posttoday

ทีวีดิจิทัลกัดฟันสู้

20 ธันวาคม 2559

อาร์เอสเผยทีวีดิจิทัลปีหน้ายังแข่งดุแม้ต้นทุนสูง จับตาช่องไม่พร้อมสู้มีเพิ่ม พร้อมลุ้นเศรษฐกิจปีหน้าฟื้น

อาร์เอสเผยทีวีดิจิทัลปีหน้ายังแข่งดุแม้ต้นทุนสูง จับตาช่องไม่พร้อมสู้มีเพิ่ม พร้อมลุ้นเศรษฐกิจปีหน้าฟื้น

นางพรพรรณ เตชรุ่งชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท อาร์เอส เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจทีวีดิจิทัลในปี 2560 คาดว่าจะยังคงมีการแข่งขันกันอย่างรุนแรง แม้ว่าต้นทุนในการดำเนินธุรกิจจะเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลยังคงต้องมีค่าใช้จ่ายในด้านต่างๆ ต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นค่าคอนเทนต์ ค่าใบอนุญาต ค่าเช่าโครงข่าย ค่าบุคลากร ค่าผลิตรายการหรือค่าลิขสิทธิ์ซื้อรายการ ซึ่งจากค่าใช้จ่ายที่สูงดังกล่าวจึงไม่น่าแปลกใจว่าช่วงปลายปี 2559 มีกลุ่มทุนใหญ่ที่เข้ามาซื้อหุ้นในกลุ่มทีวีดิจิทัลบางช่อง

ทั้งนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นถือว่าไม่ได้อยู่เหนือความคาดหมาย เนื่องจากตลอดทั้งปี 2559 ที่ผ่านมาภาพรวมเศรษฐกิจยังอยู่ในภาวะชะลอตัว ส่งผลให้บริษัทต่างๆ ต้องใช้งบประมาณด้านตลาดด้วยความระมัดระวัง ซึ่งจากแนวโน้มที่เกิดขึ้นทำให้รายได้ส่วนใหญ่ที่มาจากเม็ดเงินโฆษณายังไม่ฟื้นเต็มที่ เห็นได้จากตัวเลขเม็ดเงินโฆษณาของ เอจีบี นีลเส็น มีเดีย รีเสิร์ช ระบุว่า ภาพรวมโฆษณา 11 เดือนที่ผ่านมา (ม.ค.-พ.ย.) มีการขยายตัวติดลบอยู่ที่ประมาณ 12.49%

อย่างไรก็ดี บริษัทเชื่อว่าแนวโน้มภาพรวมของทีวีดิจิทัลและอุตสาหกรรมโฆษณาในไตรมาสแรกของปี 2560 น่าจะเริ่มปรับตัวดีขึ้น เนื่องจากภาพรวมเศรษฐกิจในขณะนี้ค่อยๆ ฟื้นตัวจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลผ่านโครงการต่างๆ ประกอบกับสถานการณ์บ้านเมืองมีความผ่อนคลาย ทำให้บริษัทต่างๆ เริ่มกลับมาใช้งบโฆษณาเพิ่มขึ้น

“ตอนนี้ยังบอกไม่ได้ว่าช่องไหนมีกำลังพร้อมจะสู้ พร้อมจะขาดทุนได้เท่าไหร่ ช่องไหนพร้อมจะยอมแพ้ หรือพร้อมจะถอดใจเมื่อไหร่ ถ้ามองในมุมผลประกอบการอย่างเดียวพอจะได้คำตอบอยู่ เพราะเม็ดเงินโฆษณาส่วนใหญ่ยังคงกระจุกตัวอยู่กับผู้ประกอบการเพียงไม่กี่รายที่สามารถทำเรตติ้งติดอันดับต้นๆ” นางพรพรรณ กล่าว

สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจของช่อง 8 นับจากนี้ ยังคงทำธุรกิจด้วยความระมัดระวัง แต่ยังคงจุดยืนของช่อง คือ นำเสนอคอนเทนต์ที่หลากหลายครอบคลุมทุกกลุ่ม โดยแต่ละคอนเทนต์ต้องแข็งแรงและทำงานได้ด้วยตัวเอง ซึ่งจะทำให้แต่ละช่วงวันแต่ละรายการมีฐานผู้ชมกลุ่มหลักชัดเจน และจากแนวทางการดำเนินธุรกิจดังกล่าวจึงทำให้บริษัทไม่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยลบมากนัก

นางพรพรรณ กล่าวอีกว่า ในส่วนของแผนปีหน้าช่อง 8 ยังคงเน้นการทำตลาดใน 3 คอนเทนต์หลัก คือ ละคร ข่าว และมวย โดยในส่วนของคอนเทนต์มวยถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก เนื่องจากสามารถทำเรตติ้งทะยานขึ้นมาอยู่เป็นอันดับ 1 ได้ภายในระยะเวลารวดเร็ว ล่าสุดบริษัทได้มีการเพิ่มคอนเทนต์ข่าวด้วยรายการ “ปากท้องต้องรู้” ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 16.00 น.เพื่อจับกลุ่มเป้าหมายชาวบ้าน

ข่าวล่าสุด

สิงคโปร์ทุ่มลงทุนกว่า 7.7 แสนล้านดอลลาร์ พัฒนา AI ถึงปี 2030