ข่าวการเลือกตั้ง

'มาร์ค' ลั่นกลางจอคิดถึง 'ชาติไทย' อยากได้ตั้งรัฐบาลร่วมกัน

ระหว่างการดีเบตได้มีการตั้งคำถามจาก 8 พันธมิตรสื่อที่จัดเวทีนี้ถึงเรื่องการจับขั้วทางการเมือง โดยแบ่งคำถาม เป็น 2 ส่วน คือ 1.คำถามสำหรับพรรคการเมืองหลัก (พรรคประชาธิปัตย์และพรรคพลังประชาชน) 2.คำถามสำหรับพรรคการเมืองตัวแปร (พรรคชาติไทย พรรคเพื่อแผ่นดิน พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา)

คำถาม 2 พรรคใหญ่

ถ้าพรรคได้เป็นแกนจัดตั้งรัฐบาล พรรคแรกที่จะต่อสายถึงคือพรรคไหน

มิ่งขวัญ (พปช.) ผมก้าวเข้ามาสู่การทำงานครั้งนี้เพราะอยากทำเศรษฐกิจให้ประเทศ วันนี้เราจะคุยเรื่องเศรษฐกิจแล้วไม่ใช่เหรอ ถ้าเป็นท่านสมัคร สุนทรเวช ก็ตอบไปแล้วว่าคงจะยกหูหาใครไปแล้ว แต่สำหรับผมไม่ทราบจริงๆ แต่โดยพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเมื่อวันที่ 4 ธ.ค.ที่ให้มีความปรองดองสมานฉันท์ อย่างไรก็ตามทั้งหมดคงต้องมาดูว่าหลังวันที่ 23 ธ.ค.จะออกมาอย่างไร ก็ขอให้ไปถามคุณสมัครในวันนั้นเองดีกว่า

อภิสิทธิ์ (ปชป.) ผมเห็นด้วยการเมืองแยกไม่ออกจากเศรษฐกิจ และการเมืองนิ่งไม่ช่วยให้เศรษฐกิจเดินหน้า แต่การเมืองใหม่ที่ยึดความถูกต้องและคุณธรรมเท่านั้นที่จะทำให้เศรษฐกิจเดินหน้าได้ เพราะเศรษฐกิจที่วิกฤตมาทุกวันนี้เพราะเราปล่อยให้การเมืองทุจริต การเมืองที่ล้มเหลวมาครอบงำ ดังนั้น สำหรับผมในฐานะที่เป็นหัวหน้าพรรคและอาสามาเป็นผู้นำรัฐบาลตัวจริงก็อยากบอกว่า ผมได้ประกาศเงื่อนไขสำคัญที่สุดในการเชิญพรรคอื่นมาร่วมรัฐบาล ถ้าพรรคประชาธิปัตย์มีโอกาสจัดตั้งรัฐบาล คือ ความยอมรับเรื่องวาระประชาชนและแผน 99 วัน เพราะผมไม่ได้จะไปเป็นนายกเพื่อนายก และไม่ได้จะไปเป็นรัฐบาลเพื่อไปเป็นรัฐบาล ผมจะไปเป็นนายกตามที่ประชาชนมอบหมายให้มาทำวาระประชาชน

วันนี้ผมสบายใจที่ทุกพรรคบอกว่านโยบาย 99 วันทำได้สบายใจในหลายเรื่องที่เราเห็นทิศทางตรงกัน และผมขอประกาศว่า ในกรณีพรรคพลังประชาชนนั้นเนื่องจากว่าเราได้แสดงจุดยืนที่ต่างกันมากและจะมาร่วมกันคิดว่า ประชาชนจะมองว่าการเมืองไม่มีอุดมการณ์หลงเหลืออยู่ เราสามารถทำงานกับพรรคพลังประชาชนในสภาได้ โดยการให้เกียรติซึ่งกันและกัน ฝ่ายหนึ่งเป็นรัฐบาลอีกฝ่ายเป็นฝ่ายค้าน และถ้าจะให้บอกว่าประชาธิปัตย์คิดถึงพรรคไหนเป็นพรรคแรกผมไม่อ้อมค้อม คือ พรรคชาติไทย เพราะเราได้ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาตั้งแต่เป็นการฝ่ายค้าน

