posttoday
กสทช.ถอยเน็ตชายขอบ

กสทช.ถอยเน็ตชายขอบ

10 สิงหาคม 2560

กสทช.นัดถกบอร์ดนัดพิเศษหาทางออกพร้อมชี้แจง หลัง สตง.เบรกโครงการเน็ตชายขอบ

กสทช.นัดถกบอร์ดนัดพิเศษหาทางออกพร้อมชี้แจง หลัง สตง.เบรกโครงการเน็ตชายขอบ

นายฐากร  ตัณฑสิทธิ์  เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการ กสทช. ว่า ได้รับทราบกรณีสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ตั้งข้อสังเกตการประมูลโครงการจัดให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่และบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ชายขอบ (ยูโซ่) ไม่สอดคล้องกับมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) รวมทั้งบทบัญญัติเกี่ยวกับนโยบายแห่งรัฐที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ เป็นหน้าที่ของบริษัท ทีโอที เป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งที่ กสทช.เอามาทำในส่วนของเน็ตชายขอบ 3,920 หมู่บ้านนั้นไม่ถูกต้อง

ทั้งนี้ จะนัดประชุมบอร์ด กสทช.นัดพิเศษ เพื่อเตรียมชี้แจงกับ สตง.ภายใน 1-2 วัน ซึ่งจะกำหนดทางออกไว้ 3 แนวทาง คือ 1.ดำเนินการจัดทำโครงการต่อไป 2.โอนงบประมาณให้กองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กองทุนดีอี) ดำเนินการ และ 3.เริ่มประกวดราคาใหม่อีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม จะเร่งทำหนังสือชี้แจงกลับไปยัง สตง. เพราะ พ.ร.บ.กสทช.ฉบับเดิม งานที่อยู่ในกิจการยูโซ่ หรือกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เป็นการดำเนินการเพื่อประโยชน์สาธารณะ ดังนั้น กสทช.จะต้องดำเนินการเองเท่านั้น แต่ใน พ.ร.บ.กสทช.ฉบับใหม่ ระบุให้งานที่เป็นโครงการยูโซ่ ถ้า กสทช.ดำเนินเองไม่ได้ จะต้องโอนเงินเข้ากองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน

"กสทช.น้อมรับข้อคิดเห็นของ สตง.และพร้อมยกเลิกการดำเนินการ หากข้อสังเกตมีน้ำหนักมากกว่า และถ้าชี้แจงไปแล้ว แต่ สตง.ยังยืนยันว่าเป็นการก่อให้เกิดความเสียหายพร้อมที่จะยกเลิก  ที่ผ่านมามีการดำเนินงานที่ โปร่งใส อยากให้เน็ตประชารัฐขับเคลื่อนโครงการโดยเร็ว เพื่อประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติ" นายฐากร กล่าว

นอกจากนี้ บอร์ด กสทช.ยังมีมติพักใบอนุญาตพีซทีวี (PEACE TV) เนื่องจากรายการ "เข้าใจตรงกันนะ" ออกอากาศวันที่ 4 ก.ค. 2560 และรายการ "ห้องข่าวเล่าเรื่องสุดสัปดาห์" ออกอากาศวันที่ 9 ก.ค. 2560 มีเนื้อหาสาระสำคัญที่มุ่งให้เกิดการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐและศีลธรรมอันดีของประชาชน ตามมาตรา 37 ของ พ.ร.บ.ประกอบกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ 2551 จึงมีมติให้พักใบอนุญาต เป็นเวลา 30 วันนับจากได้รับหนังสือจาก กสทช.

สำหรับประเด็นความคืบหน้าการกำกับดูแลกิจการโอเวอร์เดอะท็อป (โอทีที) ที่ประชุมได้เสนอแนวทางดังนี้ 1.ปรับปรุงองค์ประกอบคณะอนุกรรมการโอทีทีใหม่ 2.เพิ่มนิยามโอทีทีใหม่นอกเหนือจากกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ และ 3.เพิ่มอนุกรรมการกลั่นกรองด้านคมนาคม ในคณะอนุกรรมการโอทีที ทั้งนี้ในส่วนของอนุกรรมการกลั่นกรองทางด้านกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ ให้เพิ่ม นายธวัชชัย จิตรภาษ์นันท์ ด้านโทรคมนาคมเพิ่ม พล.อ. สุกิจ ขมะสุนทร นายประเสริฐ ศีลพิพัฒน์ และนายก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร เป็นรองเลขาธิการด้านคมนาคม เพื่อให้เห็นว่าการยกร่างหลักเกณฑ์ไม่ได้ควบคุมแค่กิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์เท่านั้น

นายฐากร  กล่าวว่า ที่ประชุมได้รายงานสภาพตลาดกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ โดยในส่วนของสภาพตลาดกิจการโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัล ณ เดือน มิ.ย. 2560 พบว่าผู้ชม 86.8% รับชมโทรทัศน์ผ่านระบบภาคพื้นดิน 13.2% รับชมผ่านระบบเคเบิลและดาวเทียม

ด้านสัดส่วนผู้ชมช่องรายการดิจิทัลที่เป็นช่องรายการใหม่เมื่อเทียบกับช่องรายการเดิม พบสัดส่วนอยู่ที่ 57.1% และ 42.9% โดยช่องรายการที่ได้รับความนิยมสูงสุด ได้แก่ ช่อง 7 ช่อง 3 ช่อง เวิร์คพอยท์  ช่องโมโน 29 ตามลำดับ ขณะที่มูลค่าการโฆษณาในกิจการโทรทัศน์ภาคพื้นดิน เดือน มิ.ย. 2560 มียอดรวมประมาณ 5,087 ล้านบาท ลดลงจากเดือนก่อนหน้าประมาณ 517 ล้านบาท และลดลงจากเดือนเดียวกันของปี 2559 ประมาณ 1,202 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

บอลวันนี้ โปรแกรมบอล ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันพุธที่ 29 ก.ค. 69

บอลวันนี้ โปรแกรมบอล ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันพุธที่ 29 ก.ค. 69