โซเชียลเพิ่มลูกเล่นหวังเชื่อมผู้ใช้มือถือ
โซเชียลแข่งเชื่อมคนทั่วโลก เฟซบุ๊กเร่งพัฒนาสู่เอไอ โมบายวีอาร์ รับอนาคต ส่วนไลน์เพิ่มบริการในแอพมากขึ้น
โซเชียลแข่งเชื่อมคนทั่วโลก เฟซบุ๊กเร่งพัฒนาสู่เอไอ โมบายวีอาร์ รับอนาคต ส่วนไลน์เพิ่มบริการในแอพมากขึ้น
น.ส.รัตติยา อิสระชัยกุล หัวหน้าฝ่ายขายและพัฒนาธุรกิจ บริษัท เฟซบุ๊ก ประเทศไทย เปิดเผยว่า แผนธุรกิจของเฟซบุ๊กต้องการใช้แพลตฟอร์มเชื่อมโยงคน 7,000 ล้านคนทั่วโลกผ่านเครือข่ายแพลตฟอร์ม เช่น เฟซบุ๊ก วอตส์แอพ อินสตาแกรม เมสเซนเจอร์ โดยในยุค 10 ปีของเฟซบุ๊ก บริษัทพัฒนาโซลูชั่นไปสู่เอไอหรือ ปัญญาประดิษฐ์ และเออาร์/วีอาร์ หรือโลกเสมือนจริง เช่น โมบายวีอาร์ โซเชียลวีอาร์
ทั้งนี้ บริษัทได้พัฒนาเครื่องบินใช้พลังงานแสงอาทิตย์ชื่อว่า "อากีลา" โดยเป็นเครื่องที่ส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ต เปิดตัวครั้งแรกปีที่ผ่านมา เพื่อช่วยทำให้ผู้คนเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้มากขึ้น หลังจากพบว่าคนทั่วโลกสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตเพียง 50% ยังมีพื้นที่อีกจำนวนมากที่อินเทอร์เน็ตเข้าไม่ถึง เพราะเฟซบุ๊กต้องการให้พลังผู้คนแบ่งปัน อินสตาแกรมความสัมพันธ์ผู้คนให้เข้มแข็ง บริษัทจึงต้องพัฒนาและเชื่อมโยงให้กับผู้คน
"เรามุ่งมั่นพัฒนาแพลตฟอร์มใหม่ต่อเนื่อง เมื่อปีที่ผ่านมามีแชตบอต ระบบสนทนาอัตโนมัติ เพื่อให้บริการธุรกิจที่เข้ามาใช้เฟซบุ๊กเป็นช่องทางการจำหน่ายสินค้า เรามองว่าไม่ได้เข้ามาแย่งงานคน แต่ทำให้ระบบการบริหารงานได้ดีขึ้นในส่วนอื่นๆ อาทิ การบริการขาย เป็นเครื่องมือที่เข้ามาลดความซ้ำซ้อนการทำงาน นอกจากนี้ยังเป็นช่องทางทำให้ลูกค้ารับรู้ถึงปัญหาการใช้บริการได้เร็วยิ่งขึ้น" น.ส.รัตติยา กล่าว
สำหรับปัจจุบันมีผู้ใช้งานแพลตฟอร์มเฟซบุ๊กประมาณ 1,800 ล้านราย วอตส์แอพมากกว่า 1,000 ล้านราย เมสเซนเจอร์มากกว่า 1,000 ราย อินสตาแกรมมากกว่า 500 ล้านราย ส่วนไทยผู้ใช้งานผ่านทางเฟซบุ๊ก 44 ล้านราย และใช้ผ่านโทรศัพท์ มือถือ 98% โดยเฟซบุ๊กมองว่าในอนาคตแบรนด์และสินค้าต่างๆ จะหันมาใช้งบโฆษณาผ่านทางโทรศัพท์มือถือมากขึ้น จากปีนี้คาดว่ามีสัดส่วน 7.5% ของอุตสาหกรรมโฆษณา
นายอริยะ พนมพงศ์ กรรมการ ผู้จัดการ บริษัท ไลน์ ประเทศไทย กล่าวถึงอนาคตไลน์ในไทยว่า จากปัจจุบันมีผู้ใช้ไลน์ 33 ล้านคน บริษัทต้องการเป็นมากกว่าแอพพลิเคชั่นสำหรับแชตธรรมดา แต่ด้วยปริมาณแอพพลิเคชั่นที่มีเพิ่มขึ้นและโซลูชั่นที่ไลน์มีให้บริการหลากหลาย แนวโน้มในอนาคตบริษัทจะรวมการให้บริการต่างๆ ให้มีความเป็นเอกภาพมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม อีก 2 ปีข้างหน้า ปริมาณการดูทีวีจะลดลง ซึ่งเป็นโอกาสเติบโตของไลน์ทีวี ส่วนในช่องทางจำหน่ายสินค้า แม้ว่าจะเข้าสู่โลกดิจิทัล แต่พฤติกรรมของคนยังพยายามเชื่อมโยงระหว่างออฟไลน์กับออนไลน์มากขึ้นหรือยุคโอทูโอ เช่น วงใน เชื่อมโยงกับโอทูโอโดยให้ผู้ใช้บริการค้นหาร้านอาหารที่ต้องการและให้แชร์โลเกชั่น ของผู้ใช้งาน และนำทางไปร้านอาหารดังนั้นการทำตลาดก็ต้องเชื่อมโยง


