ข่าวการเลือกตั้ง

'สุวิทย์ คุณกิตติ'วัดใจคนขอนแก่น สมรภูมิชี้ขาดที่เมืองหมอแคน

เมื่อ นายสุวิทย์ คุณกิตติ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ส.ส.ขอนแก่น หลายสมัย ประกาศตั้งพรรคเพื่อแผ่นดิน พร้อมนำทีมลงสมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตในพื้นที่ขอนแก่น ส่งผลให้อดีต ส.ส.พรรคไทยรักไทย ที่เคยชนะการเลือกตั้งยกทั้งจังหวัดในปี 2548 จำนวน 11 คน ต้องแตกออกเป็น 2 ฝ่าย โดยฝ่ายหนึ่งย้ายรวมกันอยู่ที่พรรคพลังประชาชน ส่วนอีกฝ่ายย้ายตามนายสุวิทย์มาสังกัดพรรคเพื่อแผ่นดิน ทำให้สนามเลือกตั้งเมืองหมอแคนมีความร้อนแรงจากการแข่งขันของคนที่รู้ทางกันมาก่อน

ขณะเดียวกันที่พรรคชาติไทย สามารถ ดึง นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ อดีต ส.ส.คนดังของเมืองหมอแคนที่เพิ่งลาสิกขาบท มาลงสนามเลือกตั้ง ทำให้มีแนวโน้มว่าจะได้มี ส.ส.ในพื้นที่ขอนแก่นอีกสักครั้ง หลังจากว่างเว้นมานาน ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ เน้นคุณภาพจากสายเลือดใหม่ เปิดการสู้ศึกในเขตเมืองมากกว่าพื้นที่รอบนอก เพราะรู้จุดอ่อนของตัวเองที่ไม่มีฐานในระดับรากหญ้า และพรรคมัชิมาธิปไตย ก็เน้นใช้คนดังลงสนามทุกเขตเลือกตั้ง หวังสอดแทรกแย่งคะแนนจากผู้สมัครทุกพรรค ทำให้สนามการเลือกตั้งเมืองขอนแก่น กลายเป็นสนามเลือกตั้งที่ดุเดือดไม่แพ้สนามอื่น และจะเป็นจุดผกผันครั้งสำคัญที่จะกำหนดทิศทางการเมืองอีกสนามหนึ่ง

นายสุวิทย์ ประกาศยึดขอนแก่นเป็นฐานที่มั่น พร้อมคำมั่นสัญญาจะสร้างเมืองขอนแก่น เป็น “สุวิทย์บุรี” เช่นเดียวกับที่นายบรรหาร ศิลปอาชา สร้างเมืองสุพรรณบุรี เป็น “บรรหารบุรี” โดยการนำตัวเองเป็นหัวหน้าทีม ลงสมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขต และเชื่อว่าน่าจะได้ ส.ส.เขตไม่น้อยกว่าครึ่ง ซึ่งถือว่าเป็นการเดิมพันครั้งสำคัญ จากชื่อชั้นดีกรีที่มีมากกว่า นักการเมืองอื่นในพื้นที่ขอนแก่น เพราะเป็นอดีต ส.ส.ขอนแก่น มานานกว่า 10 สมัย โดยไม่เคยเว้นวรรค เคยเป็นทั้งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีมาแล้วหลายกระทรวง เมื่อมองแล้วก็ไม่น่าจะมีปัญหา

