เฟซบุ๊กรุกใช้เอไอ สกัดถ่ายทอดสดปลิดชีพ
เฟซบุ๊กเริ่มใช้ปัญญาประดิษฐ์มาคัดกรองวิดีโอในขั้นแรก เพื่อค้นหาสัญญาณการทำร้ายตัวเองหรือฆ่าตัวตาย
โดย...กิตติณัฏฐ์ จันทร์สุเทพ
บริการถ่ายทอดสดชีวิตประจำวันผ่านเฟซบุ๊ก หรือเฟซบุ๊กไลฟ์ ซึ่งเฟซบุ๊กพยายามชักชวนให้ผู้ใช้งานราว 1,800 ล้านคน เข้ามาใช้งานนั้น เริ่มกลายเป็นดาบสองคม เมื่อเกิดเหตุการณ์ถ่ายทอดสดฆ่าตัวตายขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งทำให้เฟซบุ๊กเดินหน้าเพิ่มเครื่องมือป้องกันการถ่ายทอดสดฆ่าตัวตาย เพื่อหวังระงับโศกนาฏกรรมดังกล่าว
เหตุน่าสลดใจดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา โดยเด็กหญิงวัยเพียง 14 ปี แขวนคอตายผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ที่บ้านอุปการะเด็กในรัฐฟลอริดาของสหรัฐ และในเวลาไล่เลี่ยกัน นักแสดงหนุ่มตุรกีวัย 33 ปี ผู้ผิดหวังจากความรัก ได้ก่อเหตุยิงตัวตายที่เมืองลอสแองเจลิสผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์
เหตุการณ์ทั้งสองมีส่วนทำให้เฟซบุ๊กเพิ่มความพยายามจัดการกับปัญหานี้ โดยเมื่อวันที่ 1 มี.ค. เฟซบุ๊กได้เริ่มใช้ปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) มาใช้คัดกรองโพสต์และวิดีโอในขั้นแรก เพื่อค้นหาสัญญาณการทำร้ายตัวเองหรือการฆ่าตัวตาย ก่อนจะส่งโพสต์ดังกล่าวให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ
ขณะเดียวกัน เฟซบุ๊กจะให้ความช่วยเหลือแก่บุคคลที่กำลังจะทำการฆ่าตัวตาย โดยข้อความให้ความช่วยเหลือ ซึ่งมีจุดมุ่งหมายปลุกสติของผู้ที่กำลังคิดสั้น จะปรากฏในระหว่างที่กำลังทำการถ่ายทอดสด ซึ่งบุคคลผู้นั้นสามารถเลือกได้ว่าจะติดต่อหาเพื่อนหรือครอบครัว หรือติดต่อกับสายด่วนให้ความช่วยเหลือ
นอกจากนี้ เฟซบุ๊กประกาศว่าจะมีการนำเสนอความช่วยเหลือผ่านทางการสนทนาผ่านแชต โดยดึงผู้เชี่ยวชาญจากองค์กรต่างๆ เข้ามาให้ความช่วยเหลือยามฉุกเฉิน อาทิ สายด่วนจากสำนักงานป้องกันการฆ่าตัวตาย และสายด่วนยามวิกฤตผ่านทางเฟซบุ๊กเมสเซนเจอร์ ซึ่งจะช่วยทำให้การรายงานสถานการณ์เสี่ยงเกี่ยวกับการฆ่าตัวตาย หรือการทำร้ายตัวเองนั้นทำได้ง่ายขึ้น
ความพยายามฆ่าตัวตายออกอากาศและการป้องกันผู้ใช้ฆ่าตัวตายของเฟซบุ๊กไม่ใช่เรื่องใหม่ โดยเมื่อกลางปี 2016 ที่ผ่านมา เฟซบุ๊กเปิดฟีเจอร์ให้ผู้ใช้งานทั่วไปเข้ามามีส่วนร่วมรายงานโพสต์ต้องสงสัยที่นำไปสู่การฆ่าตัวตาย ด้วยการให้ติดธงโพสต์ของผู้มีแนวโน้มฆ่าตัวตาย และส่งโพสต์ดังกล่าวให้ทีมงานตรวจสอบดูอีกที
สัญญาณสังคมอันตราย
แดน ไรเด็นเบิร์ก ผู้บริหารเว็บไซต์ save.org ซึ่งเป็นที่ปรึกษาของเฟซบุ๊กให้ความเห็นว่า แม้การถ่ายทอดสดฆ่าตัวตายทั้งหมด 7 ครั้ง ไม่ได้เกิดขึ้นผ่านเฟซบุ๊กทุกครั้ง เฟซบุ๊กก็มีแนวโน้มกลายเป็นเครื่องมือของบรรดาผู้หวังปลิดชีพตัวเองมากยิ่งขึ้น นับตั้งแต่มีบริการถ่ายทอดสดผ่านอินเทอร์เน็ต
ขณะเดียวกัน เนดีน คาสโลว์ ศาสตราจารย์ภาควิชาจิตวิทยาและพฤติกรรมมนุษย์ มหาวิทยาลัยเอโมรี่ เปิดเผยว่า แม้การฆ่าตัวตายผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์จะมีจำนวนน้อยนิด แต่ถือเป็นปัญหาที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด
“ช่างน่าเสียดายที่คนรุ่นใหม่และผู้ใหญ่ที่พยายามจะฆ่าตัวตายผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์กำลังเพิ่มสูงขึ้น สถานการณ์นี้ทำให้เกิดคำถามตามมาว่า การกระทำเหล่านี้จะลุกลามไปทั่วหรือไม่ และคำตอบก็คือยังไม่มีใครล่วงรู้ได้”คาสโลว์ กล่าว
ก่อนหน้านี้ หน่วยงานวิจัยดาต้าแอนด์โซไซตี้ในสหรัฐ เปิดเผยผลสำรวจประชากรอเมริกันอายุ 15 ปีขึ้นไป จำนวน 3,002 คน ระหว่างวันที่ 17 พ.ค.-31 ก.ค. 2016 พบว่าผู้ตอบแบบสอบถาม 47% มีประสบการณ์ถูกกลั่นแกล้งออนไลน์ในรูปแบบที่แตกต่างกันถึง 20 รูปแบบ ขณะที่ 72% เคยพบเห็นพฤติกรรมกลั่นแกล้งผู้อื่นบนโลกออนไลน์