คำถาม 3 พรรคตัวแปร

ถ้าพรรคได้เข้าร่วมรัฐบาล นโยบายไหนของพรรคคุณที่ถอยไม่ได้ ต้องรับไปปฏิบัติ มิฉะนั้นจะไม่เข้าร่วมรัฐบาล

ร.อ.สุชาติ (ชท.) คุณอภิสิทธิ์ได้พูดไปแล้ว แต่ที่แน่ๆ นโยบายเศรษฐกิจเท่าที่ดูกันมาเราไปกันได้ไม่มีปัญหา แต่สำหรับการตัดสินใจทางการเมืองนั้นคงต้องให้คุณบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยเพียงคนเดียวที่ตัดสินใจได้

เกษมสันต์ (รช.) – จริงๆ นโยบายเศรษฐกิจไม่ใช่ปัญหาใหญ่ แต่นโยบายซึ่งจะทำให้สังคมไทยเกิดความสันติสุขปรองดองต่างหากนี่คือเรื่องใหญ่ สำหรับพรรครวมใจไทยชาติพัฒนาจะเลือกรวมขั้วกับพรรคที่ไม่สร้างปัญหาที่ไม่ทำให้ปัญหายืดเยื้อ วันนี้ตอบอะไรก็ได้ต้องรอขั้นตอนวันที่ 23 ธ.ค.ซึ่งประชาชนจะออกมาใช้เสียง และโดยประเพณีปฏิบัติต้องรอพรรคลำดับหนึ่งเชิญมาก่อน สมมติถ้าเชิญพรรครวมใจไทยชาติพัฒนาคิดว่า สิ่งที่หัวหน้าพรรคต้องถามก็ คือ แล้วปัญหาความขัดแย้งทางด้านการเมืองเราจะยุติอย่างไร ถ้าพรรคพลังประชาชนเป็นแกนนำคำถามก็จะเป็นแบบหนึ่ง ถ้าพรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนนำคำถามก็จะเป็นอีกแบบ เพราะฉะนั้นคงต้องรอถึงนาทีนั้น

สำหรับกรณีพรรคพลังประชาชนที่บอกว่ายุบ คตส. เอา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีกลับประเทศ ตรงนี้ผมไม่ทราบว่าหัวหน้าพรรครวมใจไทยชาติพัฒนาคิดอย่างไรไม่ทราบ แต่ส่วนตัวคิดว่าสิ่งที่คุณสมัครพูดนั้นคำถาม คือ มันเกี่ยวข้องกับเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนหรือไม่ จำเป็นต้องหยิบขึ้นมาในนาทีนี้หรือไม่ คำถาม คือ ประชาชนเต็มเมืองตอนนี้เดือดร้อนหาเช้ากินค่ำยาเสพติดระบาด สิ่งที่บอกว่ายุบ คตส.เอาทักษิณกลับนั้นมันช่วยแก้ปัญหาหรือไม่

สุวิทย์ (พผ.) – พรรคประกาศเจตนารมณ์แล้วว่าเราเน้นเรื่องความสามัคคีและเราไม่จับขั้วกับใคร จนถึงวันนี้ไม่เคยเปลี่ยนตรงนี้รอให้หลังการเลือกตั้งมาดูว่าเราจะร่วมกับใคร แต่นโยบายที่ต้องทำ เช่น กองทุน และการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ โดยการทำให้การเมืองยุติความแตกแยกเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้พรรคเพื่อแผ่นดินตัดสินใจว่า เราจะจัดตั้งหรือร่วมรัฐบาลกับใครอย่างไร

ชูแก้ รธน. ค้าน กม. ‘เงินตรา’

