23 พฤษภาคม 2555 เวลา 20:42 น.
ราคา $ 4.00
ขอให้คนไทยทุกคนจดจำแต่เรื่องดีๆ ในปี 2554 เพื่อให้มีกำลังกายและกำลังใจในการต่อสู้กับหลายเหตุการณ์มากมายที่อาจจะเกิดขึ้นในปี 2555
ในปีมังกร เศรษฐกิจไทยยังลูกผีลูกคน ได้แต่หวังว่าจะสามารถเติบโตได้ถึง 4% เหมือนอย่างที่หลายสำนักของภาครัฐคาดการณ์ไว้
ขณะที่ภาคเอกชนต่างไม่แน่ใจในตัวเลขเป้าหมายนั้น เพราะมีปัจจัยลบทั้งในและต่างประเทศดักรออยู่ข้างหน้ามากมาย นอกจากจะได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์มหาอุทกภัยอย่างต่อเนื่อง รวมถึงวิกฤตหนี้สาธารณะของกลุ่มประเทศยุโรปจะสุกงอมยิ่งขึ้น ขณะที่เศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาเองก็ยังคงอ่อนแอ
นอกจากนั้น คาดการณ์ไม่ได้เลยว่าจะเกิดภัยธรรมชาติครั้งรุนแรงขึ้นอีกหรือไม่ นี่ยังไม่รวมถึงเรื่องเสถียรภาพการเมืองไทย แม้ว่าจะมีความพยายามปรองดองกันมากขึ้นก็ตาม
แต่อย่างไรก็ตาม หวังว่าประชาชนส่วนใหญ่จะสามารถผ่านพ้นทุกเหตุการณ์ไปได้ด้วยดี คงไม่สะบักสะบอมเหมือนในปี 2554 ซึ่งมีหลายเหตุการณ์ช็อกโลก ไม่ว่าจะเป็นภัยพิบัติสึนามิที่ประเทศญี่ปุ่น น้ำท่วมใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของประวัติศาสตร์ไทย รวมถึงภาระหนี้ของกลุ่มประเทศยุโรปใหญ่โตและลุกลามเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ และประเทศสหรัฐอเมริกายังถูกลดอันดับเครดิตเป็นครั้งแรกในรอบ 60 ปี
ทำให้หลายๆ คนที่ปรับตัวไม่ทัน หรือปรับตัวช้ากว่าที่ควรจะเป็น ได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะการลงทุน อัตราผลตอบแทนในหุ้น ทองคำ และน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวลงแรงท่ามกลางความผันผวนสูงมาก
แต่สำหรับปี 2555 มีการตั้งรับเหตุการณ์ต่างๆ ไว้ในหลายกรณี ทั้งจากภาคเอกชน รวมถึงรัฐบาลและหน่วยงานต่างๆ อาทิ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้มีมติปรับลดดอกเบี้ยนโยบายในตลาดซื้อคืนพันธบัตร (อาร์พี) ประเภท 1 วัน ลง 0.25% เหลือ 3% นับเป็นการปรับลดดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบกว่า 2 ปี และคาดว่าจะมีโอกาสลดลงต่อเนื่องในปี 2555
รวมถึงการอัดฉีดเงินมูลค่านับแสนล้านบาทในการฟื้นฟูเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วม ซึ่งน่าจะช่วยบรรเทาปัญหาการว่างงานและปัญหาสังคมได้บ้าง ขณะเดียวกันยังสามารถเพิ่มกำลังซื้อภายในประเทศสนับสนุนให้ภาคธุรกิจดำเนินงานได้ดีขึ้น
อย่างไรก็ตาม ได้แต่หวังว่าเมื่อทุกฝ่ายต่างมองเห็นภัยที่อาจจะเกิดขึ้นรออยู่ข้างหน้า คงจะใช้บทเรียนและประสบการณ์ในปี 2554 มาเป็นเกราะป้องกันเหตุการณ์รุนแรงเหมือนที่แล้วมา โดยเฉพาะเหตุการณ์น้ำท่วมและปัญหาทางการเมือง เพื่อให้ประเทศไทยและคนไทยมีความสุขตลอดไป

เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง
แม้เศรษฐกิจไทยภาพรวมใน 6 เดือนแรกของปี 2554 จะไม่ดีมากนัก เพราะเงินเฟ้อกดดันราคาสินค้าแพงขึ้นมาก แต่การส่งออกที่ขยายตัวมากเป็นเครื่องยนต์เดียวที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แต่ไม่มีใครคาดคิดว่าเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลัง 2554 จะตกอยู่ในอาการสาหัสสากรรจ์จากผลกระทบน้ำท่วมครั้งประวัติศาสตร์ ทำให้เศรษฐกิจไทยเสียหายรุนแรงมากที่สุด อย่างน้อยก็ในรอบกว่า 10 ปี นับตั้งแต่เกิดวิกฤตการณ์เศรษฐกิจปี 2540

