ข่าวการเลือกตั้ง

 
'อภิสิทธิ์' โหมโค้งสุดท้าย ผู้นำตัวจริง สู่ทางออกวิกฤตชาติ

เข้าสู่โค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง พรรคประชาธิปัตย์ ระดมสรรพกำลังหาเสียงกันเต็มที่ หวังแซงเอาชนะพรรคพลังประชาชนให้ได้ โดยหวังโกยคะแนนจากพลังเงียบที่ยังไม่ตัดสินใจ ภายใต้ปฏิบัติการชูภาวะความเป็นผู้นำ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ให้เด่นชัดขึ้น ทั้ง ด้านความซื่อสัตย์ ความรู้ความสามารถด้านเศรษฐกิจ และเป้าหมายการประสานรอยร้าวในสังคม ที่พร้อมนำพาประเทศฝ่าฟันวิกฤต

เท่านั้นยังไม่พอ “อภิสิทธิ์” ยังท้าให้ “สมัคร สุนทรเวช” หัวหน้าพรรคพลังประชาชน ออกมาประชันวิสัยทัศน์ให้รู้ดำรู้แดงกันไปแต่ “สมัคร” ไม่ยอมปะทะด้วย

ล่าสุด เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. นายอภิสิทธิ์ก็ได้เปิดแถลงในหัวข้อ “อภิสิทธิ์ทางออกวิกฤตชาติ” ที่สยามสมาคม หวังจะเพิ่มความนิยมในโค้งสุดท้ายให้แรงขึ้น โดยมีเนื้อหาที่น่าสนใจดังนี้

“อภิสิทธิ์” บอกว่า ทางออกวิกฤตชาติ คือกระบวนการประชาธิปไตยต้องฟื้นฟูกลับคืนมา ไม่ใช่แค่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง แต่เป็นรัฐบาลที่ยึดมั่นในหลักการประชาธิปไตยครบถ้วน เคารพสิทธิเสรีภาพ ให้ประชาชนมีส่วนร่วม พร้อมที่จะถูกตรวจสอบ

นอกจากนี้ ความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ ประชาธิปัตย์เป็นพรรคเดียวที่พูดชัดเจนในระยะเวลาสั้นๆ ว่าอะไรบ้างสามารถเรียกความเชื่อมั่นได้ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์มีแผนปฏิบัติ การเร่งด่วน 99 วัน และตั้งใจที่จะทำให้เศรษฐกิจเติบโตให้ได้ 7-8% อย่างมีเสถียรภาพ

ขณะที่ปัญหาภาคใต้พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคเดียวที่ลงไปพูดคุยกับแกนนำและชาวบ้าน ซึ่งมั่นใจว่าเราคือพรรคที่ชาวบ้านที่นั่นไว้วางใจ และมั่นใจว่าจะทำให้เกิดความสันติสุขกลับคืนมา และในระดับประเทศ ประชาธิปไตยและกระบวนการยุติธรรม คือคำตอบทุกคำตอบสำหรับทุกความขัดแย้ง

lที่ผ่านมารัฐบาลผสมแก้ไขปัญหาไม่ได้ เพราะมีปัญหาเรื่องการต่อรอง

ไม่มีอะไรที่จะต่อรอง เพราะพูดชัดเจนว่าเงื่อนไขการตั้งรัฐบาลผสมครั้งนี้ คือวาระประชาชน แผนเร่งด่วน 99 วัน และวันนี้เราอย่าไปยึดติดกับภาพเก่าๆ เพราะการเมืองเปลี่ยนแล้ว ประชาชนใส่ใจว่าพรรคการเมืองจะมาทำอะไรให้เขา เขาไม่ได้คิดว่าเลือกผู้แทนราษฎรไปทำอะไรก็ได้ ไปต่อรองกันเอง ไปเจรจาผลประโยชน์ ฉะนั้นตรงนี้ เมื่อประชาชนเปลี่ยนแล้วพรรคการเมืองนักการเมือง ต้องเปลี่ยนตาม ประชาธิปัตย์เปลี่ยนแล้ว

lการหาเสียงโค้งสุดท้ายที่ชูเรื่องผู้นำต้อง ซื่อสัตย์มีอะไรเป็นรูปธรรมชัดเจนหรือไม่ เพราะมีแนวโน้มจะเป็นรัฐบาลผสม

ผมอยู่วงการเมืองมา 15 ปี ดำรงตำแหน่งมาพอสมควรทั้งฝ่ายบริหารและฝ่ายสภา เป็น 15 ปี ที่กล้ายืนยันได้เลยว่าไม่มีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ เกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชันเลย ซึ่งเรื่องนี้สำคัญ เพราะผู้นำจะต้องเป็นตัวอย่าง และผมเป็นคนยึดมั่นในความถูกต้อง ถือประโยชน์ของส่วนรวมมาก่อนประโยชน์ของพรรค หรือของพวกพ้อง แม้แต่การเลือกตั้งที่ผ่านมาถ้าคนของพรรคผิด ต้องก็สอบแล้วจัดการเลย เพราะฉะนั้นจะใช้มาตรฐานนี้ หากมีปัญหาใช้อำนาจในทางมิชอบในทางทุจริตเกิดขึ้น

“ขอย้ำว่าผมอายุ 43 ปี ถ้าคิดทำอะไรเพียงเพื่ออยู่รอด 3 เดือน 6 เดือน หรือ 1 ปี ผมคิดว่าอนาคตทางการเมืองคงไม่เหลืออยู่เลย เพราะฉะนั้นทุกอย่างที่ทำต้องมั่นใจว่าทำสิ่งที่ถูกต้อง”

lจะการันตีคนรอบข้างได้อย่างไรว่าหากพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลแล้วจะไม่มีใครทุจริต

