ข่าวการเลือกตั้ง

 
แกนพรรคเล็กเก็บอาการ ลูกแถวเนื้อเต้นเข้าพปช.

แม้ว่าวันนี้พรรคพลังประชาชนจะอ้างว่าสามารถรวบรวมเสียงได้ 254 เสียง เพื่อจัดตั้งรัฐบาลได้แล้ว แต่ยังไม่มีแกนนำของพรรคไหนที่กล้าประกาศออกมาว่าได้ตัดสินใจเข้าร่วมกับพรรคพลังประชาชนแล้ว มีเพียงบอกว่าให้รอผลการแจกใบเหลือง ใบแดงก่อน

อย่างไรก็ตาม ปรากฏว่าสมาชิกของพรรคเหล่านั้น อาทิ เพื่อแผ่นดิน มัชิมาธิปไตย และรวมใจไทยชาติพัฒนา และประชาราช ต่างประกาศจะไปร่วมกับพรรคพลังประชาชน ในการร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้กันแล้ว

นายรณฤทธิชัย คานเขต ว่าที่ ส.ส.ยโสธร พรรคเพื่อแผ่นดิน (พผ.) กลุ่มบ้านริมน้ำของนาย สุชาติ ตันเจริญ กล่าวว่า การไปรวมกับพรรค พลังประชาชนน่าจะมีผลดี เพราะเป็นพรรคที่มี ส.ส. อีสานมาก ซึ่งจะทำให้ตอบสนองการแก้ปัญหาในภาคอีสานได้

“คงต้องรอดูการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อแผ่นดิน ในวันที่ 27 ธ.ค. ว่าทางผู้ใหญ่ของพรรคจะมีความเห็นอย่างไรในเรื่องนี้ สำหรับผมแล้ว เชื่อว่าการทำงานถ้าได้ร่วมงานกับคนที่พูดภาษาอีสานด้วยกัน น่าจะดีกว่าพรรคการเมืองอื่นๆ ที่พูดคนละภาษากัน” นายรณฤทธิชัย กล่าว

นายสุรเดช ยะสวัสดิ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน และว่าที่ ส.ส.ระบบสัดส่วนกลุ่ม 1 กล่าวว่า ถ้าจะทำให้นโยบายพรรคเพื่อแผ่นดินให้เดินหน้าได้ต้องเป็นรัฐบาลเท่านั้น และจากการคุยกับเพื่อน ส.ส.ในพรรคเพื่อแผ่นดิน ส่วนใหญ่ก็เห็นว่าควรร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชาชน เนื่องจากประเทศต้องการรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ เพื่อให้การแก้ไข ปัญหาเศรษฐกิจสามารถเดินหน้าไปได้

ทั้งนี้ ไม่ต้องกังวลว่ารัฐบาลจะมีความเข้มแข็งมากเกินไป เพราะรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ก็เปิดช่องให้สามารถตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐได้อยู่แล้ว จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมากลัวเรื่องนี้ ตรงกันข้ามหากพรรคไปเป็นฝ่ายค้าน นโยบายทั้งหมดก็คงจะไม่ได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม

ขณะที่ ม.ร.ว.กิตติวัฒนา ไชยยันต์ ปกมนตรี ที่ ส.ส.ระบบสัดส่วนกลุ่ม 6 กล่าวว่า จะอยู่ขั้ว ที่คนกรุงเทพฯ ต้องการ เพราะทราบความต้องการ ที่แน่ชัดของคนกรุงเทพฯ แล้วว่าต้องการให้เกิดความสามัคคีไม่ต้องการเห็นความแตกแยกเกิดขึ้นอีก โดยเฉพาะคนกรุงเทพฯ ที่เทิดทูนราชบัลลังก์ด้วยชีวิต อยากฝากไปถึงผู้ที่เกี่ยวข้องในการจัดตั้งรัฐบาล ด้วยว่า ต้องคำนึงถึงหลักที่ว่ารัฐบาลที่ตั้งขึ้นมาใหม่ จะรักษาแผ่นดินให้เกิดความสงบเรียบร้อย และทำการเมืองให้นิ่งได้จริงหรือไม่

พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ รองหัวหน้าพรรค มัชิมาธิปไตย (ม.) กล่าวว่า โอกาสที่พรรคจะไปร่วมตั้งรัฐบาลกับพรรคพลังประชาชนมีสูงถึง 70%