ชลลดา อิงศรีสว่าง และ พรสวรรค์ นันทะ
การบริหารเศรษฐกิจในปี 2554 ของรัฐนั้น มีการบริหาร 2 รัฐบาล ในช่วงต้นปีก่อนเลือกตั้ง พรรคประชาธิปัตย์บริหาร แต่หลังเลือกตั้งเปลี่ยนมาเป็นการบริหารโดยพรรคเพื่อไทย ดังนั้นนโยบายการคลังก็จะปรับเปลี่ยนไปตามนโยบายของพรรคที่มาเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

กนกวรรณ บุญประเสริฐ
ในปีที่ผ่านมา ดูจะเป็นอีกปีที่หืดขึ้นคอสำหรับธนาคารเฉพาะกิจของรัฐทั้ง 6 แห่ง ได้แก่ ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (เอ็กซิมแบงก์) ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) ยังต้องสนองนโยบายถึง 2 รัฐบาลในปีเดียว และยังคงทำหน้าที่เป็นแขนขาให้กับรัฐบาลเพื่อปล่อยสินเชื่อเพื่อเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ คาดว่ามีจำนวนรวมกันไม่น้อยกว่า 6.38 แสนล้านบาท โดยที่รูปแบบการปล่อยสินเชื่อก็ไม่มีอะไรที่แตกต่างจากปีก่อนมากนัก

ดำรงเกียรติ มาลา
ภาพรวมธุรกิจธนาคารพาณิชย์ในรอบปีที่ผ่านมา ต้องถือว่าเป็นปีที่มีการเติบโตทั้งสินเชื่อและผลกำไรที่ดี ก่อนจะมาสะดุดจนเสียศูนย์เอาในช่วงโค้งสุดท้ายไตรมาส 4 จากปัจจัยภายในอย่างปัญหาอุทกภัยครั้งใหญ่ในรอบ 50 ปี และปัจจัยภายนอกจากไฟวิกฤตหนี้ยุโรปที่เริ่มลุกจนลามทุ่งสร้างความกังวลไปทั่วโลก

วารุณี อินวันนา และ ฉัตรชัย ธนจินดาเลิศ
ปี 2554 ถือเป็นปีที่แย่ที่สุดของธุรกิจประกันวินาศภัย ในครึ่งปีแรกมีแนวโน้มสดใส แต่พอปลายไตรมาส 3 ก็เริ่มกลับทางเหมือนหนังคนละเรื่อง เพราะวิกฤตน้ำท่วมได้ทำให้เกิดความเสียหายต่อบ้านเรือนที่อยู่อาศัย รถยนต์ และโรงงานอุตสาหกรรมกว่า 300 แห่ง ใน 7 นิคมอุตสาหกรรมที่โดนน้ำท่วม

อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร
ภาพรวมตลาดหุ้นไทยปี 2554 เต็มไปด้วยอุปสรรคจากภายในและนอกประเทศ เช่น ภาวะเงินเฟ้อและดอกเบี้ยขาขึ้น เหตุภัยพิบัติสึนามิในประเทศญี่ปุ่น มหาอุทกภัยในประเทศไทย วิกฤตหนี้สาธารณะของกลุ่มยูโรโซนและเศรษฐกิจสหรัฐชะลอตัวลง ส่งผลให้ดัชนีเคลื่อนไหวผันผวนตามกระแสข่าวที่เข้ามากระทบ ทำให้ดัชนีมีจุดต่ำสุดที่ระดับ 843.69 จุด จุดสูงสุดที่ 1,148.28 จุด และคาดว่าสิ้นปีนี้น่าจะปิดที่ประมาณ 1,070 จุด นับว่าใกล้เคียงกับสิ้นปี 2553

เยาวนา หลิมเลิศรัตน์
ภาพรวมอุตสาหกรรมกองทุนรวมในปี 2554 ได้รับผลกระทบจากปัจจัยทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทำให้มูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (เอ็นเอวี) ทั้งระบบทรงๆ ตัว ณ วันที่ 2 ธ.ค. 2554 มีมูลค่าสินทรัพย์ 2,012,963 ล้านบาท ลดลง 19,421 ล้านบาท หรือ 0.96% จากสิ้นปี 2553 อยู่ที่ 2,032,384 ล้านบาท โดยจำนวนกองทุนลดลงจาก 1,430 กอง เหลือ 1,274 กอง

