posttoday
เชฏฐ์ภูชิชย์ เถกิงศักดิ์ เชฟอาหารไทยระดับมือโปร

เชฏฐ์ภูชิชย์ เถกิงศักดิ์ เชฟอาหารไทยระดับมือโปร

08 กรกฎาคม 2559

แม้ความสามารถเป็นเลิศในการสร้างสรรค์เมนูอาหารได้หลากหลายทั้งสไตล์เอเชียและยุโรป

โดย...แมงโก้หวาน ภาพ เสกสรร โรจนเมธากุล

แม้ความสามารถเป็นเลิศในการสร้างสรรค์เมนูอาหารได้หลากหลายทั้งสไตล์เอเชียและยุโรป แต่อาหารไทยคือความภาคภูมิใจของเชฟฮูโต๋ “เชฏฐ์ภูชิชย์ เถกิงศักดิ์” หรือเรียกสั้นๆ ว่า “เชฟโต๋” เพราะทุกครั้งที่ออกสื่อมักจะออกตัวเสมอว่าเขาคือเชฟอาหารไทย และชอบอาหารไทยเพราะอาหารไทยมีสตอรี่ เอกลักษณ์ และเสน่ห์ในตัว

ปัจจุบันเชฟโต๋ทำงานอยู่ในทีมฟู้ดอินโนเวชั่นของบริษัท ซี.พี. ทว่าประสบการณ์การเป็นเชฟนั้นน่าสนใจ เพราะเคยเป็นเชฟโรงแรมและร้านอาหาร ทั้งเป็นคอนซัลต์ในการจัดอีเวนต์ให้กับร้านอาหารไทยต่างๆ เป็นวิทยากรให้ความรู้นักโภชนาการในโรงพยาบาลของรัฐ และรักการเรียนรู้อยู่เสมอ โดยเขาเคยทำอาหารออกรายการทีวี เขียนคอลัมน์ ถ่ายภาพอาหารให้กับสำนักพิมพ์ต่างๆ ขณะที่ประสบการณ์ที่สุดปลื้มในชีวิตคือการได้ทำอาหารถวายสมเด็จพระราชชนนีของกษัตริย์จิกมีแห่งภูฏานด้วยอาหารไทยและได้รับคำชื่นชมว่าอร่อยและโปรดเมนูที่เขาทำ

หากเมื่อย้อนเส้นทางของการเป็นเชฟของเขาก็ไม่ได้รู้สึกแปลกใจในความสามารถที่ว่า เพราะเชฟโต๋ซึมซับการทำอาหารไทยตั้งแต่เด็กจากคุณแม่ พอมาเรียนหนังสือก็เลือกคหกรรมตั้งแต่ ปวช. ปริญญาตรี กระทั่งปริญญาโท

เชฏฐ์ภูชิชย์ เถกิงศักดิ์ เชฟอาหารไทยระดับมือโปร

“5-6 ขวบก็เห็นคุณแม่ทำอาหารเพราะที่บ้านเปิดร้านอาหาร ผมก็เอาครก ตะหลิว กระทะมาเล่นคุณแม่เห็นเลยจับมาสอนทำอาหาร เริ่มจากง่ายๆ เช่น หุงข้าว ผัดข้าวผัด ตำกระเทียม หั่นผัก เด็ดพริก ซึมซับมาตั้งแต่เล็กจนโต แต่พอเรียนจบ ม.ต้น จากโรงเรียนสวนกุหลาบ นนทบุรี ทางบ้านเกิดวิกฤตการเงินเนื่องจากร้านอาหารที่ทำอยู่หมดสัญญาลงโดยไม่ทันได้ตั้งตัว ส่งผลต่อการเรียนจนผมไม่อาจเรียนต่อ ม.ปลาย ที่เดิมได้ แต่อาจารย์ไม่อยากให้ทิ้งการเรียน จึงแนะนำให้ผมทำงานและเรียนไปด้วยที่วิทยาลัยอาชีวศึกษาเสาวภา

ผมเลือกเรียนคหกรรมต่อเนื่อง ปวส.และทำงานไปด้วยในโรงแรมที่คอนแท็กต์กับวิทยาลัยโดยเป็นแคชชวล (พนักงานรายวัน) ทำทุกอย่างตั้งแต่ปูโต๊ะ เช็ดโต๊ะ ขัดห้องน้ำ ปูเตียง จบแล้วต่อปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร วิทยาเขตโชติเวช (ปัจจุบันไม่มีวิทยาเขตแล้ว) ก็ยังทำงานไปด้วย บางวันก็มีงานซ้อนสองงานเลิกตีสองตีสาม เช้าก็ไปเรียนแต่ก็รู้สึกสนุกเพราะได้เงินด้วย” เชฟโต๋ เล่าความหลัง

หลังจากที่ทำงานและเรียนไปด้วย วันหนึ่งก็มีโอกาสได้ไปสัมผัสงานในโรงแรมแห่งหนึ่งเป็นแคชชวลเหมือนเดิมในงานครัว ซึ่งเขารู้สึกว่าได้ทำอะไรที่เป็นตัวตน ไม่ต้องเรียนรู้อะไรมากเพราะรู้อยู่แล้ว หัวหน้าเชฟให้ทำอะไรก็ทำทันทีทางโรงแรมเห็นแววจึงดึงมาช่วยครัว เรื่อยจนกระทั่งเรียนจบปริญญาตรีจึงหันไปลุยงานอย่างเดียว

