posttoday

ธปท.ไม่ห่วงเงินไหลออก3แสนล้าน

08 พฤศจิกายน 2558

ธปท.เผยเงินทุนไหลออก 9 เดือนของปีนี้ 3.07 แสนล้านบาท "วิรไท" ยันไม่กังวล

ธปท.เผยเงินทุนไหลออก 9 เดือนของปีนี้ 3.07 แสนล้านบาท "วิรไท" ยันไม่กังวล

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานดุลเงินทุนเคลื่อนย้าย ณ สิ้นเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา ว่า มีเงินไหลออกสุทธิ 1,861 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 6.62 หมื่นล้านบาท หากคิดอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบันที่ 35.58 บาท/เหรียญสหรัฐ จากการไหลออกจาก 1.การออกไปลงทุนโดยตรงในต่างประเทศของภาคธุรกิจไทยที่สำคัญ ได้แก่ ธุรกิจบริการทางการเงิน การขุดเจาะปิโตรเลียม และการผลิตไฟฟ้าในประเทศฮ่องกง มอริเชียส และลาว รวมถึงการให้สินเชื่อทางการค้าของผู้ส่งออกไทยแก่คู่ค้าที่เป็นบริษัทในเครือ 2.การขายสุทธิในหุ้นและตราสารหนี้ของนักลงทุนต่างชาติอย่างต่อเนื่อง

และ 3.การออกไปลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้นของภาคสถาบันการเงินไทยในประเทศลักเซมเบิร์ก ฮ่องกง และเกาหลีใต้ โดยปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้เงินทุนไหลออกสุทธิมาต่อเนื่องจากเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา ไหลออกสุทธิ 2,883 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1.03 แสนล้านบาท รวมไตรมาส 3 ที่ผ่านมา เงินทุนไหลออกสุทธิ 7,352 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 2.62 แสนล้านบาท

ทั้งนี้ ในไตรมาสแรกปีนี้เงินทุนไหลออก 2,015 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 7.17 หมื่นล้านบาท ไตรมาส 2 เงินไหลเข้าสุทธิเล็กน้อย 732 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 2.6 หมื่นล้านบาท และไตรมาส 3 ไหลออกสุทธิ 7,352 ล้านเหรียญสหรัฐ รวมแล้วมีเงินทุนไหลออกในรอบ 9 เดือนที่ผ่านมาทั้งสิ้น 8,635 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 3.07 แสนล้านบาท

อย่างไรก็ดี ยังมีเงินทุนไหลเข้าไทยในส่วนของสินเชื่อการค้าของผู้นำเข้าไทยจากคู่ค้าในต่างประเทศ และการถอนเงินฝากจากต่างประเทศที่ครบกำหนด รวมถึงเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) เข้ามาเช่นกัน

ด้าน นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการ ธปท. เปิดเผยว่า ในช่วงนี้เราสบายใจได้ระดับหนึ่งว่าแรงกดดันต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจไทยไม่รุนแรง ไม่ว่าแรงกดดันจากฐานะการเงินในต่างประเทศ เพราะไทยมีความมั่นคงค่อนข้างมากจากนโยบายที่ดำเนินมาต่อเนื่องในช่วง 5-6 ปีที่แล้ว ทั้งทุนสำรองระหว่างประเทศที่สูง ระดับหนี้ต่างประเทศที่ต่ำ สภาพคล่องภายในประเทศไม่เป็นปัญหาต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ทำให้สภาพคล่องไม่ตึงตัวจนต้องพึ่งสภาพคล่องจากต่างประเทศมาก

“ฉะนั้น ประเด็นที่คนกังวลว่าเงินจะไหลออกจากประเทศตลาดเกิดใหม่ (อีเมอร์จิ้งมาร์เก็ต) ถ้าสหรัฐปรับขึ้นดอกเบี้ยจนเป็นปัญหาสภาพคล่องนั้น มองว่าไทยเราเป็นประเทศที่มีปัญหาน้อยกว่าประเทศอื่นหลายประเทศในกลุ่มนี้” นายวิรไท กล่าว

ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวต่อไปว่า การที่บริษัทจัดอันดับเครดิต มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส ระบุว่าอาจจะมีการลดอันดับเครดิตหลายประเทศในการทบทวนอันดับเครดิตครั้งหน้านั้น เป็นเพราะกังวลใจกับกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัว โดยเฉพาะประเทศที่ส่งออกน้ำมัน เนื่องจากกลุ่มนี้มีรายได้จากการขายน้ำมัน เมื่อราคาน้ำมันในตลาดโลกลดลงทำให้เกิดปัญหาฐานะการคลัง

สำหรับไทยนำเข้าน้ำมัน เมื่อราคาลดทำให้ดุลบัญชีเดินสะพัดเป็นบวก ซึ่งคาดว่าในปีนี้จะเกิดดุลบัญชีเดินสะพัดประมาณ 5-6% ซึ่งเป็นความต่างที่ดีกว่าประเทศอื่น อีกทั้งไทยส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์ที่เป็นกลุ่มรอง ทั้งข้าวและยางพารา ไม่ใช่กลุ่มหลักที่ส่งออกน้ำมันเหมือน อินโดนีเซีย มาเลเซีย ซาอุดิอาระเบีย หรือกลุ่มประเทศละตินอเมริกา

ข่าวล่าสุด

เศรษฐกิจไทย “ยักษ์หลับ” ที่ยังดึงดูดทุนโลก Chartered Group ชี้ศักยภาพสูง