เจียรนัย อุตะมะ
แนวโน้มราคาทองคำยังจะสดใสในปี 2555 เสมือนมังกรที่พร้อมผงาด แม้ว่าปีนี้จะจบไม่สวยดังที่คาดกันไว้นัก เพราะราคากลับไปปิดที่ใกล้เป้าหมายดั้งเดิมที่ผู้ค้าทองคำให้ไว้ตั้งแต่กลางปี แต่เป้าหมายใหม่กลับถูกเลื่อนไปปีหน้า เพราะพิษหนี้สาธารณะยุโรปที่ยืดเยื้อกว่าคาด

โชคชัย สีนิลแท้
ตลาดรวมวัสดุก่อสร้างมูลค่าหลายแสนล้านบาทนั้น ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องจากความต้องการใช้ที่เพิ่มสูงขึ้น แม้ว่าจะมาสะดุดในช่วงฤดูฝนที่เกิดมหาอุทกภัยครั้งใหญ่ในพื้นที่เขตภาคกลาง ส่งผลให้ยอดขายในไตรมาส 4 ปีนี้หดหายไป แต่ ณ เวลานี้ ตลาดได้เริ่มฟื้นตัว เนื่องจากผู้อยู่อาศัยหลายรายที่ได้รับผลกระทบต่างเร่งซ่อมสร้างที่อยู่อาศัยใหม่จนปริมาณความต้องการใช้สูงลิ่ว จนภาครัฐและหน่วยงานภาคเอกชนที่เกี่ยวกับวงการก่อสร้างต้องออกมาควบคุมโดยกำหนดราคากลาง

วราพงษ์ ป่านแก้ว
ตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2554 ปิดฉากลงด้วยความชอกช้ำ อันเป็นผลมาจากอุทกภัยครั้งใหญ่ทำให้ตลาดชะลอตัวลงไปในไตรมาส 4 เนื่องจากการขายและการโอนที่หยุดชะงักลงจากภาวะน้ำท่วมเกือบ 3 เดือนเต็มๆ ทำให้คาดว่าตลาดรวมทั้งปีจะตกลงจากปีที่แล้วถึง 25-30% เลยทีเดียว

สุกัญญา สินถิรศักดิ์
เป็นอีกครั้งที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์เจอมรสุมลูกใหญ่ถล่มให้เกิดอาการซวนเซ เมื่อน้ำท่วมใหญ่ในหลายจังหวัดทั่วประเทศไทย โดยเฉพาะพื้นที่รอบกรุงเทพฯ เช่น อยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี รวมถึงหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ ส่งผลกระทบอย่างหนักกับตลาดบ้านแนวราบ เกือบทุกโครงการในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบแทบไม่มียอดขายเข้ามาในไตรมาส 4

อรวรรณ จันทร์ธิวัตรกุล
ส่งท้ายปี 2554 อาจเป็นปีที่ต้องบันทึกไว้เป็นหน้าประวัติศาสตร์ชาติไทย เพราะตลอดปีที่ผ่านมาคนไทยต้องเผชิญภาวะสินค้าอาหารแพงและขาดแคลน จนประชาชนแตกตื่นกักตุนสินค้าอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ไล่ตั้งแต่สถานการณ์น้ำมันปาล์มขวดขาดแคลนช่วงต้นปี จากผลผลิตปาล์มสดในประเทศได้รับความเสียหายจากอุกภัยพื้นที่เพาะปลูกภาคใต้ ทำให้ราคาปาล์มสดขณะนั้นพุ่งขึ้นต่อเนื่องสูงสุดถึง กก.ละ 14-15 บาท จากปกติที่ราคาผลปาล์มสดเฉลี่ย กก. 4-5 บาท

สิทธิณี ห่วงนาค
ผลกระทบจากมหาอุทกภัยครั้งใหญ่ ทำให้พื้นที่การเกษตรถูกน้ำท่วมกว่า 12 ล้านไร่ ซึ่งกว่า 9 ล้านไร่เป็นนาข้าว ส่งผลให้การเติบโตของเศรษฐกิจภาคการเกษตรในปี 2554 ต่ำกว่าเป้าที่วางไว้อย่างมาก โดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ปรับเป้าหมายการเติบโตเหลือ 0.9% ของจีดีพี จากที่ต้นปี 2554 ตั้งเป้าหมายไว้จะโตได้ 4-5%