เชฏฐ์ภูชิชย์ เถกิงศักดิ์ เชฟอาหารไทยระดับมือโปร

 

“จบตรีพักเรียน 1 ปี ลุยงานอย่างเดียว ทำงานเต็มตัวทั้งในส่วนของรายการทีวี เขียนหนังสือ ถ่ายภาพอาหารให้กับสำนักพิมพ์ต่างๆ ที่คอนแท็กต์มา พอครบ 1 ปี ก็เรียนโทด้านโภชนาการที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (ตอนนี้อยู่ช่วงทำวิทยานิพนธ์) ทำงานโรงแรมบ้างเป็นวิทยากรในโรงพยาบาลบ้าง ก่อนจะเป็นเชฟเต็มตัวที่โรงแรมหัวช้าง เฮอริเทจ และเป็นชูส์เชฟที่ร้านอาหารผักบุ้ง แถวทองหล่อ รวมประมาณ 5 ปี ก่อนจะย้ายมาอยู่ ซี.พี. ในปัจจุบัน”

พูดถึงอาหารที่ถนัด เชฟโต๋ บอกว่า ศึกษาการประกอบอาหารมาทั้งอาหารเอเชีย ยุโรป แต่ความชอบส่วนตัวคืออาหารไทยเพราะอาหารไทยมีเรื่องราว เอกลักษณ์ วัฒนธรรมและมีเสน่ห์ในตัว และอาหารจานหนึ่งไม่ได้บ่งบอกแค่รสชาติความอร่อยและหน้าตาน่ากินเท่านั้น แต่ยังบอกเรื่องราวอาหารและแหล่งที่มาของวัตถุดิบอีกด้วย

ที่สำคัญเขาใส่ใจในการทำอาหารไทยมากและหากใครที่เคยชิมฝีมือแล้วจะติดใจ ซึ่งไม่เพียงอาหารอร่อยเท่านั้นแต่เขาสามารถถ่ายทอดความรู้อาหารจานนั้นๆ ให้คนกินได้ยินแล้วทึ่ง และด้วยคุณสมบัตินี้พระสหายคนไทยของพระราชมารดาของกษัตริย์จิกมีจึงพรรณนาฝีมือการทำอาหารของเขาให้ทรงทราบจนวันหนึ่งพระองค์เสด็จเมืองไทย เพื่อมาเสวยอาหารฝีมือเขาตอนที่เขาเป็นเชฟที่ร้านผักบุ้ง ทองหล่อ ในปี 2557

ตอนนี้เขากำลังเปิด Thai Cooking Private Class มีแกะสลักผักผลไม้ อาหารไทย ขนมไทย ตั้งแต่ขั้นพื้นฐานเป็นต้นไป ส่วนรายละเอียดติดตามได้ทาง Facebook : เชฏฐ์ภูชิชย์ เถกิงศักดิ์ Instagram : Chetphuchit Thakoengsak ขณะที่เวลาว่างจากงานเขามักจะไปร้านอิงสยาม by พุทธพงษ์ แถวพระราม 5 ซึ่งเป็นร้านอาหารไทยของเพื่อนรุ่นพี่ที่เขาอยากให้ทุกคนไปลองชิม

เชฏฐ์ภูชิชย์ เถกิงศักดิ์ เชฟอาหารไทยระดับมือโปร

น้ำพริกลงเรือ

ส่วนผสม

กระเทียมไทยปอกเปลือก 1 ช้อนโต๊ะ

กะปิแท้ (เผาจนหอม) 1 ช้อนโต๊ะ

น้ำตาลมะพร้าว 2 ช้อนโต๊ะ

เนื้อมะอึกหั่นบาง 2 ลูก

พริกขี้หนูสวน 10-20 เม็ด

น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ

น้ำมันพืช สำหรับผัด

กุ้งแห้งโขลกละเอียด 3 ช้อนโต๊ะ

หมูหวาน (เครื่องเคียง)

ปลาดุกฟู (เครื่องเคียง)

ไข่เค็มต้ม หรือไข่ต้ม (เครื่องเคียง)

ผักสดตามชอบ (เครื่องเคียง)

วิธีทำ

1.โขลกกระเทียมกับกะปิและน้ำตาลมะพร้าวจนละเอียดเข้ากันดี ใส่เนื้อมะอึกและพริกขี้หนูโขลกผสมจนเข้ากันอีกครั้ง ปรุงรสด้วยน้ำมะนาว คนผสมให้เข้ากัน ชิมรสตามชอบ เตรียมไว้

2.ใส่น้ำมันพืชลงในกระทะ นำขึ้นตั้งไฟปานกลางพอร้อน ใส่เครื่องที่โขลกไว้ลงผัดจนหอม ใส่หมูหวาน และกุ้งแห้งลงผัดจนเข้ากัน ตักใส่ถ้วย รับประทานคู่กับหมูหวาน ปลาดุกฟูกรอบ และไข่เค็ม

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด เวสต์แฮม พบ อาร์เซน่อล พรีเมียร์ลีก วันนี้ 10 พ.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด เวสต์แฮม พบ อาร์เซน่อล พรีเมียร์ลีก วันนี้ 10 พ.ค.69