posttoday

แอพฯ "Live" ปรับกลยุทธ์ ชูคุณภาพคอนเทนต์ดึงลูกค้า

08 สิงหาคม 2559

แอพไลฟ์จะเริ่มแข่งขันด้านคุณภาพคอนเทนต์มากยิ่งขึ้น เพื่อหวังสร้างฐานผู้ใช้บริการและรายได้ในระยะยาว

โดย...ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ

แอพพลิเคชั่นถ่ายทอดสดบูมมากขึ้นเรื่อยๆ เห็นได้จากกระแสการใช้งานในโลกออนไลน์ที่เพิ่มขึ้นทุกวัน นอกจากการใช้งานบนโซเชียลมีเดียชื่อดังอย่าง เฟซบุ๊กไลฟ์ หรือยูทูบ ปัจจุบันนักพัฒนายังคงมีแอพพลิเคชั่นถ่ายทอดสดอีกมากมายไม่ว่าจะเป็นบีโก้ไลฟ์ (Bigo Live) วี (V) อิทส์ มี (It’s Me) คิตตี้ไลฟ์ (Kitty Live) เป็นต้น ซึ่งนักพัฒนาแอพพลิเคชั่นประเมินว่ามูลค่าตลาดในธุรกิจกลุ่มไลฟ์นี้คาดว่าจะมีไม่น้อยกว่า 100 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 3,400 กว่าล้านบาท

กระแสการไลฟ์ในรูปแบบพริตตี้น่ารักเซ็กซี่ยังคงเป็นสิ่งดึงดูดใจแรกที่ทำให้ผู้ใช้งานอยากเข้ามาทดลองเล่นและทำให้แอพเหล่านี้ติดอันดับรวมทั้งเป็นที่กล่าวถึงในสังคมออนไลน์ แต่ในระยะยาวรูปแบบดังกล่าวนั้นจะทำให้ความน่าสนใจของแอพเหล่านี้หายไป ทำให้ผู้พัฒนาต้องเร่งหาจุดเด่นเพื่อปลุกกระแสการใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง

เดชาวัต โชติรัตน์ ฝ่ายประสานงานต่างประเทศ แอพพลิเคชั่น อิทส์ มี กล่าวว่า การเริ่มต้นของแอพพลิเคชั่นประเภทไลฟ์นั้นจำเป็นต้องจุดกระแสให้เป็นที่รู้จักก่อน ทำให้ทุกแอพเลือกใช้พริตตี้สาวหรือไอดอลที่มีจุดเด่นด้านหน้าตามาเรียกให้คนใช้งานก่อน แต่ในระยะยาวจะไม่ยั่งยืน ทำให้ทีมงานต้องมองหาคอนเทนต์ใหม่ๆ อยู่เสมอ

“ภายในแอพมีคอนเทนต์ที่หลากหลายมาก แต่คนใช้งานจะโฟกัสแค่ภาพของสาวๆ เราจึงเตรียมเพิ่มหมวดการศึกษาเข้ามา แม้จะมีคนเข้าใช้งานหรือติดตามไม่เยอะ แต่ระยะเวลาที่ใช้งานภายในแอพจะต่อเนื่องตลอดการเรียนการสอน”

อย่างไรก็ตาม ทางทีมพัฒนามองว่าคนที่เข้ามาเป็นดีเจจะมีทั้งประเภทสนุก อยากลองไปจนถึงสร้างรายได้ ซึ่งคนที่หวังสร้างรายได้เป็นรูปธรรม ย่อมต้องการเครื่องมือที่ดี บริษัทจึงต้องพัฒนาแพลตฟอร์มให้เสถียร คุณภาพของภาพและเสียงที่ดีขึ้น เพื่อเอื้อประโยชน์แก่ดีเจเหล่านี้ในการหาคอนเทนต์ที่มีประโยชน์และเรื่องราวที่สามารถนำเสนอได้ต่อเนื่อง