ชนิกา สุขสมจิตร
สถานการณ์พลังงานในปี 2555 คนไทยจะต้องเจอกับแนวโน้มราคาน้ำมันและก๊าซฯ ที่สูงขึ้น สาเหตุหลักมาจากกระทรวงพลังงานมีนโยบายชัดเจนในการปรับโครงสร้างราคาพลังงาน ทั้งก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ก๊าซธรรมชาติในรถยนต์ (เอ็นจีวี) น้ำมันเบนซินและดีเซล เพื่อรักษาสถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่เริ่มติดลบรายเดือนเฉลี่ย 2,000 กว่าล้านบาท จนล่าสุดมีฐานะสุทธิติดลบ 1.2 หมื่นล้านบาท นับตั้งแต่มีการใช้เงินกองทุนน้ำมันฯ เข้าไปอุดหนุนราคาพลังงานเหล่านี้่

พีรดา ปราศรีวงค์
หัวใจสำคัญที่จะทำให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือหลักที่จะสร้างรายได้หมุนเวียนทางเศรษฐกิจให้กับประเทศได้อย่างเต็มศักยภาพ คงต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์ที่ปราศจากวิกฤตต่างๆ อย่างปัญหาทางการเมือง ปัญหาภัยธรรมชาติ ฯลฯ โดยนับจากปี 2549 หลายวิกฤตเป็นบทพิสูจน์ว่า ความรุ่งโรจน์ของการท่องเที่ยวไทยสามารถพลิกฟื้นกลับได้ทันทีที่เหตุการณ์ต่างๆ กลับเข้าสู่ภาวะปกติและตกต่ำอย่างรวดเร็วเช่นกัน เมื่อเกิดปัจจัยลบแทรกการเดินทางระหว่างปี

ดวงใจ จิตต์มงคล
ช่วงต้นปี 2554 ผู้ประกอบการธุรกิจค้าปลีกหลายรายต่างฟันธงว่า ในปีนี้จะเป็น “ปีทอง” ของธุรกิจค้าปลีกไทย ที่มีมูลค่ารวมทั้งระบบกว่า 1.24 แสนล้านบาท จากหลายปัจจัยบวก โดยเฉพาะก่อนช่วงเลือกตั้งใหญ่เมื่อกลางปี 2554 ที่ภาคธุรกิจมองว่าจะมีเม็ดเงินก้อนใหญ่สะพัดเข้ามาในระบบ พร้อมกระตุ้นสภาพคล่องในภาพรวมธุรกิจค้าปลีกที่เกี่ยวข้องทุกประเภท

อรวรรณ จันทร์ธิวัตรกุล
ภาวะส่งออกสินค้าไทยปี 2554 หากไม่มีอะไรพลิกความคาดหมาย ตัวเลขส่งออกทั้งปีจะปิดยอดได้ตามเป้าหมายที่กำหนด หรือขยายตัว 15% เพราะส่งออก 10 เดือน (ม.ค.-ต.ค.) 2554 สามารถส่งออกได้แล้ว 1.96 แสนล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 22.8% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่าส่งออกเดือน ต.ค. จะขยายตัวได้แค่ 0.3% เนื่องจากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม ทำให้โรงงานหลายแห่งต้องหยุดผลิต ส่งสินค้าออกไปได้ และอาจลากยาวไปถึงไตรมาสแรก ปี 2555 แต่ด้วยอานิสงส์จากการส่งออกที่ทุบสถิติช่วงต้นปีที่ผ่านมา ทำให้ภาพรวมส่งออกปีนี้ยังไปได้สวย

ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ
ปัญหาน้ำท่วมในปี 2554 ส่งผลกระทบรุนแรงต่อภาคการผลิตอย่างมหาศาล เพราะน้ำไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมและเขตประกอบการอุตสาหกรรมต่างๆ ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา และปทุมธานี ส่งผลให้โรงงานต่างๆ อยู่ในสภาพจมน้ำ ไม่สามารถดำเนินกิจการได้เป็นเวลานานกว่า 1 เดือน

หลังรอคอยกันมานานกว่า 1 ทศวรรษ ในที่สุดประเทศไทยก็ได้ต้อนรับคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ตัวจริง เสียงจริงทั้ง 11 ท่าน เข้ามาทำหน้าที่ชี้ชะตา กำหนดอนาคตอุตสาหกรรมสื่อและโทรคมนาคมอย่างเต็มรูปแบบ ท่ามกลางความหวังของผู้ประกอบการและประชาชนทั้งประเทศว่า กสทช.ที่เฝ้ารอมาอย่างยาวนานนั้น จะพลิกโฉมและเติมเต็มโอกาสที่สูญเสียไปได้อย่างไรบ้าง

