สงครามแตกหัก 3 ปี 'ทักษิณ' สัประยุทธ์สู่การ 'เคลียร์คดี' การเลือกตั้งในวันที่ 23 ธ.ค.นี้ นับเป็นการชี้ชะตากรรมของประเทศ และมีความหมายมากกว่าการเลือกตั้งธรรมดา เพราะเป็นการชี้ว่า เอาหรือไม่เอาระบอบทักษิณ เห็นด้วยกับการรัฐประหารวันที่ 19 ก.ย. หรือไม่ และอยากให้ประเทศเดินหน้าต่อไปบนเงื่อนไขอะไร
พิภพ ธงไชย ที่ปรึกษาคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) วิเคราะห์การเมืองหลังการเลือกตั้ง และเกมการสู้รบที่ดูเหมือนจะยังไม่จบง่ายๆ เขาระบุว่า ไม่ว่าใครจะชนะการเลือกตั้ง ฝ่ายประชาชน และสื่อมวลชนควรเตรียมตัวที่จะปฏิรูปสิ่งที่ถูกทำลายไปจากสงครามครั้งนี้
ถ้า พ.ต.ท.ทักษิณ สามารถชนะการเลือกตั้งได้ ก็จะไม่แตกหัก แต่จะทำอะไรไม่ได้ มันเป็นการสู้รบกัน ไม่มีใครแพ้ หรือชนะ ฉะนั้นมันจะมีสงครามอีกครั้งอย่างแน่นอน ตอนนี้สนามรบคือ การเลือกตั้ง กับการรัฐประหาร ซึ่งมีโอกาสเกิดขึ้นอีก ถ้าสงครามไม่รู้แพ้รู้ชนะ และการรัฐประหารเกิดขึ้นไม่ได้ก็ต้องมีการเลือกตั้ง ผมคิดว่าภายใน 3 ปี ต้องมีแน่
ปัญหาคือ ถ้าเราจะสร้างความสมานฉันท์ และยุติสงครามจะทำอย่างไร นี่เป็นโจทย์ของสื่อ นักวิชาการ และภาคประชาชน หรือคู่ต่อสู้ แต่เชื่อว่าเมื่อถึงจุดหนึ่ง ทั้ง 2 ฝ่าย ต้องเจรจากัน
โดยเฉพาะฝ่ายของ พ.ต.ท.ทักษิณ พิภพ บอกว่า หากได้ตั้งรัฐบาล จะเจรจากับกลุ่มที่จัดการกับเขา ไม่ว่าจะเป็น พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ หรือ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ หรือคนข้างหลังคนเหล่านี้
ผมยังไม่รู้ว่าการรบครั้งนี้ใครจะแพ้ หรือชนะ สมมติว่าพรรคพลังประชาชนได้เป็นรัฐบาล ก็ไม่ได้หมายความว่าจะชนะในศึกการเมือง เมื่อก่อนเรารู้ว่าพรรคไหนได้เป็นรัฐบาล เวลาจะแต่งตั้งนายกฯ ก็ต้องไปถามกองทัพ หรือคนที่กองทัพนับถือว่า เห็นพ้องไหมที่จะแต่งตั้งคนนี้เป็นนายกฯ ดังนั้นมันมีพลังต่างๆ ในสังคมที่คอยถ่วงดุลอยู่
พิภพ ขยายความว่า สงครามของ พ.ต.ท.ทักษิณ มี 2-3 เรื่อง ที่เขาจะทำ 1.ต่อรองเรื่องการเคลียร์คดี เป้าหมายคือ จะต้องไม่ติดคุก และไม่ถูกยึดทรัพย์ 2.ขุนศึก 111 คน หรืออดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ต้องได้รับการนิรโทษกรรม 3.กลับเข้ามามีอำนาจ โดยต้องดูว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เอาชนะได้ในระดับใด
ถ้าเอาชัยชนะในระดับที่เคลียร์ได้ ก็ต้องดูว่าสงครามครั้งนี้จบไหม ฝ่าย คมช. และฝ่ายอำมาตยาธิปไตยก็ต้องถามตัวเองเช่นกันว่า จบไหม ถ้าไม่จบ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ต้องมีชัยชนะในระดับที่เข้ามามีอำนาจได้ ดังนั้นต้องดูว่าสงครามครั้งนี้ต่อรองอะไร
