมมีความสุขกับการทำงานตรงนี้ ทำราชการไปด้วยดีกว่าอยู่เฉยๆ อย่างน้อยก็สร้างงานสร้างอาชีพให้คนอื่นและตัวเองก็สนุกด้วย ผมว่าคนอื่นก็ทำได้นะ แต่ว่าต้องกล้าหน่อย อย่างผมไม่มีเงิน มองธุรกิจไม่ออกเพราะไม่มีคอนเซัาต์ทางธุรกิจเลย ก็ต้องกะแล้วว่าจะลงทุนทำอะไรสักอย่าง มันจะออกหัวออกก้อยก็ต้องสู้ แต่คำนวณดูแล้วเอาวะ แค่ได้เท่าทุนก็เอา นั่นคือกำไรผมแล้ว จริงๆ แล้วมันผิดวิสัยนะ ถ้าธุรกิจนี้ดีจริงๆ มันก็ต้องมีนายทุนมาลงทุนแล้ว แต่ไม่เคยมีใครที่มีเงินแล้วมาลงทุน มีแต่สัตวแพทย์แหละทำ”
หมอแดงยอมรับว่า ตัวเองไม่ใช่นักธุรกิจ แต่เป็นข้าราชการมืออาชีพเต็มตัว แต่การมาทำธุรกิจของหมอเพราะชีวิตหมอมีเป้าหมาย เพราะใจมีฝันอยากทำธุรกิจที่ตัวเองรักเพื่อสร้างรายได้เสริมกับอาชีพข้าราชการ เพื่อสร้างรายได้และความมั่นคงให้ครอบครัว แต่เมื่อทำแล้วก็ต้องทำให้มันสุด ไม่งั้นจะทำให้เหนื่อยฟรีๆ
“ในเมื่อผมไม่ใช่นักธุรกิจ ยาที่มีต้องคุณภาพดีที่สุด จึงเป็นหลักคิดในการทำธุรกิจของผม การเลือกยาและเวชภัณฑ์บอกเลยไม่ต้องพูดถึงเรื่องราคา เวลามีเซลส์มาเสนอขายยาผมถามเรื่องเดียวคือคุณภาพ ดีไหมยังไง ออกฤทธิ์แค่ไหน สะดวกใช้หรือเปล่า ถ้าคุณภาพดีสุดยอด แพงเท่าไหร่ผมก็ซื้อ เพราะผมต้องการใช้แต่ของคุณภาพ
ตอนนั้นผมยอมรับว่าเรื่องธุรกิจ ตำแหน่งทางการตลาดไม่เคยรู้และไม่เคยสนใจ แค่ไม่ขาดทุนเป็นพอ จะซื้อแต่ยา วัคซีน ที่แพงๆ ดีๆ เพื่อน้องหมา น้องแมว จะได้หายป่วยเร็วๆ ชัวร์ๆ จนเป็นที่เมาท์มอยในหมู่เซลส์ขายยาว่าถ้ามาขายยาให้หมอแดง อย่าพูดเรื่องราคา ให้พูดเรื่องคุณภาพเท่านั้น” หมอแดงทิ้งท้ายตามด้วยเสียงหัวเราะ
นี่แหละ…อาชีพสัตวแพทย์แบบหมอ หลักคิดการทำธุรกิจแบบหมอ และนี่แหละจุดแข็งของคลินิกหมอที่โดนใจเจ้าของน้องหมา น้องแมว โดยที่หมอไม่รู้ตัวจนบอกต่อปากต่อปากให้หมอเติบโตในวันนี้