สนามเลือกตั้งเขต 1 มี ส.ส. 3 คน เจ้าของพื้นที่เดิม คือ นายจักริน พัฒน์ดำรงจิตร นายประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ และ นายภูมิ สาระผล และในครั้งนี้ ประกาศลงครบทีมในนามพรรคพลังประชาชน ขณะที่พรรคเพื่อแผ่นดิน ส่ง นายอัษฎางค์ แสวงการ อดีตผู้สมัคร ส.ส.และ ส.ว. เจ้าของโรงเรียนเอกชนชื่อดัง นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ จากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และ นายอุดมศักดิ์ มาสีพิทักษ์ นักธุรกิจชื่อดัง และอดีตผู้สมัคร ส.ส.ที่เป็นคู่แข่งคนสำคัญของนายภูมิ ส่วนพรรคมัชิมาธิปไตย ส่ง นายไทกร พลสุวรรณ แกนนำกลุ่มอีสานกู้ชาติ นายเกริกฤทธิ์ แจ้งพรมมา ทายาททางการเมืองของนายแคล้ว นรปติ อดีต ส.ว. และ ส.ส.หลายสมัย และ พล.ต.ต.ไพฑูรย์ เชิดมณี อดีตผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น ลงแข่งขัน ทางด้านพรรคประชาธิปัตย์ ก็ส่ง นพ.จรัล ตฤณวุฒิพงษ์ ซึ่งเป็นอดีต ผอ.โรงพยาบาลขอนแก่น พ.อ.ชาตรี ไกรพีรพรรณ หัวหน้ากองกิจการพลเรือน มณฑลทหารบกที่ 23 และ พ.ต.ท.ประวัติ วิเชฏฐพงษ์

เขตนี้คู่ชิงที่สำคัญคือผู้สมัครในพรรคพลังประชาชนกับพรรคเพื่อแผ่นดิน ขณะพรรคมัชิมาธิปไตย กับพรรคประชาธิปัตย์ มีความหวังเล็กๆ ที่อาจสอดแทรกได้ 1 ที่นั่ง

สนามเลือกตั้งเขต 2 ส.ส. 3 คน ดุเดือดไม่แพ้เขต 1 เมื่อพรรคพลังประชาชน ส่ง ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช ลูกชายคนโปรดของ นายเสริมศักดิ์-นางระเบียบรัตน์ พงษ์พานิช ลงสมัครคู่กับ นางดวงแข อรรณนพพร ภรรยา นายพงศกร อดีต ส.ส.พรรคไทยรักไทย และ นายเรืองเดช สุพรรณฝ่าย อดีต ส.ส.พรรคไทยรักไทย ซึ่งถือว่าเป็นเจ้าของพื้นที่เดิม ส่วนพรรคอื่น แม้จะส่งผู้สมัครครบ 3 คน แต่ก็คาดหวังจากดาวเด่นเพียง 1 ที่นั่ง โดยพรรคชาติไทยส่ง นพ.เปรมศักดิ์ ส่วนพรรคเพื่อแผ่นดิน ส่ง นาย ศุภสิทธิ์ เตชะตานนท์ อดีต ส.ส.ขอนแก่นหลายสมัย

ตัวยืนในเขตนี้น่าจะไม่พ้น นพ.เปรมศักดิ์ ตามมาด้วย ร.ท.ปรีชาพล ที่มีปัจจัยหนาแน่นด้านกำลังสนับสนุน ส่วนนายเรืองเดช และนางดวงแข น่าจะเบียดตามมา

สนามเลือกตั้งเขต 3 ส.ส. 3 คน เจ้าของพื้นที่เดิมเป็นอดีต ส.ส.พรรคไทยรักไทย คือ นางมุกดา พงษ์สมบัติ และ นายจตุพร เจริญเชื้อ แต่การเลือกตั้งครั้งนี้นางมุกดาย้ายมาลงสมัครในพรรคเพื่อแผ่นดิน ร่วมกับ นางปทุมรัตน์ คุณเงิน ภรรยา นายสมศักดิ์ คุณเงิน อดีต ส.ส.พรรคไทยรักไทย ที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง และ นายสุวิทย์ คุณกิตติ ลงสู้ศึกด้วยตนเอง ส่วนพรรคพลังประชาชน ส่ง นายจตุพร เจริญเชื้อ อดีต ส.ส.พรรคไทยรักไทย นายนวัธ (ประสิทธิ์) เตาะเจริญสุข อดีต ส.อบจ. และ นายปัญญา ศรีปัญญา ส.ส.เก่าในพื้นที่ ขณะที่พรรค มัชิมาธิปไตย ส่ง นายประสงค์ ศรีวัฒน์ นายนิยม ศรีวิเศษ และ นายไชยยงค์ สืบสารคาม

