นภัสสร ธีรเนตร คนตัวเล็กคิดใหญ่
ความท้าทายในบริษัทสตาร์ทอัพต่างชาติคืองานน่าเร้าใจของ ปิ่น-นภัสสร ธีรเนตร แบรนด์แอมบาสซาเดอร์แฮพเพ่น (Happn) ประจำประเทศไทย
โดย...กาญจนา อายุวัฒน์ธนชัย ภาพ... ขจรเลิศ ฮกซุ่นเฮง
ความท้าทายในบริษัทสตาร์ทอัพต่างชาติคืองานน่าเร้าใจของ ปิ่น-นภัสสร ธีรเนตร แบรนด์แอมบาสซาเดอร์แฮพเพ่น (Happn) ประจำประเทศไทย แอพพลิเคชั่นน้องใหม่สัญชาติฝรั่งเศสที่กำลังแพร่หลายไปทั่วโลก หนึ่งในนั้นคือประเทศไทยที่ข้ามทวีปเข้ามาได้เพราะเธอ
ในยุคที่ทุกคนมีสมาร์ทโฟนและแอพพลิเคชั่นหลากหลายบนหน้าจอ แอพพลิเคชั่นใหม่จึงน่าสนุกสำหรับผู้ใช้และน่าสนใจสำหรับผู้คิด อย่างแฮพเพ่น หนึ่งไอเดียที่จับไลฟ์สไตล์คนเมืองด้วยเทคโนโลยีระบุตำแหน่งแบบเรียลไทม์ (Geolocated) ที่ช่วยให้เพื่อนใหม่รอบตัวมีโอกาสกลับมาพบกันอีกครั้งในโลกออนไลน์ ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่จะพัฒนาสู่การพบปะกันในชีวิตจริง
คนไทยเพิ่งรู้จักแฮพเพ่นอย่างเป็นทางการเมื่อ ก.พ.ที่ผ่านมา จากความพยายามของสาวรุ่นใหม่วัย 26 ปี ที่กล้าดีสมัครเข้าไปเป็นพนักงานคนไทยคนแรกในบริษัท แฮพเพ่น ของฝรั่งเศสที่เพิ่งก่อตั้งมาเพียง 2 ปี แต่มีคนใช้มากกว่า 17 ล้านคนทั่วโลก โดยเฉพาะในอังกฤษ ฝรั่งเศส และฝั่งอเมริกาใต้ สำหรับประเทศที่เพิ่งเปิดตัวไป 3 เดือน วันนี้มีคนรู้จักและใช้แอพพลิเคชั่นกว่า 2.5 แสนคน
“ยุคนี้เทคโนโลยีมาแรง คนจำนวนมหาศาลใช้บริการผ่านแอพและธุรกิจแอพก็เติบโตได้ในเวลาอันรวดเร็ว” เธอให้ข้อมูลว่า ตามสถิติมีคนไทยร้อยละ 37 เล่นมือถือทุกวัน และมีคนไทยอายุระหว่าง 20-37 ปี จำนวนกว่า 1.9 ล้านคน เป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญของแอพ ทว่าตัวเลขในไทยก็ยังไม่น่าพอใจถ้าเทียบกับฮ่องกงขยายไปเป็นวงกว้างอย่างรวดเร็ว
หน้าที่หลักของแบรนด์แอมบาสซาเดอร์มี 2 อย่าง คือ เป็นกระบอกเสียงแทนคนไทยบอกเล่าวัฒนธรรม ลักษณะนิสัย เพื่อให้บริษัทเข้าใจลูกค้า และอีกด้านหนึ่งคือประชาสัมพันธ์บริษัทให้เป็นที่รู้จักของคนไทยซึ่งโดยสรุปแฮพเพ่นไม่ได้เป็นแอพพลิเคชั่นหาคู่หาแฟนเท่านั้น แต่แบ่งวิธีการเป็น 2 ประเภทใหญ่ ได้แก่ เพื่อหาเพื่อนที่มีไลฟ์สไตล์ตรงกัน และเพื่อทำความรู้จักกับคนที่อยากคุยมานาน แต่ได้เพียงเดินผ่านไปมา
“ปิ่นมองว่าผู้หญิงไทยอาจจะเขิน ยังไม่ชินกับการใช้แอพประเภทนี้ แต่เมื่อเราอยู่ในภาวะที่ผู้ชายหายากและผู้หญิงเป็นโสดเยอะ นี่จึงเป็นยุคที่ไม่ต้องรอปาฏิหาริย์ ผู้หญิงยุคใหม่ต้องเปิดโอกาสให้ตัวเอง ทำไมต้องรอให้ผู้ชายมาเลือก แอพนี้มันเหมือนประตูบานหนึ่งที่ผู้หญิงจะเปิดออกไปหาคนที่ถูกใจบ้าง”
จากสถิติแสดงให้เห็นว่า ผู้ชายตัดสินใจโหลดเร็วกว่าผู้หญิง นั่นเป็นเพราะรากฐานด้านขนบธรรมเนียมที่มีความละเอียดอ่อนและอ่อนไหว จึงกลายเป็นความท้าทายสำคัญในการทำตลาด“แอพนี้พิเศษตรงที่ว่า คุณต้องเคยเดินผ่านกันแล้วจริงๆ เหมือนเป็นโอกาสครั้งที่สอง ให้คนที่เดินสวนกันบนถนนแบบไม่สนใจกันได้มีโอกาสกลับมาคุยกันอีกครั้งผ่านแอพ ซึ่งกระบวนการคุยกันจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อทั้งสองกดสัญลักษณ์รูปหัวใจเหมือนกัน หมายความว่าคุณมีใจตรงกัน มีความสนใจซึ่งกันและกันจริง และจากนั้นถึงอนุญาตให้แชตได้” นอกจากนี้ ข้อมูลต่างๆ ยังเชื่อมโยง