ถ้าพรรคคุณได้เข้าร่วมรัฐบาล นโยบายไหนของพรรคคุณที่ถอยไม่ได้ ต้องรับไปปฏิบัติ มิฉะนั้นจะไม่เข้าร่วม

อภิสิทธิ์ (ปชป.) – สิ่งที่พรรคไม่เห็นด้วยมาตรการการ 30% ของ ธปท.ต้องยกเลิกกฎหมายธุรกิจคนต่างด้าว กฎหมายเงินตรา กฎหมายประกันภัย รวมทั้งการนำเงินสำรองระหว่างประเทศมาใช้ โดยเฉพาะกฎหมายความมั่นคงนั้นกระเทือนต่อความเชื่อมั่นและความเป็นประชาธิปไตยถ้าผ่านพรรคจะแก้รวมถึงกฎหมายให้มหาวิทยาลัยออกนอกระบบส่วนความรับผิดชอบหากทำไม่ได้นั้นความจริงถ้าได้ตั้งรัฐบาลต้องทำได้แน่ แต่ถ้าเสียงข้างมากทำไม่ได้สภาก็ต้องเปลี่ยนแปลง

มิ่งขวัญ (พปช.) – ทุนสำรองเงินตราระหว่างประเทศต้องเคลื่อนย้ายไปต่างประเทศได้ นอกจากนี้ นโยบายประชานิยมทั้งหลายต้องเดินหน้าไม่ว่า กองทุนหมู่บ้าน หวยบนดิน การปราบยาเสพติด

สุวิทย์ (พผ.) ไม่เห็นด้วยกฎหมายเงินตรา และต้องแก้รัฐธรรมนูญโดยเฉพาะการเปิดให้มีเสรีภาพมากขึ้น กระบวนการเลือกตั้งที่เหมาะสมสร้างกลไกการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน

เกษมสันต์ (รช.) – อย่าเป็นเหมือนรัฐบาลนี้ที่เฉื่อย ต้องเปิดให้ประชาชนในการยกร่างกฎหมายมากขึ้น

สุชาติ (ชท.) ต้องแก้รัฐธรรมนูญประเด็นเรื่องการให้ ส.ส.มีอิสระเลือกนายกรัฐมนตรีได้ ซึ่งจะทำให้รัฐบาลขาดเสถียรภาพ ส่วนกฎหมายธุรกิจต่างด้าวนั้นต้องส่งเสริมให้ต่างชาติมาลงทุน และต้องไม่เอาเปรียบคนไทย

แทงกั๊กสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์

พรรคจะเอาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ หรือไม่เอาหรือไม่
ตัวแทนทุกพรรคเห็นสอดคล้องกันว่า ยังมีเวลาสำหรับการศึกษา ซึ่งนายอภิสิทธิ์ ระบุว่า การตัดสินเรื่องนี้ยังมีเวลา 5 ปีดังนั้น ยังไม่จำเป็นต้องผูกมัดประเทศไทย ปัญหาความปลอดภัยสำคัญกว่ามากและอีก 56 ปีข้างหน้าสมการพลังงานจะเปลี่ยนพลังงานทางเลือกจะมีต้นทุนที่ลดลง และพรรคสนับสนุนการผลิตพลังงานแบบกระจาย คือ มีโรงงานไฟฟ้าผลิตพลังงานแบบชุมชน ขณะที่พรรคเพื่อแผ่นดินเป็นพรรคเดียวที่ระบุชัดว่า ขอสนับสนุนแต่ห่วงเรื่องความปลอดภัย

เปิด 2 สนามบิน

พรรคคุณจะให้มีสนามบินรองรับเที่ยวบินระหว่างประเทศแค่สุวรรณภูมิ หรือ เปิดดอนเมืองคู่ไปด้วย

หลายพรรคเห็นตรงกันว่าให้เปิด 2 สนามบิน โดยให้สนามบินดอนเมืองรองรับสายการบินในประเทศ ขณะที่พรรคพลังประชาชนและพรรคชาติไทยเห็นว่า สนามบินดอนเมืองควรรองรับเฉพาะการขนส่งสินค้า