เขตนี้เป็นเขตที่พรรคเพื่อแผ่นดินตั้งความหวังไว้มากที่สุด โดยมีตัวยืนอยู่ที่นางมุกดา บวกกับฐานเสียงเดิมของนายสมศักดิ์ คุณเงิน ที่ส่งภรรยาลงสู้ศึก และที่สำคัญคือนายสุวิทย์เป็นหัวหน้าทีม ทำให้พรรคเพื่อแผ่นดินแข็งแกร่งขึ้นมาก มีโอกาสเข้าป้ายแบบ ยกทีม แต่คู่แข่งที่ต้องจับตายังเป็นคนของพรรค พลังประชาชน

สนามเลือกตั้งเขต 4 มี ส.ส.ได้ 2 คน มีอดีต ส.ส.พรรคไทยรักไทย เป็นเจ้าของพื้นที่เดิม แต่การเลือกตั้งครั้งนี้ย้ายสังกัดพรรคพลังประชาชน คือ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ และ นายสุชาย ศรีสุรพล ขณะที่คู่แข่งคนสำคัญ คือพรรคชาติไทย ที่ส่ง นายสุเทพ ดีบุญมี ณ ชุมแพ ส.ส.เก่าในพื้นที่ ลงสมัครเพื่อชิงที่นั่งเดียว และมีโอกาสที่สูงมาก ส่วนพรรคเพื่อแผ่นดิน ส่ง นายเอกราช ช่างเหลา อดีตผู้สมัคร ส.ว. และ นางศรีนวล ศรีตรัย ส.ส.เก่าในพื้นที่ ลงสู้ศึก

แม้มี 2 ที่นั่ง แต่การแข่งขันน่าจะดุเดือดไม่น้อย เพราะล้วนแต่คนดังที่ลงสมัครและมีหวังได้ลุ้นกันทั้งนั้น ถึงแม้พรรคพลังประชาชนจะเป็นตัวยืน แต่ก็อาจมีสิทธิ์หลุดร่วงคนใดคนหนึ่ง เพราะนายสุเทพก็มีฐานเสียงที่แน่น เป็นตัวเก็งในการเลือกตั้งครั้งนี้คนหนึ่ง ขณะเดียวกันที่นางศรีนวลและนายเอกราช ที่นอกจากมีฐานเสียงบางส่วนบวกกับความใจถึง ก็อาจเป็นตัวสอดแทรกที่น่ากลัว

จาก 11 ที่นั่ง ของ ส.ส.ขอนแก่น ในการเลือกตั้งวันที่ 23 ธ.ค. 2550 นี้ ยังมีหลายปัจจัยที่อาจทำให้พลิกเกมจนตัวยืนมีสิทธิ์หลุดได้ แม้ในสนามเลือกตั้งส่วนใหญ่จะมีผู้สมัครพรรคพลังประชาชนเป็นตัวยืน แต่ก็ถูกล้อมกรอบสกัดขั้วอำนาจเก่า โดยฝ่ายปกครองในขั้วของนายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช ถูกย้ายออกนอกพื้นที่อย่างน้อย 10 คน ตั้งแต่ระดับนายอำเภอ ปลัดจังหวัด และรองผู้ว่าราชการจังหวัด แต่ผู้สมัครที่เหลืออยู่ส่วนใหญ่ยังถือว่ามีฐานเสียงส่วนตัวที่หนาแน่น ประกอบกับความนิยมในรัฐบาลเดิม ยังถือเป็นต้นทุนที่สำคัญ

อย่างไรก็ตาม การแยกตัวออกมาบางส่วนในพรรคเพื่อแผ่นดิน ทำให้เป็นคู่ชิงที่สำคัญ ที่อาจต้องแบ่งที่นั่งในสัดส่วนที่ไม่ต่างกันมากนัก และมีตัวเบียดแทรกสำคัญ คือพรรคชาติไทย ซึ่งมีโอกาสได้อย่างน้อยถึง 2 ที่นั่ง จาก นพ.เปรมศักดิ์ ในเขต 2 และนายสุเทพ ในเขต 4 ส่วนที่เหลือ เมื่อนายสุวิทย์ ลงเอง ก็เป็นต้นทุนสำคัญของพรรคเพื่อแผ่นดิน ที่มีเป้าหมายชิงชัยกับพรรคพลังประชาชน และเป็นบทพิสูจน์บารมี ว่า ณ วันนี้ คนที่ชื่อ “สุวิทย์ คุณกิตติ” ยังคงครองใจชาวขอนแก่นเหมือนในอดีตหรือไม่