เบ็ญจวรรณ รัตนวิจิตร
แม้ว่าปี 2554 อุตสาหกรรมมีเดีย-โฆษณา จะถูกกระหน่ำในช่วงโค้งสุดท้าย ด้วยสถานการณ์น้ำท่วมใหญ่ครั้งหนึ่งในประวัติ ศาสตร์ชาติไทย แต่หลายฝ่ายเชื่อว่าการใช้เม็ดเงินโฆษณาจะกลับมาฟื้นตัวอย่างรวดเร็วภายในไตรมาสแรกของปี 2555 หรือไม่เกินไตรมาส 2 อย่างแน่นอน

ดวงใจ จิตต์มงคล
ในรอบปี 2554 เจ้าของสินค้าหรือผู้ผลิต (ซัพพลาย เออร์) ส่วนใหญ่ ยอมรับว่ายอดขายสินค้าสะดุดไปชั่วขณะจากระบบซัพพลายเชนตั้งแต่ต้นน้ำ-ปลายน้ำ จากวัตถุดิบ สายการผลิตในโรงงาน และการขนส่งสินค้าเพื่อไปจำหน่ายยังหน้าร้าน หลังประสบปัญหาน้ำท่วมใหญ่ที่เกิดขึ้นเมื่อกลางเดือน ต.ค.-พ.ย.ที่ผ่านมา

พิสันต์ อิทธิวัฒนกุล
แม้น้ำเสียงของผู้ประกอบการหลายต่อหลายรายจะยังคงมีความหวังว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยน่าจะกลับฟื้นคืนสู่ภาวะปกติได้อีกครั้งในปีหน้า จะช้าหรือเร็วก็แล้วแต่ความพร้อมของผู้ประกอบการแต่ละราย โดยคาดว่ารายสุดท้ายที่น่าจะฟื้นตัว น่าจะอยู่ในช่วงแรกของไตรมาส 2 ตามที่มีการประเมินล่าสุด

วิทยา ปะระมะ
ประเด็นร้อนแรงที่สุดในแวดวงแรงงานของปี 2554 หนีไม่พ้นการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำซึ่งปรับขึ้นรวดเดียวกว่า 40% รวมทั้งเหตุการณ์มหาอุทกภัยที่ไหลท่วมนิคมอุตสาหกรรมหลายแห่ง ส่งผลกระทบกับแรงงานกว่า 1 ล้านคน

ปริญญา ชูเลขา
ในทุกๆ ปีจากนี้ไป ฝนเม็ดแรกหยดลงพื้นดินเมื่อใด คงทำให้ประชาชนตื่นตัวที่จะรับมือปัญหาน้ำท่วมและใส่ใจที่จะดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น เพราะได้รับบทเรียนอันแสนเจ็บปวดกับเหตุการณ์มหาอุทกภัยเมื่อช่วงเดือน ก.ค.-ธ.ค. 2554 เพื่อไม่ให้เดินย่ำกับบทเรียนเดิมๆ สังคมไทยต้องเรียนรู้ในการอยู่กับภัยพิบัติในอนาคต

จตุพล สันตะกิจ
มหาอุทกภัยบริเวณที่ลุ่มภาคกลางและกรุงเทพฯ ปลายปี 2554 นับว่ารุนแรงที่สุดในรอบครึ่งศตวรรษ และเป็นภัยธรรมชาติที่สร้างความเสียหายสาหัสที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย ตัวเลขความเสียหายพุ่งแตะระดับ 1.3 ล้านล้านบาท ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยปี 2554 ที่คาดว่าจะเติบโต 3.5-4% หดตัวเหลือ 1.5% ต่ำที่สุดในรอบ 2 ปีนับแต่วิกฤตการเงินโลก

ชัยฤทธิ์ ยนเปี่ยม
ถึงแม้จะมีการสลับขั้วจากรัฐบาลประชาธิปัตย์มาเป็นรัฐบาลเพื่อไทยที่ประกาศนโยบายสร้างความปรองดองในช่วงหาเสียง แต่การขับเคลื่อนของรัฐบาลเสื้อแดงได้พยายามเร่งเครื่องล้างความผิดคดีความที่ติดตัวจนเกิดกระแสต่อต้าน สร้างเงื่อนไขความขัดแย้งอีกลูกที่สังคมไทยจะต้องรับความเสี่ยงในปี 2555