ผมไม่ได้บอกว่าการันตีทุกคน แต่ว่าใครที่ไม่เดินตามแนวทางที่ถูกต้อง ไม่สุจริต ผมก็จะจัดการ หากมีรัฐมนตรีทำเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ไม่เหมาะสมก็ไม่ควรดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งต้องมีการพูดคุยกัน แต่ไม่จำเป็นต้องมาแสดงว่าตัวเองมีอำนาจเหนือคนอื่น ไปข่มขู่ เอาดีใส่ตัว แต่จะจัดการ

lมั่นใจได้อย่างไรว่าสิ่งที่พูดมาสามารถทำได้จริง

หากผมได้เป็นนายกรัฐมนตรี ผมคือนายกฯ ตัวจริง ต้องรับผิดชอบทุกอย่างทางการเมืองด้วยตัวเอง แต่ถ้าผู้นำคนอื่นไม่พร้อมที่จะ เป็นนายกฯ ตัวจริง ก็ต้องถามว่าให้ความเป็นธรรมกับประเทศไทยและความเป็นธรรมกับประชาชนหรือไม่ แล้วใครจะเป็นคนรับผิดชอบถ้ามีความวุ่นวาย ความผิดพลาด และความเสียหายเกิดขึ้นในบ้านเมือง

lที่ระบุว่าเป็นนายกฯ ตัวจริงคืออะไร

ผมโปร่งใสมาตามระบบ ไม่เคยประกาศว่าเป็นตัวแทนใคร เป็นลูกจ้างใคร รับจ้างใครทั้งสิ้น ทำจริง ไม่ใช่มาทำแล้วบอกว่าอยู่ชั่วคราวแล้วจะเปลี่ยนแปลงเรื่องนั้นเรื่องนี้ ผมไม่อยากสูญเสียเวลาอีกแล้ว ต้องเดินหน้าวันนี้ นี่คือความรับผิดชอบอย่างเต็มๆ แต่ถ้าคิดว่า เข้ามาเพียงจะให้บุคคลบางคนกลับประเทศไทยเพียงเพราะว่าจะต้องไปแก้ไขเรื่องนั้นเรื่องนี้โดยไม่มีการบอกเลยว่า อนาคตของประเทศและประชาชนจะเป็นอย่างไร

“จะบอกว่าตัวเองบริหารหรือไม่ก็ไม่ทราบ หัวหน้าพรรคบางพรรคก็บอกว่าไม่รู้เรื่องเศรษฐกิจก็ไม่เป็นไร เพราะเขามีที่ปรึกษาอยู่ ซึ่งก็ต้องถามว่า ความเป็นจริงการตัดสินใจที่ต้องมีความรับผิดชอบทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย คนเป็นผู้นำรัฐบาลปฏิเสธได้หรือ และเป็นธรรมกับประชาชนหรือที่จะปฏิเสธความรับผิดชอบ”

lจะดำเนินการอย่างไรกับบทบาทของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่มีต่อการเลือกตั้งครั้งนี้

ไม่ต้องมาประกาศหรอกว่า จะกลับวันไหน เมื่อไหร่ ถ้าพรรคประชาธิปัตย์ได้เป็นรัฐบาล แล้วผมเป็นนายกรัฐมนตรี ผมจะยกหูโทรศัพท์ขอให้คุณทักษิณกลับมาเถอะ ผมให้ความเป็นธรรม มาสู่กระบวนการของประเทศไทย มาทำให้ชาวโลกมั่นใจว่ากระบวนการยุติธรรมของประเทศไทย คนเป็นนายกฯ อย่างนายอภิสิทธิ์มีคุณธรรมเพียงพอที่จะให้ความยุติธรรมกับทุกคน โทร.ไปเลยครับกลับมาได้ ไม่ต้องเสียเวลาขึ้นเครื่องบินไปรับ

lนายสมัคร ระบุว่า มีการเจรจาทาบทามพรรคการเมืองอื่นไว้แล้ว

ถ้าเขาทาบทามแล้ว จะตั้งรัฐบาลแข่งหรือไม่ก็ต้องบอกว่าต้องรอผลการเลือกตั้ง ซึ่งมั่นใจว่าประชาชนจะหันมาดูว่าการเลือกตั้งครั้งนี้กำลังไปเลือกผู้นำ เลือกรัฐบาล และอนาคตมั่นใจว่าประชาชนจะให้การสนับสนุนเรามาก แต่ได้เสียงเกินครึ่งหรือไม่เกินครึ่งไม่สำคัญ เท่ากับว่าเกินครึ่งแล้วคุณจะทำอะไร ถ้าได้เกินครึ่งไปมากแล้วทำให้บ้านเมืองวิกฤตก็ไม่เป็นประโยชน์กับใคร วิกฤตครั้งที่แล้วไม่ใช่เพราะพรรคการเมืองได้เสียงน้อย เขาเอาเสียง เอาอำนาจไปทำลายบ้านเมือง สุดท้ายก็อยู่ไม่ได้

ทั้งนี้ ถ้าพรรคพลังประชาชนยังบริหารรัฐบาลผสมไม่ได้ จะไปบริหารประเทศได้อย่างไร ผมยืนยันว่าบริหารรัฐบาลผสมให้เข้มแข็งได้ และถ้าเป็นรัฐบาลพรรคเดียวได้ก็ยินดี แต่เราไม่ตั้งเงื่อนไขว่าต้องเป็นรัฐบาลพรรคเดียว เพราะสิ่งสำคัญคือถ้ามีเสียงมากอำนาจมากจะเอาไปทำอะไร