“นอกจากการเรียนภาษาผ่านไลฟ์แล้ว เรายังมีอีกหลายคอนเทนต์ที่คาดว่าจะเป็นจุดดึงดูดผู้ใช้งานได้มากขึ้น เช่น รายการตลก สอนธรรมะ ดูดวง เล่นดนตรี เป็นต้น ทางบริษัทจะช่วยผลักดันดีเจเหล่านี้ให้เป็นที่รู้จัก”

ทั้งนี้ บริษัทได้เพิ่มหลักเกณฑ์ในการคัดกรองดีเจให้มากขึ้น เพื่อแก้ปัญหาดีเจที่ไม่ได้คุณภาพและมีเงื่อนไขที่ชัดเจน เหมือนการทำงานบริษัทเพราะทางแอพมีรูปแบบรายได้ที่ชัดเจน โดยเงื่อนไขหลักจะเน้นใน 3 เรื่อง คือ 1.ภาพหน้าปกของดีเจจะต้องไม่ส่อไปในทางลามก อนาจาร 2.เนื้อหาต้องไม่มีถ้อยความหรือเรื่องราวที่ไม่เหมาะสมต่อสังคมและประเทศชาติ 3.ไม่พูดจากล่าวร้ายหรือสร้างผลกระทบให้บริษัทได้รับความเสียหาย

“การลงโทษจะมีตั้งแต่ขั้นเบาคือตักเตือนก่อน หากไม่มีการปรับปรุงก็จะยกเลิกสัญญาและไม่มีการชดเชยใดๆ ทั้งสิ้น”

นอกจากนี้ เรื่องของรายได้สำหรับดีเจที่ถือว่าเป็นผู้ผลิตคอนเทนต์นั้นจะมีทั้งเงินเดือนประจำอยู่ที่หลัก 1-2 หมื่นบาท/เดือน ค่าโอที ไม่รวมค่าเพชรที่ผู้ใช้งานส่งให้ โดยมูลค่าเพชรสำหรับคนเล่นนั้น 2 เพชร เท่ากับเงิน 1 บาท ส่วนดีเจ 60 เพชร เท่ากับ 11 บาทเท่านั้น

“ดีเจที่เข้ามาเล่นในระบบบางคนก็ทำงานประจำอยู่แล้ว และเข้ามาใช้ช่องทางของเราเพื่อหารายได้เสริม ซึ่งเราไม่ปิดกั้นในเรื่องนี้”

สำหรับอิทส์ มี (It’s Me) เป็นแอพพลิเคชั่นสัญชาติต่างประเทศ เปิดให้ใช้งานในสหรัฐ รัสเซีย ไทย เวียดนาม และกำลังจะเปิดให้ใช้งานในจีน สำหรับในไทยใช้งบทำตลาดไปแล้วไม่น้อยกว่า 40 ล้านบาท ตั้งแต่เปิดให้บริการเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา มีจำนวนดีเจในระบบกว่า 500 คน ยอดดาวน์โหลดแอพในไทยและเวียดนามรวมกันอยู่ที่ 1 ล้านดาวน์โหลด ยอดขายไอเท็มติดอันดับแอพพลิเคชั่นที่มีผู้เสียเงินให้มากที่สุด (Top Grossing) 3 สัปดาห์ติดกัน มีทีมงานในไทยกว่า 20 คน รวมทั้งมีเซิร์ฟเวอร์ย่อยในประเทศเพื่อรองรับการเข้าใช้งานพร้อมกันจำนวนมากด้วย

ทั้งนี้ เชื่อว่าแอพไลฟ์จะเริ่มแข่งขันด้านคุณภาพคอนเทนต์มากยิ่งขึ้น เพื่อหวังสร้างฐานผู้ใช้บริการและรายได้ในระยะยาว

ข่าวล่าสุด

"ไม่รับทำบัญชีธุรกิจสีเทา" รัฐผนึกเอกชนสกัดบัญชีม้านิติบุคคล