กับเฟซบุ๊กส่วนตัว ทำให้มั่นใจได้ในระดับหนึ่งว่าเขาหรือเธอมีตัวตนอยู่จริง และผู้ใช้งานต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไป
เธอรู้จักแฮพเพ่นครั้งแรกตอนไปศึกษาต่อปริญญาโทที่ประเทศอังกฤษ ตอนนั้นเพื่อนๆ ชาวลอนดอนนิยมใช้เป็นปกติเพื่อหาเพื่อนที่อยู่ใกล้เคียง ซึ่งเธอก็ได้สัมผัสเองแล้วว่าน่าสนใจ จากนั้นในตอนที่สำเร็จการศึกษาและกำลังจะกลับเมืองไทย ทางบริษัท แฮพเพ่น ได้เปิดรับสมัครพนักงาน ซึ่งเธอก็ไม่รอช้า ได้ยื่นใบสมัครไปตั้งแต่ตอนนั้น
เธอเท้าความว่า บริษัทเปิดตัวครั้งแรกที่ปารีสเมื่อปี 2557 และแพร่หลายไปทั่วโลก ทั้ง ลอนดอน นิวยอร์ก ซานฟรานซิสโก มาดริด บาร์เซโลนา บัวโนสไอเรส เซาเปาโล เม็กซิโก มิลาน และไทย ส่วนเหตุที่เธอเลือกเริ่มงานในบริษัทสตาร์ทอัพ มิใช่องค์กรใหญ่ เพราะเห็นหนทางเติบโตในยุคดิจิทัล กำลังหาโอกาสเรียนรู้การทำงานในบริษัทต่างชาติ และอยากทำงานที่ค่อนข้างอิสระ
“สิ่งที่เป็นอุปสรรคน่าจะเป็นวัฒนธรรมระหว่างคนไทยและต่างชาติที่แตกต่างกัน และเรื่องของเวลาหรือไทม์โซนระหว่างไทยกับฝรั่งเศสที่มีเวลาทำงานตรงข้ามกันอย่างสิ้นเชิง” นภัสสร กล่าว และความที่ไม่มีสำนักงานในเมืองไทยทำให้ต้องมีความรับผิดชอบในตัวเองสูง ทุกอย่างต้องจัดสรรจัดการเองและรายงานตรงกับบริษัทแม่ที่ฝรั่งเศสผ่านวิธีออนไลน์ อีกทั้งยังต้องรับแรงกดดันเรื่องการทำตลาดในสังคมไทยที่มีขนบธรรมเนียมเฉพาะ ทว่าปัจจัยทั้งหมดเธอกลับมองเห็นเป็นโอกาสที่จะแสดงฝีมืออย่างเต็มที่ สร้างความแปลกใหม่ให้สังคมไทยรู้จักแพลตฟอร์มการสื่อสารอื่นๆ ผ่านเทคโนโลยี และสามารถพูดได้เต็มปากว่าคนไทยรู้จักแฮพเพ่นได้เพราะเธอ
นอกจากเรื่องการทำธุรกิจ เธอยังมีความสนใจเรื่องจิตวิทยา “จิตวิทยาทำให้ใจกว้างขึ้น” เธอกล่าว “ทำให้เปิดรับคน เข้าใจคนมากขึ้น เพราะเราเข้าใจที่มาของอารมณ์และพฤติกรรม ซึ่งไม่ต่างจากการศึกษาธรรมะ”
เธอยังกล่าวด้วยว่า มนุษย์เป็นสัตว์สังคม มนุษย์ต้องการเพื่อน ต้องการความรัก แต่ในยุคสมัยนี้ที่ทุกคนทำงานหนักและอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมตลอดวัน แอพจึงตอบสนองความต้องการขั้นพื้นฐานของมนุษย์ นภัสสรจบการศึกษาระดับปริญญาตรีเกียรตินิยมอันดับ 1 จากคณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากนั้นได้รับทุนการศึกษาต่อไปสู่ระดับปริญญาโทด้านการทำธุรกิจ มหาวิทยาลัยอิมพีเรียล ประเทศอังกฤษ
การเริ่มต้นทำงานในบริษัทสตาร์ทอัพหลังจบปริญญาโทจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่เล็กน้อยแต่มหาศาล เพราะทำให้เธอได้ใช้ประสิทธิภาพในตัวเอง แสดงศักยภาพให้ประจักษ์ และยังเป็นจุดเชื่อมโยงไทยกับนานาชาติให้เกิดมิติใหม่ในสังคม


