ข่าวการเลือกตั้ง

 
'เพื่อแผ่นดิน'เจาะพลังเงียบ กทม.

เหลือเวลาเพียงแค่ 6 วัน ก็จะถึงวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่ละพรรคล้วนงัดกลยุทธ์หาเสียงในช่วงโค้งสุดท้ายกันอย่างขะมักเขม้น

นอกจากพรรคใหญ่อย่างประชาธิปัตย์ เตรียมปูพรมปักป้ายหาเสียงเวอร์ชันใหม่ทั่วประเทศ ด้วยการชูภาพ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกฯ คนซื่อสัตย์

สำหรับพรรคขนาดกลางก็ไม่น้อยหน้า โดยเฉพาะพื้นที่กรุงเทพฯ หลายพรรคต่างหมายมั่นปั้นมืออยากขอแบ่งที่นั่งใน กทม.เช่นกัน

ล่าสุด นพ.พฤฒิชัย ดำรงรัตน์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน ที่ควบเก้าอี้ประธานภาค กทม. เปิดอกคุยกับ “โพสต์ทูเดย์” ถึงกลยุทธ์เด็ดในโค้งสุดท้าย

หมอพฤฒิชัย ยอมรับว่า แม้จะมีฐานคะแนนเสียง ส.ส.กทม. บางส่วนจาก ภัทรศักดิ์ โอสถานุเคราะห์ และ วชิระมณฑ์ คุณะเกษมธนาวัฒน์ อดีต ส.ส.กทม. พรรคไทยรักไทย ก็แค่พอช่วยได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น แต่ไม่มีน้ำหนักมากนักเมื่อเทียบกับฐาน ส.ส.เก่าในต่างจังหวัด เนื่องจากคน กทม. เลือกตั้งตามกระแสความนิยมของพรรค และหัวหน้าพรรค ไม่เหมือนกับต่างจังหวัดที่เน้นตัวบุคคลมากกว่า

“อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าตอนนี้ฐานความคิดของประชาชนในพื้นที่ น่าจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ 2 ส่วน ได้ตัดสินใจเลือกพรรคการเมืองใหญ่ 2 พรรค ส่วนที่เหลือเป็นกลุ่มประชากรที่เรียกว่า พลังเงียบ หรือพลังที่ 3 ซึ่งเป็นกลุ่มที่ยังตัดสินใจไม่ได้ว่า จะเลือกพรรคการเมืองใด โดยเชื่อว่ามีประมาณ 30% ทำให้พรรคจะลองเจาะกลุ่มนี้ ผ่านการนำเสนอในลักษณะ ถ้าคุณไม่ชอบซ้าย หรือขวา เพราะถ้าเลือกซ้ายไปแล้วมีปัญหา หรือเลือกขวาก็ไม่มั่นใจว่าจะแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ ก็ขอให้เลือกพรรคเพื่อแผ่นดิน ที่ไม่มีขั้วกับใคร และอยู่ตรงกลาง” หมอพฤฒิชัย อธิบายอย่างมั่นใจ

“การเลือกตั้งครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมือง ที่มีความกังวลว่า ถ้าเลือกตั้งไปแล้ว หากพรรคขั้วซ้ายได้เป็นรัฐบาล ความวุ่นวาย และความขัดแย้งจะเกิดขึ้นเหมือนกับ 14 ตุลา หรือ 6 ตุลา หรือถ้าเลือกพรรคขั้วขวา ก็ยังกังขาอยู่ว่า จะมั่นคงหรือไม่ และไม่ใช่การเลือกตั้งที่เป็นการให้โอกาสหัวหน้าพรรคการเมืองเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี เหมือนกับสมัยของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร แต่เป็นการเลือกตั้งที่อยู่บนความขัดแย้งระหว่างการเมือง 2 ขั้ว จึงได้เน้นให้ผู้สมัครชี้ให้ประชาชนในพื้นที่ได้เห็น ควบคู่ไปกับการนำเสนอว่า พรรคเพื่อแผ่นดิน เป็นทางเลือกในการแก้ปัญหานี้ ทำให้เชื่อว่าจะเป็นโอกาสที่ดีของพรรค” อดีต ส.ส.กทม. กล่าว

สำหรับหนทางในการชนะใจชาว กทม. ที่จะเลือกให้ สุวิทย์ คุณกิตติ เป็นนายกฯ เจ้าของฉายา “หมอ 19 บาท” คิดว่า หัวหน้าพรรรคเพื่อแผ่นดินก็ไม่ได้ขี้เหร่อะไร แต่ที่ไม่โด่งดังในยุทธจักรการเมืองมากนัก เพราะบุคลิกของท่านที่ไม่ชอบทะเลาะกับใคร และไม่มีเรื่องอื้อฉาว ประมาณว่าเป็นพวกโลว์โปรไฟล์ เลยไม่ใช่นักการเมืองที่มีสีสันอะไรมากมายเหมือนกับคนอื่นๆ ซึ่งพรรคเพื่อแผ่นดินเชื่อว่า บุคลิกแบบนี้น่าจะเหมาะกับการเป็นผู้นำสังคม มากกว่านักการเมืองที่ชอบด่าคนอื่น ไม่มีสาระแก่นสารอะไร โดยเน้นการประชาสัมพันธ์เรื่องนี้ให้คน กทม. เข้าใจให้มากที่สุด

“เป้าหมายที่ตั้งไว้ก่อนมีการปรับยุทธศาสตร์ คือ เขตละ 1 คน แต่ปัญหาตอนนี้คือ ผู้สมัครของพรรคส่วนใหญ่ล้วนเป็นหน้าใหม่แทบทั้งสิ้น แต่เท่าที่ดูตอนนี้ก็ถือว่าทำได้ดีพอสมควร และเมื่อปรับยุทธศาสตร์ เป้าที่ตั้งไว้จากเดิมก็มาอยู่ที่ 5 คน จากเขต 3 (ดินแดง ห้วยขวาง วังทองหลาง ลาดพร้าว) เขต 6 (หนองจอก คลองสามวา คันนายาว บึงกุ่ม) เขต 7 (บางกะปิ สะพานสูง มีนบุรี ลาดกระบัง) เขต 8 (สวนหลวง ประเวศ บางนา พระโขนง)” หมอ 19 บาท ทิ้งท้าย