“การพิจารณาจับขั้วตั้งรัฐบาลภายในพรรค ผมเชื่อว่าไม่น่ามีเสียงแตกของกลุ่มว่าที่ ส.ส.ทั้ง 7 คน เมื่อคืน ว่าที่ ส.ส. 6 คน ได้มาร่วมเซ็นชื่อมอบอำนาจให้นางอนงค์วรรณ เทพสุทิน เลขาธิการพรรค ตัดสินใจ” พ.ต.ท.บรรยิน กล่าว

ทั้งนี้ หากมีการเสนอตำแหน่งรัฐมนตรีมา เชื่อว่านางอนงค์วรรณ จะได้เป็นรัฐมนตรี

นายสุนทร วิลาวัลย์ รองหัวหน้าพรรคมัชิมาธิปไตย และในฐานะว่าที่ ส.ส.ปราจีนบุรี กล่าวว่า ขณะนี้ยอมรับว่ามีการทาบทามมาจากพรรคพลังประชาชนให้เข้าร่วม โดยอย่างน้อยน่าจะได้ 2 ตำแหน่ง ซึ่งทางมติกรรมการบริหารพรรคอาจจะมอบหมายให้ ส.ส. และคนนอกของพรรคมัชิมาธิปไตยอย่างละคน แต่จะเป็นโควตารัฐมนตรีว่าการ หรือรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงใดนั้นย่อมขึ้นอยู่กับการตัดสินใจจากนายกรัฐมนตรี

ด้านนางอนงค์วรรณ กล่าวว่า การเจรจาจับขั้วตั้งรัฐบาลตอนนี้ ยังไม่มีอะไรที่ชัดเจน และยืนยันว่ายังไม่ได้เจรจาต่อรองขอโควตาตำแหน่งรัฐมนตรีจากพรรคพลังประชาชนเลย เพราะเห็นว่าระยะเวลา ที่เหมาะสมในการจัดตั้งรัฐบาลควรเป็นช่วงหลัง ปีใหม่ ต้นเดือน ม.ค. 2551 จึงจะมีความชัดเจนในการจัดตั้งรัฐบาล

นายฐานิสร์ เทียนทอง ว่าที่ ส.ส.พรรคประชาราช หลานของนายเสนาะ เทียนทอง ยอมรับว่า ประชาชนเลือกพรรคพลังประชาชนเป็นอันดับ 1 เราเป็นพรรคเล็ก หากจะเข้าไปร่วมกับพรรค พลังประชาชน ก็คงไม่มีเงื่อนไขอะไร ซึ่งเราก็ทำงาน ร่วมกันได้ ที่ผ่านมานายเสนาะเองก็ไม่ได้ทะเลาะอะไรกับพรรคพลังประชาชน เรื่องที่พูดก็เป็นเรื่องการทำงานทางการเมืองเท่านั้น

“พรรคประชาราชไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งนายเสนาะเองก็ทำงานมาแล้วในหลายๆ ด้าน จะอยู่ไหนก็ทำงานได้ อย่างไรก็ตาม ก็ขึ้นอยู่กับแกนนำว่า ตั้งรัฐบาลจะให้ตำแหน่งอะไรมา ทั้งนี้ในเรื่องการ จัดตั้งรัฐบาลนั้น ส่วนตัวมองว่าศักยภาพในการ จัดตั้งรัฐบาลอยู่ที่พรรคพลังประชาชน หากไป พรรคประชาธิปัตย์แล้วจัดตั้งรัฐบาลอาจมีปัญหาเรื่องเสียงที่ปริ่มน้ำจนรัฐบาล ไม่มีเสถียรภาพ” นายฐานิสร์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าสุดท้ายพรรคชาติไทยจะไปรวมกับพลังประชาชน แม้ว่าตอนนี้จะไม่ชัดเจน เนื่องจากตกลงกันไม่ลงตัว” นายฐานิสร์ กล่าว

พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร หัวหน้าพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา (รช.) ยอมรับว่า ทางพรรคพลังประชาชนได้ติดต่อเชิญพรรคเข้าร่วมรัฐบาลผ่านตัวแทนของพรรครวมใจไทยจริง แต่ความชัดเจนยังไม่ 100% ต้องรอคุยกันอย่างเป็นทางการอีกครั้ง และต้องรอผลการประกาศใบเหลือง ใบแดง จากทาง กกต.ก่อน เพื่อดูว่าแต่ละพรรคจะได้ ส.ส.กี่ที่นั่ง ซึ่งล่าสุด กกต.ได้ให้ใบเหลืองผู้สมัคร ส.ส.ของ จ.นครราชสีมา 3 คน ซึ่งทางพรรคก็คาดหวังว่าผู้สมัคร ส.ส.นครราชสีมา ของพรรคอาจได้รับการเลือกตั้งแทน