ที่ปรึกษา ครป. เปรียบว่า สงครามสู้รบหนนี้เริ่มเข้าสู่ยกที่ 3 ยกแรก คือ เมื่อครั้งที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชนะการเลือกตั้ง ได้จัดการกับอำนาจเก่า ย้ายข้าราชการ และใช้สงครามมวลชนใหม่ เมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ แพ้สงคราม ทำให้ต้องหนีไปอยู่ที่เกาะอังกฤษ เหมือนกับที่นโปเลียนแพ้ ยกที่ 2 เมื่อมีการรัฐประหารวันที่ 19 ก.ย. แต่ฝ่าย คมช. ไม่สามารถใช้อำนาจเด็ดขาดเหมือนการรัฐประหารในอดีต จึงจำเป็นต้องเปิดสนามรบใหม่ คือ สนามรบการเลือกตั้ง ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ เชี่ยวชาญกว่า คมช. และพรรคประชาธิปัตย์ เพราะสนามภาคอีสาน พ.ต.ท.ทักษิณ ชนะขาดเต็มตัว ฉะนั้นถ้าพูดแบบนักการสงครามว่า ทำไมถึงเคลื่อนไหวให้มีการเลือกตั้ง เพราะเขาต้องการกำหนดสนามรบเอง
วันนี้ คมช. ไม่สามารถกำหนดสนามรบเองได้ เพราะไม่สามารถคงสภาพของ คมช.ได้ตลอด จำเป็นต้องเข้าไปอยู่ในสนามรบที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เชี่ยวชาญ คมช.ก็รู้ว่าแพ้ ฉะนั้นมันจึงสัประยุทธ์กันอย่างแตกหัก คมช.ก็ดึงทหาร และข้าราชการเข้ามาบล็อก ใช้กฎหมายเข้าไปคุมการซื้อสิทธิขายเสียง และหากฝ่ายของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชนะ และขึ้นครองเมือง ช่วงนั้นเขาอาจยังไม่กลับประเทศไทย ก็จะเป็นสงครามที่สัประยุทธ์กันในเรื่องเคลียร์คดี และตัวละครที่อยู่หลังฉาก คือ คตส. และตุลาการ
สำหรับฝั่งชนชั้นนำเก่าจะยอมเคลียร์คดีด้วยหรือไม่ พิภพ ให้ข้อสังเกตว่า ที่ผ่านมาชนชั้นนำจะไม่รบกันแบบแตกหัก นอกจากช่วงเปลี่ยนแปลงการปกครองใน พ.ศ. 2475 หรือช่วงที่ จอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกฯ ดังนั้น ดูจากประวัติศาสตร์แล้ว น่าจะมีการเคลียร์กันได้ และโดยสภาพของกระบวนการยุติธรรมเมืองไทย ซึ่งมีความไม่แน่นอนอยู่เสมอ และถูกแทรกแซงได้ตลอดเวลา แต่วันนั้นก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยที่ว่า ภาคประชาชนจะออกมาเคลื่อนไหวหรือไม่ ซึ่งเชื่อว่าจะออกมาแน่
ต้องดูว่าเขาต้องการเร่งเคลียร์คดีแค่ไหน ถ้า พ.ต.ท.ทักษิณ ฉลาด เขาจะทำให้ช้า และปล่อยให้กระบวนการเป็นที่ยอมรับ แม้เขาจะแทรกแซงในทางกฎหมายไม่ได้ แต่จะแทรกแซงทางพฤตินัย เช่น พูด โดยจะใช้สื่อของเขา เพื่อโหมเชียร์ว่า ความถูกต้องคืออะไร เพื่อให้ประชาชนเปลี่ยนความคิด แต่ทั้งหมดก็ต้องดูว่า เขาจะเอาใครมาเป็นนายกฯ ซึ่งผมเชื่อว่า เขาจะเลือกบรรหาร ศิลปอาชา ส่วนสมัคร สุนทรเวช เป็นตัวละครที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เลือกให้สู้ในสนามรบที่ดุเดือดก่อนการเลือกตั้ง เมื่อรบเสร็จก็ต้องเปลี่ยนคนมารบแทน เพื่อมาเคลียร์คดี ซึ่งถ้าเขาวางหมากไม่ดี เขาจะพลาด กล่าวคือ เขาต้องจัดขุนศึก และแม่ทัพที่เหมาะสมกับสถานการณ์
อย่างไรก็ดี พิภพ มองอีกด้านว่า ถ้าพรรคพลังประชาชนชนะการเลือกตั้ง แต่ไม่ได้เป็นรัฐบาล และ พ.ต.ท.ทักษิณ เคลียร์คดีไม่ได้ เขาก็ต้องล้มรัฐบาลให้ได้ เพื่อนำตัวเองกลับเข้าสู่สนามเลือกตั้ง ซึ่งเป็นสนามที่เขาเชี่ยวชาญที่สุด นี่เป็นช่องทางเดียวที่เขาจะกลับ เข้าสู่อำนาจ และถ้ารัฐบาลใหม่ไม่สามารถทำนโยบายให้ประชาชนประทับใจ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็จะกลับมาในการเลือกตั้งครั้งที่ 2 แบบถล่มทลาย